เมื่อแม่น้ำ-ลำคลอง ไม่มีที่ไหล

29.09.18 | 08:17 น.

ประเทศเรามี วันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลองแห่งชาติ จัดขึ้นทุกปี แต่มันก็น่าข้องใจว่า ทำไมทั้งแม่น้ำและลำคลองมันดูไม่ดีขึ้นมาเลย และนับวันมันจะแยาลงเรื่อยๆ น้ำเน่า น้ำเสีย น้ำตื้น น้ำปนเปื้อนสารเคมี น้ำเต็มไปด้วยขยะ

ปีนี้ กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ก็จัดกิจกรรมเนื่องในวันอนุรักษ์และพัฒนาแม่น้ำ คู คลองแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2561 พื้นที่การจัดกิจกรรมออกเป็น 2 แห่ง คือ บริเวณริมแม่น้ำนครชัยศรี โรงเรียนนายร้อยตำรวจ จ.นครปฐม และบริเวณริมแม่น้ำแม่กลอง ตลาดเจ็ดเสมียน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

ในอดีตแม่น้ำนครชัยศรี หรือ แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง เป็นเส้นเลือดสายสำคัญของบ้านเมือง ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ประชาชนในชุมชนต่างๆ ที่ตั้งบ้านเรือนกระจัดกระจายอยู่ตลอดสองฟากฝั่งของแม่น้ำนี้ ล้วนทำมาหากินโดยอาศัยทรัพยากรในลำน้ำ จับกุ้งหอยปูปลาและสัตว์น้ำนานาชนิดมากินเป็นอาหาร และใช้น้ำในแม่น้ำทำการเพาะปลูกพืชผักผล

แต่ปัจจุบันด้วยการขยายตัวของเมือง และชุมชนต่างๆ ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ที่เคยอุดมสมบูรณ์ กลับเสื่อมโทรมลง เกิดปัญหามลพิษทางน้ำ โดยเฉพาะคุณภาพน้ำที่เน่าเสีย ปัญหาขยะ โดยเฉพาะขยะพลาสติกที่ย่อยสลายได้ยาก ทำให้ปริมาณขยะในแม่น้ำ คู คลองเพิ่มขึ้น ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ แต่ยังส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมอีกด้วย

Advertisement

นายสุรจิต ชิรเวทย (ภาพจากมูลนิธิ สืบนาคะเสถียร)

นายสุรจิต ชิรเวทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำ ประชาคมแม่น้ำแม่กลอง ได้สะท้อน ปัญหาที่เกิดขึ้นกับแม่น้ำลำคลองในประเทศอย่างน่าคิด

“แม่น้ำแม่กลองแต่เดิมดีมาก ต่อมา แค่ดี เวลาผ่านไป พอใช้ คือเวลานี้มันเหลือแค่พอใช้เอง สรุปคือ มันแย่ลงเรื่อยๆนั่นเอง หากไม่มีฝนมาคอยชำระให้ก็ลำบาก แต่ปัญหาก็เกิดอีก คือ สิ่งที่ฝนชำระชะล้าง และพาลงสู่แม่น้ำก็เต็มไปด้วยสารพัดสารเคมี งานวิจัยของคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ระบุเอาไว้ชัดเจนว่า เวลานี้คุณภาพของน้ำในพื้นที่อ่าว กอไก่ ย่ำแย่ลงมาก ทั้งขยะ น้ำเสียเสียโดยตรง และสารเคมีมาบรรจบที่นี่ทั้งสิ้น โดยเฉพาะแม่น้ำแม่กลองมีแหล่งอุตสาหกรรมอยู่กลางสายน้ำเลย ตั้งแต่ จ.กาญจนบุรี ราชบุรี ไปถึง บ้านโป่ง และโพธาราม”นายสุรจิต กล่าว

นายสุรจิต บอกว่า ประเทศนี้คุมอะไรไม่ได้อยู่แล้ว อย่าไปพูดถึง สมุทรสาคร และสมุทรปราการ สมุทรสาคร มีโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ 7 พันแห่ง สมุทรปราการอีก 8 พันแห่ง มีนิคมอุตสาหกรรม แต่ปรากฏว่า โรงงานอยู่นอกนิคมมากกว่าในนิคมฯ การควบคุมอะไร ไม่ว่า น้ำเสีย หรืออากาศเสียที่ปล่อยออกมานั้นสร้างปัญหา ทั้งแก่สิ่งแวดล้อมรอบๆ และลำน้ำทั้งสิ้น

นอกจากนี้ยังพบว่า หลายๆโรงงานเปลี่ยนรูปแบบการใช้พลังงาน เมื่อค่าไฟฟ้าขึ้นราคาก็เปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงเป็นถ่านหินแทน คือ ทุกอย่างมันประดังประเดเข้ามาทุกมิติ

