กรณีที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดที่จอดรถยานยนต์และอัตราค่าธรรมเนียมยานยนต์ โดยมีการกำหนดที่จอดยานยนต์ในช่วงนอกเวลาห้ามจอดรถในถนนสายต่างๆ รวมทั้งสิ้น 66 สาย ทั่วกรุงเทพมหานคร พร้อมกำหนดค่าธรรมเนียมจอดยานยนต์ในถนนราคา 10-80 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 27 กันยายนเป็นต้นไปนั้น

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 27 กันยายน ที่ศาลาว่าการ กทม. นายเกรียงยศ สุดลาภา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย นางจินดารัตน์ ชโยธิน ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.และโฆษก กทม. นายธรรมรัตน์ มุกมีค่า รองผู้อำนวยการสำนักการคลัง น.ส.มาลินี เธียรสุนทร ผู้อำนวยการกองรายได้ แถลงชี้แจงรายละเอียดขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมายดังกล่าว

นายเกรียงยศ แถลงว่า สำหรับประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดจอดยานยนต์และอัตราค่าธรรมเนียมจอดยานยนต์ เป็นการปรับปรุงประกาศกรุงเทพมหานครว่าด้วยการกำหนดที่จอดยานยนต์และอัตราค่าธรรมเนียมจอดยานยนต์ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ซึ่งเดิมมีข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การจัดระเบียบการจอดยานยนต์ กำหนดขึ้นเพื่อจัดค่าธรรมเนียมจอดยานยนต์ ตั้งแต่ปี 2536 แต่ข้อบัญญัติดังกล่าวกำหนดที่จอดยานยนต์ รวม 65 สาย ส่วนถนนราชดำริ จะมีประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดค่าธรรมเนียมจอดยานยนต์ เขตทางถนนราชดำริ ลงวันที่ 27 กันยายน 2547 อีกฉบับบังคับใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ประกาศฉบับใหม่เป็นการรวมประกาศและข้อบัญญัติที่เกี่ยวข้องให้อยู่ในฉบับเดียวกัน
นายเกรียงยศ แถลงว่า ส่วนอัตราค่าธรรมเนียมการจอดยานยนต์ในถนนสายต่างๆ ยังคงเป็นอัตราเดิมตามอัตราการเก็บค่าที่จอดรถของกฎหมายกระทรวง พ.ศ.2535 ไม่มีการปรับค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ดังนี้ 1.รถจักรยานยนต์ กำหนดชั่วโมงแรก 5 บาท ชั่วโมงต่อไป 10 บาท 2.รถยนต์ขนาดไม่เกิน 4 ล้อ ชั่วโมงแรก 10 บาท ชั่วโมงต่อไป 20 บาท 3.รถยนต์ขนาด 6 ล้อ ชั่วโมงแรก 20 บาท ชั่วโมงต่อไป 30 บาท 4.รถยนต์ขนาด 8 ล้อ ชั่วโมงแรก 30 บาท ชั่วโมงต่อไป 40 บาท 5.รถยนต์ขนาด 10 ล้อ ชั่วโมงแรก 40 บาท ชั่วโมงต่อไป 60 บาท และ 6.รถยนต์ขนาดเกิน 10 ล้อ ชั่วโมงแรก 50 บาท ชั่วโมงต่อไป 80 บาท โดยเศษของชั่วโมงให้คิดเป็น 1 ชั่วโมง

