ป้อมมหากาฬ จัดงาน ‘สมาพ่อปู่’ ยันสู้ต่อ อธิษฐานขออยู่ในถิ่นฐานบรรพชน

23.04.16 | 19:20 น.
บวงสรวง – ชาวชุมชนป้อมมหากาฬ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ทำพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำชุมชน ในระหว่างจัดงาน “สมาพ่อปู่ป้อมมหากาฬ” เมื่อวันที่ 23 เมษายน (ภาพและคำบรรยายจาก มติชน วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2559 หน้า 1)

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีชุมชนป้อมมหากาฬ เขตพระนคร ซึ่งกทม. แจ้งให้ย้ายออกภายในวันที่ 30 เมษายนนี้เพื่อปรับปรุงพื้นที่เป็นสวนสาธารณะหลังยืดเยื้อมานาน 24 ปีนั้น
เมื่อวันที่ 23 เมษายน ทางชุมชนได้จัดงาน “สมาพ่อปู่ป้อมมหากาฬ” ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปีในวันเสาร์หรืออาทิตย์แรกหลังสงกรานต์ เพื่อขอขมาพ่อปู่ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่ป้อม และคอยปกปักรักษาคนในชุมชน โดยมีการไหว้ใน 3 จุดสำคัญ ได้แก่

1. เชิงเทินป้อม ซึ่งเป็นการไหว้พ่อปู่ตามความเชื่อเดิมของชาวบ้านที่เล่ากันต่อมาว่าเคยมีศาลเพียงตาในบริเวณดังกล่าว แต่ภายหลังถูกรื้อออกไป
2. ลานกลางชุมชน ซึ่งเป็นการไหว้ต้นไม้ใหญ่ 4 ต้น คือ “โพธิ์ ไทร ไกร กร่าง” ที่อยู่คู่ชุมชนมานาน
3. ริมคลอง ซึ่งเป็นการไหว้เจ้าพ่อพระยาเพชร หรือ พระยาเพชรปาณี เจ้าของวิกลิเกพระยาเพชร บุคคลที่มีตัวตนจริงในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นที่มาของชื่อตรอกพระยาเพชร ที่ตั้งของชุมชนป้อมมหากาฬในปัจจุบัน

สมาพ่อปู่ป้อมมหากาฬ บริเวณเชิงเทิน
สมาพ่อปู่ป้อมมหากาฬ บริเวณเชิงเทิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พิธีเริ่มเมื่อเวลา 06.39 น. ชาวบ้านในชุมชนป้อมมหากาฬหลายสิบราย ได้เดินขึ้นไปยังเชิงเทินของป้อมเพื่อประกอบพิธีไหว้ขอขมา พร้อมขบวนร่ายรำ มีการจัดของเซ่นไหว้อาทิ หัวหมู กุ้งพล่า ปลายำ และไข่ไก่ต้ม จากนั้นจึงทำพิธีในจุดต่างๆตามลำดับจนครบ โดยมีตัวแทนชุมชนนำกล่าวขอขมาและสักการะ ซึ่งตอนหนึ่งได้กล่าวว่า ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยชาวบ้านซึ่งถือเป็นลูกหลานพระยาเพชรปาณีได้อยู่อาศัยในพื้นที่นี้ต่อไป

นายธวัชชัย วรมหาคุณ ประธานชุมชนป้อมมหากาฬ กล่าวว่า พิธีดังกล่าว มีมานานอย่างน้อย 58 ปี เพราะเกิดมาก็เห็นพิธีนี้แล้ว โดยมีการไหว้ขอขมาศาลเพียงตาบนเชิงเทิน ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “หัวป้อม” เพื่อขออภัยหากล่วงเกินโดยไม่เจตนา และขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองลูกหลานชาวชุมชนทุกคน ซึ่งในปีนี้ใกล้กำหนดเวลาที่กทม. แจ้งให้ย้ายออก จึงยังไม่ทราบว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ยืนยันว่าจะสู้ต่อ และหากต้องย้ายจริงๆ ก็คิดว่าจะกลับมาทำพิธีนี้แม้ไม่ได้อยู่อาศัยในชุมชนแล้ว

“พิธีสมาพ่อปู่ เป็นพิธีเก่าแก่ เดิมมีศาลเพียงตาบนหัวป้อม ตอนหลัง ถูกรื้อแล้วสร้างสถูปโบกปูนทับโดยหน่วยงานภาครัฐในช่วงสมโภชรัตนโกสินทร์ 200 ปี เมื่อ พ.ศ. 2525 ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายมาก แต่ก็ยังทำพิธีอยู่ ปีนี้สิ่งที่อธิษฐานเป็นพิเศษ คือขอให้ชาวชุมชนได้อยู่ที่นี่ต่อไป ฤกษ์ยามขั้นป้อมในปีนี้คือ 06.39 ได้มาจากพระสงฆ์วัดราชนัดดาราม ซึ่งเป็นวัดที่ชุมชนผูกพันมานานพอๆกับวัดเทพธิดาราม ถ้าไม่ได้อยู่ที่นี่ต่อ ยังไงก็จะกลับมาทำพิธีนี้ทุกปี” นายธวัชชัยกล่าว

