รองผู้ว่าฯกทม. แจงทุกปมขัดแย้ง หอศิลปฯ

27.09.18 | 18:32 น.

เมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) นางจินดารัตน์ ชโยธิน ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม.และโฆษก กทม. นายเฉลิมพล โชตินุชิต ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว ร่วมกันแถลงข่าวกรณีหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เพื่อแสดงจุดยืนและความชัดเจนว่ากรุงเทพมหานครไม่มีแนวคิดนำหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครมาบริหารจัดการเอง

นายทวีศักดิ์กล่าวว่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.ยืนยันชัดการบริหารหอศิลปฯนั้นจะต้องบริหารอยู่ภายใต้มูลนิธิหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดย กทม.ไม่มีแนวคิดนำมาบริหารเอง เนื่องจากหน่วยงานรัฐมีกระบวนการยุ่งยากและซับซ้อน จำเป็นต้องเป็นนิติบุคคล เอกชน หรือบริษัทเข้ามาดำเนินการ สำหรับหอศิลปฯก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2551 ต่อมาให้มูลนิธิซึ่งเป็นนิติบุคคลเข้ามาดูแล บริหารจัดการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้ง พร้อมจัดทำสัญญาระหว่าง กทม.ให้มูลนิธิรับสิทธิดังกล่าว 10 ปี ตั้งแต่ปี 2554 และจะสิ้นสุดในปี 2564

นายทวีศักดิ์กล่าวว่า ส่วนประเด็นการสนับสนุนงบประมาณกรุงเทพมหานครของชุดผู้บริหาร กทม.ปัจจุบัน ซึ่งก่อนหน้านี้ทราบว่า กทม.ได้อุดหนุนงบมาตลอด โดยปี 2560 กทม.จัดสรรงบอุดหนุนอยู่ในหมวดรายจ่ายอื่นของสำนักวัฒนธรรมฯ ราว 40-45 ล้านบาท เพราะไม่สามารถจัดสรรงบอยู่ในหมวดเงินอุดหนุนได้ ส่วนปี 2561 เมื่อมี พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่ และข้อบัญญัติ กทม.เรื่องเงินอุดหนุน พ.ศ.2560 ทำให้ต้องมีแนวทางปฏิบัติใหม่ โดยขณะนั้นทางมูลนิธิขอเงินอุดหนุนเข้ามา 40 ล้านบาท แต่ กทม.สามารถจัดสรรให้ได้ 8-9 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าไฟ 7-8 ล้านบาท ค่าน้ำ 2 แสนบาท อยู่ในหมวดรายจ่ายอื่นของสำนักวัฒนธรรมฯ ส่วนที่เหลืออีก 30 ล้านบาทเบิกจ่ายไม่ได้และต้องส่งเงินเข้าสู่งบกลาง โดยทางมูลนิธิสามารถของบสนับสนุนได้ในปีถัดไป ซึ่งในการให้เงินอุดหนุนได้นั้นจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการพิจารณาเงินอุดหนุนแก่หน่วยงานที่ขอรับเงินอุดหนุนด้วย

Advertisement

“กรณีที่หอศิลปฯจะถูกตัดน้ำและไฟ เรื่องนี้ผู้ว่าฯกทม.รับทราบและสั่งการให้สำนักวัฒนธรรมฯเข้าดำเนินการชำระหนี้ที่ค้างอยู่ในปี 2561” นายทวีศักดิ์กล่าว และว่า ส่วนปี 2562 กทม.พยายามเสนองบของหอศิลปฯตาม พ.ร.บ.เงินอุดหนุน แต่ไม่มีรายละเอียดแผนการใช้งบของหอศิลปฯที่ต้องเป็นผู้เสนอเข้ามา ทำให้คณะกรรมการพิจารณเงินอุดหนุนพิจารณาไม่ได้ อีกทั้ง กทม.พยายามเสนอเข้าสู่สภา กทม.รวม 2 ครั้ง โดยขอจัดสรรงบหมวดรายจ่ายอื่น แต่คณะกรรมการวิสามัญสภา กทม. ระบุว่าสุ่มเสี่ยงต่อกฎหมายและขัดต่อสัญญาให้สิทธิ รวมถึงยังเสนอเข้าวาระขอแปรญัตติ ทางสภาก็ท้วงติงบางประการและไม่พิจารณางบให้ ทำให้การจัดสรรเงินต้องหยุดชะงัก

นายทวีศักดิ์กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาดังกล่าว ผู้ว่าฯกทม.และ กทม.ไม่นิ่งนอนใจ โดยในวันที่ 1 ตุลาคม ได้เชิญคณะกรรมการมูลนิธิหอศิลปฯเพื่อหาแนวทางการแก้ไขและสัญญาให้สิทธิแก่มูลนิธิ ที่ผ่านมา กทม.ยืนยันว่า เนื่องจากหอศิลปฯเป็นการบริหารภายใต้นิติบุคคล ซึ่งเป็นผู้รับสิทธิ หากมีประเด็นขัดข้องประการใดในการบริหารสามารถเสนอเข้ามายัง กทม.ได้ แต่ข้อเท็จจริง กทม.ไม่เคยได้รับการร้องขอใดจากมูลนิธิ ทั้งนี้ ประเด็นการตรวจสอบย้อนหลังว่าที่ผ่านมา 7 ปีที่มีการเบิกจ่ายงบราว 1,000 ล้านบาทนั้น จะให้สำนักวัฒนธรรมฯเร่งรัดดูงบดุลของมูลนิธิที่ส่งมาให้ ส่วนจะพูดว่าเป็นการเบิกจ่ายงบไม่ชอบธรรมนั้นไม่ได้