“แต่มีการเพิ่มเติมบางประการ คือ การยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบริเวณเขตทางถนนราชดำริ สำหรับยานยนต์ทุกประเภท จากเดิมตั้งแต่ช่วงเวลา 04.00-00.00 น.เป็นเวลา 04.00-08.00 น. หรือกล่าวได้ว่าจอดได้โดยไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมช่วงดังกล่าว เนื่องจากข้อมูลพบว่าผู้นำรถมาจอดส่วนใหญ่เป็นการจอดชั่วคราว เช่น การจอดรถเพื่อมาออกกำลังกายตั้งแต่เช้ามืดภายในสวนลุมพินี เป็นต้น รวมถึงลักษณะของพื้นที่จอดรถเป็นพื้นที่ลานจอด มีไม้กั้นเพื่อให้เจ้าหน้าที่คิดคำนวณค่าจอด รวม 170 ช่องจอด ไม่ได้เป็นพื้นที่ตามถนนเหมือนถนนสายอื่น จึงสามารถยกเว้นค่าธรรมเนียมเฉพาะช่วงเวลาได้ ส่วนพื้นที่อีก 65 ถนน เป็นพื้นที่ถนนจะมีเจ้าหน้าที่เก็บค่าธรรมเนียมในช่วงเวลากลางวันตามที่กฎหมายอนุญาต ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น.หรือเวลา 16.00 น. หากมีเจ้าหน้าที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมนอกเหนือเวลาดังกล่าว ให้สันนิษฐานว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของ กทม. โดยประชาชนไม่มีความจำเป็นต้องจ่ายเงินให้แก่ผู้นั้น ทั้งนี้ การออกประกาศดังกล่าวยังเป็นการกระตุ้นในการป้องกันมิจฉาชีพหรือผู้อื่นที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของ กทม.เรียกเก็บเงิน” นายเกรียงยศ กล่าว
นอกจากนี้ นายเกรียงยศ แถลงว่า สำหรับวิธีการเก็บค่าธรรมเนียมนั้น กทม.ได้จัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ สำนักการคลัง รวม 71 คน ประจำอยู่ 66 ถนน โดยเจ้าหน้าที่ของ กทม.จะสวมเครื่องแบบข้าราชการสีกากี พร้อมห้อยบัตรข้าราชการแสดงตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของ กทม.ทำหน้าที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียม ซึ่งภายหลังที่ผู้จอดชำระค่าธรรมเนียมแล้ว เจ้าหน้าที่จะมอบใบเสร็จการชำระเงินให้ เป็นใบเสร็จตามสีของแต่ละวัน เช่น วันจันทร์จะเป็นใบเสร็จสีเหลือง วันอังคารเป็นใบเสร็จสีชมพู เป็นต้น ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมที่ กทม.จัดเก็บได้ เมื่อปี 2560 จำนวน 11.6 ล้านบาท บนถนน 65 สาย ส่วนเขตทางถนนราชดำริ กทม.จัดเก็บได้ 7.3 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมา แต่ละปี กทม.สามารถจัดเก็บรายได้รวม 66 สาย ไม่เกิน 20 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับการแปรผันของสถานการณ์บ้านเมือง สำหรับในปี 2561 กทม.คาดจะมีรายได้ลดลง เนื่องจากมีการปิดถนนเพื่อจัดงานพระราชพิธีสำคัญในถนนหลายสาย ส่วนในอนาคตจำเป็นต้องเพิ่มถนนหรือไม่ จะต้องพิจารณาปัจจัยถนนในแต่ละพื้นที่และจำนวนหลังคาเรือนที่เพิ่มขึ้น แต่ขณะนี้ยังไม่มีการพิจารณาเพิ่มเติม เช่นเดียวกับลานจอดรถของ กทม.ที่จะจัดสร้างเพิ่มเติม โดย กทม.จะขอบริหารพื้นที่เดิมให้มีประสิทธิภาพก่อน

“ที่ผ่านมา การจัดเก็บค่าธรรมเนียม กทม.ยอมรับว่าบุคลากรไม่เพียงพอต่อการจัดเก็บรายได้ ซึ่งขณะนี้กระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้แก้ไขเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบการจอดยานยนต์ในเขตเทศบาลและสุขาภิบาล พ.ศ.2503 เพื่อให้อำนาจท้องถิ่นสามารถมอบหมายเอกชนเข้ามาดำเนินจัดเก็บค่าธรรมเนียมได้ ขณะนี้ ทราบว่าอยู่ระหว่างขั้นตอนกฤษฎีกา ทั้งนี้ ฝากเตือนถึงประชาชน กรณีที่มีผู้อื่นไม่สวมเครื่องแบบมาเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและออกใบเสร็จอย่างถูกต้องให้นั้น ขอให้งดชำระค่าธรรมเนียมกับบุคคลดังกล่าว ให้ถ่ายรูป วิดีโอ เก็บหลักฐานเพื่อจะร่วมตรวจสอบต่อไป เช่นเดียวกับสาระสำคัญของประกาศ กทม.ฉบับนี้ คือ เพื่อจัดระเบียบและป้องกันมิจฉาชีพที่เข้ามาแอบอ้าง ซึ่ง กทม.ไม่ได้หวังผลกำไรมหาศาล” นายเกรียงยศ กล่าวและว่า สำหรับประชาชนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด สามารถสังเกตพื้นที่ที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมได้จากป้ายที่ติดตั้งและระบุอัตราค่าธรรมเนียม ตั้งอยู่บนถนนดังกล่าว
ด้าน น.ส.มาลินี แถลงว่า ในการตรวจสอบเจ้าหน้าที่เพื่อป้องกันการเก็บรายได้เข้ากระเป๋าตัวเองนั้น กทม.ยอมรับว่าตรวจสอบได้ยาก ปัจจุบันจะตรวจสอบ โดยคำนวณรายได้จากสมุดใบเสร็จค่าธรรมเนียม พร้อมมอบนโยบายและมีเจ้าหน้าที่คอยสุ่มตรวจตามพื้นที่ กรณีนี้ขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นพฤติกรรมเจ้าหน้าที่ไม่ออกใบเสร็จให้ หรือนำเงินเข้ากระเป๋าตนเอง ประชาชนสามารถถ่ายรูปและวิดีโอเป็นหลักฐานและให้นำมาร้องเรียนต่อ กทม.ได้ทุกช่องทาง รวมถึงกรณีมีผู้อื่นแอบอ้าง โดยไม่สวมเครื่องแบบราชการมาเรียกเก็บค่าธรรมเนียมด้วย