เมื่อก่อนนี้ เราทิ้งขยะลงแม่น้ำก็ไม่เป็นไร เพราะมันเป็นแค่ใบไม้ เป็นวัสดุจากธรรมชาติ และไม่ได้มีปริมาณมากเท่าวันนี้ แต่วันนี้มันมีสารพัดเลย เป็นพลาสติกเสียส่วนใหญ่ พลาสติกมันย่อยสลายนานก็เหมือนไม่ย่อยนั่นแหละ เราไม่มีถังขยะริมน้ำ มีแต่ถังขยะริมถนน และเราไม่มีเรือเก็บขยะ

เคยสงสัยกันบ้างไหมว่าทำไมพื้นที่กรุงเทพสามารถรับปริมาณน้ำฝนได้แค่ 40 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง แล้วทำไมเราต้องใช้เครื่องสูบน้ำ ทั้งๆที่เรามีน้ำขึ้นน้ำลงวันละ 2 เวลา และพื้นที่กรุงเทพมีคลองมากถึง 1,165 คลอง ทำไมน้ำที่ล้นขึ้นมาหลังจากฝนตกหนักจึงหาคลองไม่เจอ

“บรรพบุรุษของเรา เรียนมาน้อย แต่ฉลาด สร้างถนนแต่ละสาย จะมีคลองอยู่ด้านข้างขนานกันไป แต่มาดูสมัยนี้ สร้างถนนกั้นทางไหลของน้ำบ้าง ถนนสูงกว่าทางไหลของน้ำ มิหนำซ้ำ คลองยังเต็มไปด้วยตะกอนโคลน ตื้นเขินสกปรก โรงงานอุตสาหกรรมอยู่ริมน้ำ ระบบการแจ้งเตือน ตรวจจับผู้ที่ปล่อยน้ำ ปล่อยของเสียลงแหล่งน้ำก็อ่อนแอ มีกลไกไม่ดีพอ ขาดเครือข่ายและเทคโนโลยีที่ทันท่วงที มีคดีสิ่งแวดล้อมอยู่ในศาลปกครองมากกว่า 2 พันคดี แต่ละคดีกว่าจะตัดสินใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปี แต่ความเสียหายเกิดขึ้นทุกวัน”

“ถึงกล้าพูดว่า เวลานี้ทุกมิติ ทุกด้าน จู่โจม ถาโถมเข้ามาพร้อมๆกัน ทำให้แม่น้ำ ลำคลองบ้านเราถดถอย แย่ลงเรื่อยๆ” สุรจิต สรุป

ผู้เชี่ยวชาญด้านแม่น้ำคูคลอง บอกส่งท้ายว่า กรุงเทพมี 50 เขต แต่ละเขตควรจะไปสำรวจลำน้ำในพื้นที่ตัวเอง ว่าเป็นอย่างไร มีอะไรบ้าง ใน 50 เขตนั้น มีพื้นที่ไหน ที่ใช้ลำน้ำร่วมกันบ้าง ช่วยกันทำให้น้ำไหล ดูดตะกอน โคลนขึ้นมาให้หมด ตะกอนพวกนี้อยู่ในน้ำมันสกปรก แต่ถ้าเอาไปทำเป็นปุ๋ยบำรุงต้นไม้ มันเป็นปุ๋ยที่ดีมากเลย

เวลานี้ บรรดาประตูน้ำที่กั้นอยู่ตามคลองต่างๆในกรุงเทพยังเป็นตัวการสำคัญที่เป็นตัวปิดไม่ให้ตะกอนไหล แต่ทำให้ตะกอนเกิดการสะสม ซึ่งทำให้น้ำตื้นเขิน ต้องแก้ไขรูปแบบของประตูน้ำใหม่ โดยทำให้กว้างขึ้นเท่ากับลำน้ำ จะกี่บาน หรือใช้งบประมาณเท่าไร ก็ลองเปรียบเทียบกันดูว่า หากแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำไม่ระบายได้ มันคุ้มค่าแค่ไหน

ประชาชนทุกคน อยากให้ทุกครั้งที่เราจัดงานอนุรักษ์แม่น้ำคูคลอง แล้วมีบ้างที่เราจะนั่งชื่นชมว่า แม่น้ำที่นั้นสวย แม่น้ำที่นั้นดี สะอาดสดใส ลงไปเล่นน้ำได้ น้ำใสสะอาด ไม่มีขยะ ปราศจากเศษแก้ว

ไม่ใช่มานั่งฟังและรับรู้ความเสียหาย ความเน่าเสีย และผลกระทบแต่ทางร้ายๆที่แม่น้ำลำคลองได้รับ ซึ่งเป็นเช่นนี้ทุกปี และมีแนวโน้มว่าจะมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