เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า หลังจากคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) คณะกรรมการจัดระเบียบรถตู้ กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ มีคำสั่งให้รถตู้โดยสารสาธารณะกว่า 1,800 คัน หยุดวิ่งบริการรับส่งผู้โดยสาร ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป เนื่องจากหมดอายุรถ 10 ปี เป็นเหตุให้ผู้ประกอบการรถตู้โดยสารและผู้โดยสารเดือดร้อนกันทั่วหน้านั้น

“ขณะที่การกำหนดนโยบายหรือมาตรการรองรับของหน่วยงานราชการไม่สะท้อนการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสม แต่กลับเป็นไปในลักษณะของการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายรถมินิบัส เช่น การบังคับให้ต้องเปลี่ยนรถตู้โดยสารสาธารณะเป็นรถมินิบัส การห้ามรถที่มีอายุเกิน 10 ปีมาวิ่งบริการ และการโล๊ะรถตู้หมวด 2 (ช.) ซึ่งเป็นรถตู้ที่จัดระเบียบในยุค คสช. ให้หมดสิ้นไปนั้น การใช้อำนาจดังกล่าว เป็นการรังแกผู้ประกอบการที่ทำมาหากินโดยสุจริต ในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองเป็นอย่างมาก แต่อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายรถมินิบัสโดยชัดแจ้ง ซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารเดือดร้อนมากขึ้น เนื่องจากรถตู้บางสายบางเส้นทางไม่มีรถโดยสารอื่นให้บริการอยู่เลย ซึ่งก็จะทำให้ให้เกิดมีรถป้ายดำขึ้นมาอีกในอนาคต โดยที่รัฐไม่สามารถควบคุมและเรียกเก็บภาษีได้” นายศรีสุวรรณ กล่าวและว่า ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมฯ และผู้ประกอบการรถตู้ทั้ง 1,800 คัน จึงเดินทางไปยังศาลปกครองกลาง เพื่อรับฟังคำสั่งศาลกรณีที่สมาคมฯ และผู้ประกอบการรถตู้ 731 ราย ได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอไต่สวนฉุกเฉินขอการคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา

นายศรีสุวรรรณ กล่าวว่า โดยเรียกร้องขอความเมตตาจากศาล 2 เรื่อง คือ 1.ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดี กรมการขนส่งทางบกอนุญาตให้รถตู้หมวด 1 ขยายอายุการวิ่งบริการออกไป 5 ปีเพื่อรอรถไฟฟ้าหลาย ๆ สายของรัฐก่อสร้างเสร็จ และ 2.ในส่วนของรถตู้หมวด 2 ขอให้ยกเลิกการบังคับให้รถตู้เปลี่ยนเป็นรถมินิบัส แต่ขอให้เป็นการเปลี่ยนด้วยความสมัครใจแทน เพราะรถดังกล่าวมีราคาสูงกว่ารถตู้มากหลายเท่า ชาวรถตู้ส่วนใหญ่ไม่มีเงินมากเพียงพอที่จะเปลี่ยนรถได้

