รองผบก.ตม.2 ยันไม่มีการเก็บเงินนทท.จีนเพิ่มโดยไร้ใบเสร็จ

29.09.18 | 17:54 น.

เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) น.ท.สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รองผบก.ตม.2 และโฆษกกองบังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 2 ร่วมกับ นายพงษ์เทพ นิรมานสกุลพงศ์ ผู้แทนสายการบินไลอ้อนแอร์ แถลงข่าวชี้แจงต่อเหตุการณ์นักเที่ยวชาวจีนถูกเจ้าหน้าที่ รปภ.ท่าอากาศยานดอนเมือง ทำร้ายร่างกายจนถูกนำไปโพสต์ลงในสื่อออนไลน์ของประเทศจีนมีผู้ชมประมาณ 10 ล้านคน ภายใน 2 วัน เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จากชาวจีนอยู่ในขณะนี้นั้น


น.ท.สุธีรวัฒน์ กล่าวว่า คลิปวีดีโอดังกล่าว เป็นภาพเหตุการณ์เมื่อวันที่ 27 กันยายน เวลาประมาณ 22.27 น. ทางอากาศยานฯ ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่สายการบินไลอ้อนแอร์ ขอให้เจ้าหน้าที่ตระเวนระงับเหตุเข้าควบคุมพื้นที่บริเวณห้องพักรอผู้โดยสารส่งกลับ เนื่องจากนาย เหมย จิ (Mr.Mei Ji) ผู้โดยสารชาวจีน เดินทางด้วยสายการบินไลอ้อนแอร์ เที่ยวบิน SL 117 จากเมืองจากาตาร์ ประเทศอินโดนิเซีย มายัง ทดม. ซึ่งถูกปฏิเสธการเข้าเมือง เพราะไม่แสดงเอกสารยืนยันการเข้าพักในประเทศไทย และแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง รวมทั้งไม่ยินยอมในการเข้าห้องพักรอผู้โดยสาร

“เมื่อเจ้าหน้าที่ตระเวนระงับเหตุมาถึง และปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนการปฏิบัติ แต่กลับถูกผู้โดยสารขัดขวางก่อความวุ่นวาย และพยายามหลบหนีไปยังประตูออกสู่ท่ารถบัส อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ เจ้าหน้าที่ตระเวนระงับเหตุ จึงได้เข้าระงับเหตุการณ์ แต่ได้มีการใช้กำลังเกินกว่าเหตุ ตามที่เป็นคลิปเผยแพร่ออกไป” น.ท.สุธีรวัฒน์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม น.ท.สุธีรวัฒน์ กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้ให้สายการบินไลอ้อนแอร์ดำเนินการส่งตัวนาย เหมย จิ กลับด้วยเที่ยวบิน SL 038 เส้นทางทดม.-กวางโจวเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 28 ก.ย. เวลา 00.45 น.ทั้งนี้ สนามบินจะต้องรับผิดชอบดูแลผู้โดยสาร โดยเฉพาะผู้โดยสารจากต่างประเทศ ในฐานะที่เป็นหน้าด่านแรกที่จะสร้างความประทับใจให้กับผู้โดยสาร จึงไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบ ข้อบกพร่องในกรณีนี้ได้ จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทดม. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย และยินดีบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อนักท่องเที่ยวชาวจีน รวมทั้งจะทำหนังสือผ่านสถานทูตจีนเพื่อขอโทษผู้เสียหายต่อไป

Advertisement

เบื้องต้น น.ท.สุธีรวัฒน์ กล่าวว่า ตนได้สั่งการให้พักงานเจ้าหน้าที่ฯ ซึ่งจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ตระเวนระงับเหตุดังกล่าวถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรง มีโทษถึงขั้นไล่ออก และจะดำเนินการตามระเบียบต่อไป โดยจะมีการสอบสวนเพื่อให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว ขณะที่ตนและผู้อำนวยการฝ่ายรักษาความปลอดภัย ในฐานะผู้บังคับบัญชาอาจจะอยู่ในข่ายที่จะต้องมีความรับผิดชอบร่วมกัน ตามขั้นตอนการสอบสวน เพราะพื้นที่ตรงจุดเกิดเหตุเป็นพื้นของของทอท.ที่ตนรับผิดชอบ ผมต้องขอหยุดปฏิบัติหน้าที่ 30 วัน

พ.ต.อ.เชิงรณ รองผบก.ตม.2 กล่าวว่า กระบวนการตรวจคัดกรองคนตั้งแต่ต้นทางปกติทำที่สถานทูตหรือสถานกงสุล มาทำที่ด่านตม.ก่อนเข้าประเทศ ซึ่งมีระยะเวลาอนุญาตให้อยู่ในประเทศได้ 15 วัน หรือเรียกว่าการท่องเที่ยวระยะสั้น การเก็บค่าธรรมเนียมที่สถานทูตโดยปกติตามกฎหมายแล้วจะอยู่ที่ 1,000 บาท แต่เนื่องจากกระบวนการนี้ลดขั้นตอนตั้งแต่ต้นทางเข้ามาทำที่หน้าด่าน ซึ่งใช้เวลาค่อนข้างจำกัด จึงมีการใช้อัตราค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นเป็น 2,000 บาท ส่วนประเด็นที่บอกว่ามี่การเก็บเงินเพิ่ม 200-300 บาทโดยที่ไม่มีการออกใบเสร็จนั้นต้องขอยืนยันว่ากรณีดังกล่าวนี้ไม่มี ที่ผ่านมาเรื่องการเข้าใจผิดไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผู้โดยสารที่เดินทางเข้าอาจเข้าใจผิดบางรายมีการแนบเงินทิปมาให้ ซึ่งมีหลายประเทศที่แนบเงินทิปมาให้ เจ้าหน้าที่ตม.ได้ปฏิเสธการรับเงินและมีหลักฐานการบันทึกภาพขณะคืนเงินกลับให้ ซึ่งที่ผ่านมามีประมาณ 40-50 ราย

พ.ต.อ.เชิงรณ กล่าวต่อว่า ต้องขอชี้แจงเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวจีนที่ผ่านมาไม่มีปัญหาในลักษณะอย่างนี้ เพิ่งเห็นเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกที่มีปัญหากระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่ของการท่า ที่ผ่านมาการเข้าออกของชาวจีนเมื่อปี 2560 พบมีการเข้าออกประมาณ 700,000 คน ส่วนปี 2561 เข้าออกเกือบ 800,000 คนแล้ว ก็ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีไม่พบปัญหาใด