จากกรณี น.ส.ภาณุมาศ แซ่แต้ นักธุรกิจสาว วัย 41 ปี เสียชีวิตจมน้ำ ขณะขับรถกระบะลอดอุโมงค์ทางรถไฟ ทางเข้าหมู่บ้านโกลเด้นนครา ซอยอ่อนนุช 65 แยก 14 แขวงและเขตประเวศ เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 30 กันยายน ที่สถานีตำรวจนครบาลประเวศ(สน.ประเวศ) พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รองผบช.น. พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.ประเวศ และนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ และคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง ร่วมกันรายงานผลการสืบสวนคดีพร้อมแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 5 คนในข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ซึ่งประกอบนิติบุคคลหมู่บ้านโกลเด้น นครา จำนวน 2 คนซึ่งละเลยการดูแลรับผิดชอบอุโมงค์ และพนักงานรักษาความปลอดภัย 3 คนที่รู้เรื่องน้ำท่วมอุโมงค์แต่ละเลยการติดป้ายหรือสัญญาณเตือนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในกรณีดังกล่าว


นายสุชัชวีร์กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าวทางสถาบันฯได้ส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบอุโมงค์ดังกล่าว ซึ่งพบว่าความปลอดภัยในเรื่องของระบบสูบน้ำอาจมีความบกพร่อง และอุโมงค์ดังกล่าวปกติจะมีบ่อพักน้ำอยู่ภายใต้อุโมงค์ ซึ่งจะมีระบบสูบน้ำติดตั้งไม่ให้น้ำไหลเข้าไปในอุโมงค์ แต่ปรากฎว่าหลังตรวจสอบอุโมงค์ดังกล่าวกลับพบแผงตะกอนทราย จึงสันนิษฐานว่ามีดินทรายไหลเข้าบ่อพักน้ำทำให้ติดอยู่ในระบบสูบน้ำ จึงเกิดปัญหาน้ำเอ่อล้นขึ้นมา ซึ่งอุปกรณ์ทุกอย่างย่อมมีรอบในการตรวจเช็ก และถ้าเมื่อตรวจสอบแล้วพบตะกอนหรืออะไรจำเป็นต้องดูแลรักษา ปัจจุบันปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ ด้วยเทคโนโลยีระบบเซ็นเซอร์ ซึ่งหากน้ำเอ่อล้นขึ้นมา ก็จะส่งสัญญาณเตือนและจะเตรียมการน้ำมือได้ เหตุการณ์เช่นนี้ก็อาจไม่เกิดขึ้น
ด้าน พล.ต.ต.สมพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้สรุปได้ว่าเป็นความประมาทของบุคคล 2 ส่วน ส่วนแรกคือประธาน และผู้จัดการหมู่บ้าน ซึ่งเป็นนิติบุคคลภายในหมู่บ้านโกลเด้น นครา ที่มีหน้าที่ดูแลรักษาอุปกรณ์ภายในหมู่บ้านตามวงรอบตั้งแต่ถนน ไฟฟ้า หรืออุโมงค์ ทุกคนมีหน้าที่ต้องดูแลซึ่งเมื่อไม่รับผิดชอบในหน้าที่ ดังนั้นจึงต้องรับผิดในกรณีดังกล่าว ในส่วนรปภ.อีก 3 คน ซึ่งทราบก่อนแล้วว่ามีรถยนต์ยี่ห้อบีเอ็มดับบลิว เสียเพราะจมน้ำอยู่ในอุโมงค์ และยังลากขึ้นมาแล้วกลับไม่มีสัญญาณบอก หรือตั้งไม้กั้นใดๆ ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเป็นห่วงว่าถ้าไม่มีการลงโทษอย่างจริงจังอาจมีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นอีก จึงได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ที่เกี่ยวข้องดังกล่าว แต่หากการสืบสวนพบว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องอีกก็จะออกหมายเรียกนำตัวมาดำเนินคดีเพิ่มเติม แต่ในส่วนของผู้ต้องหาทั้ง5คนนั้น หลังมีการออกหมายเรียก มี 3 รายได้เข้ามามอบตัวแล้วแต่อีก 2 คนยังไม่สะดวกที่จะเข้าพบพนักงานสอบสวน ทั้งนี้เนื่องจากความผิดดังกล่าวถือเป็นความประมาทของตัวบุคคลไม่ใช่เป็นความผิดร้ายแรง จึงกราบอยากขอความร่วมมือต่อสื่อมวลชนช่วยอย่าเปิดเผยชื่อของผู้ต้องหาเนื่องจากได้รับความคุ้มครองตามสิทธิ ซึ่งจะเป็นการตัดอนาคตของกลุ่มผู้ต้องหามากเกินไป
ขณะที่ผกก.สน.ประเวศ กล่าวว่าในส่วนของการที่ประชาชนได้ตั้งคำถามว่าทำไมผู้เสียชีวิตถึงไม่เปิดประตูรถออกมาเมื่อรู้ว่ากำลังจมน้ำและเข้าใจว่าน้ำมีระดับแค่เอวเท่านั้น ซึ่งความจริงขณะนั้นน้ำได้ท่วมเกิน 2 เมตรครึ่งแล้วและด้วยถนนที่มืด จึงทำให้รถกระโจนลงไปในน้ำโดยไม่ทันตั้งตัว
“ซึ่งขณะที่น้ำค่อยๆซึมเข้ามาในตัวรถ ผู้เสียชีวิตที่ว่ายน้ำไม่เป็นอยู่แล้วจึงเกิดความตกใจ และแรงดันน้ำจากภายนอกด้วยลำพังตัวผู้หญิงคนเดียวจึงไม่สามารถเปิดประตูออกมาได้ ซึ่งในเวลาประมาณ 00.43 ผู้เสียชีวิตได้พยามติดต่อหาเพื่อนและในเวลาต่อมา 00.46น.จึงขาดการติดต่อไปนั้น ย่อมหมายความว่าช่วงเวลาขณะนั้น ใช้เวลาประมาณแค่ 3 นาที น้ำจึงได้ท่วมเต็มคันรถเรียบร้อย” ผกก.สน.ประเวศ กล่าว