Advertisement
ไหว้ "โพธิ์ ไทร ไกร กร่าง" ที่ลานชุมชนป้อมมหากาฬ
ไหว้ “โพธิ์ ไทร ไกร กร่าง” ที่ลานชุมชนป้อมมหากาฬ

นางสาวอินทิรา วิทยสมบูรณ์ นักกิจกรรมด้านสังคม ซึ่งเคลื่อนไหวร่วมกับชุมชนป้อมมหากาฬ กล่าวว่า จากการที่ชุมชนได้ยื่นจดหมายถึงประธานคณะอนุกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์ โดยผ่านสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปเมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา ต่อจากนี้ จะมีการติดตามความคืบหน้าว่าจะมีวาระการประชุมหรือมีมติในประเด็นนี้ว่าอย่างไรบ้าง
นอกจากนี้ จากการที่เด็กๆในชุมชนร่วมกันเขียนไปรษณียบัตรถึงนายประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีจดหมายตอบกลับจากเจ้าหน้าที่ว่าได้รับเรื่องไว้แล้ว โดยมีการส่งเรื่องไปที่กทม. ซึ่งตนจะติดตามความคืบหน้าต่อไป และจะยังคงต่อสู้อย่างอหิงสา

นางสาวอินทิรา ยังกล่าวอีกว่า นอกจากการเคลื่อนไหวของชาวชุมชนป้อมมหากาฬแล้ว ชุมชนอื่นๆในเขตพระนคร ยังร่วมเคลื่อนไหวด้วย โดยมีการยื่นจดหมายไปถึงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และกระทรวงมหาดไทย เป็นต้น

ส่วนประเด็นที่สื่อบางสำนักเผยแพร่ข่าวว่า กทม. ตั้งเป้าให้ย้ายเสร็จในกลางปี คือ เลื่อนออกไปจากปลายเดือนเมษายนนั้น ตนไม่แน่ใจว่าจะเป็นความจริงหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมา กทม.เคยให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหลายครั้ง เช่น จำนวนผู้แจ้งขอย้ายออกว่ามีถึง 30 ครัวเรือนเมื่อครั้งตั้งโต๊ะร่วมกับการเคหะแห่งชาติ เมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา ก็ไม่เป็นความจริง เนื่องจากเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่ามีไม่ถึง 10 รายเท่านั้น

ธวัชชัย มหาวรคุณ ประธานชุมชนป้อมมหากาฬ สักการะเจ้าพ่อพระยาเพชร หรือพระยาเพชรปาณี เจ้าของวิกลิเกสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นชุมชนป้อมมหากาฬในปัจจุบัน
ธวัชชัย มหาวรคุณ ประธานชุมชนป้อมมหากาฬ สักการะเจ้าพ่อพระยาเพชร หรือพระยาเพชรปาณี เจ้าของวิกลิเกสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นชุมชนป้อมมหากาฬในปัจจุบัน

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. มีเสวนา “ลมหายใจของคนในเมืองเก่า” ซึ่งมีตัวแทนชุมชนในเกาะรัตนโกสินทร์ร่วมแสดงความคิดเห็น อาทิ ชุมชนมัสยิดบ้านตึกดิน และชุมชนตรอกศิลป์-ตึกดิน เป็นต้น
โดยช่วงหนึ่งมีการขับเสภา เนื้อหาเกี่ยวกับป้อมมหากาฬ ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญที่มีผู้คนอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นชุมชนมาช้านาน แล้วเหตุใดจึงคิดจะแยกคนออกจากถิ่นฐานบรรพชน แม้จะย้ายร่างกายออกไปได้ แต่ไม่อาจย้ายจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งของชาวบ้านได้ ซึ่งทำให้ผู้ร่วมงานบางรายถึงกับร้องไห้ออกมา

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 5 นายจาก สน.สำราญราษฎร์ เข้ามาในชุมชน สร้างความตื่นตกใจให้ผู้ร่วมงานบางส่วน โดยได้พูดคุยกับนายพรเทพ บูรณบุรีเดช รองประธานชุมชนป้อมมหากาฬ เพื่อสอบถามรายละเอียดของงาน ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีจึงเดินทางกลับ ซึ่งนายพรเทพได้แสดงความเห็นสั้นๆ ในภายหลังว่า คงเป็นการเข้าร่วมงานของชุมชนเท่านั้น

ป้อมมหากาฬ

ป้อมมหากาฬ

ป้อมมหากาฬ

ป้อมมหากาฬ

ป้อมมหากาฬ

ป้อมมหากาฬ

ป้อมมหากาฬ

ป้อมมหากาฬ

ป้อมมหากาฬ