รวบแล้วโจรทำเนียน สวมรอยเป็นนศ.ตระเวนลักของตามมหา’ลัย

1.10.18 | 13:03 น.

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท. ผบช.น. พล.ต.ต.ดร.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิทธ์ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.ชัยพล เอกกุล ผกก.สส.บก.น.1 พ.ต.ท.ยุคณธร ชูแก้ว สว.กก.สส.บก.น.1 และตำรวจ กก.สส.บก.น.1 จับกุม นายวัฒธนภัทร หรือกวาง สังฆะมณี อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 177 หมู่ 4 ต.ขวัญเมือง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ผู้ต้องหาตระเวนลักทรัพย์ตามมหาวิทยาลัย พร้อมด้วยของกลางบัตรต่างๆ 15 ใบ ,กระเป๋าเงินรุ่น FN สีดำ 1 ใบ ,กระเป๋าเงินแบบถือรุ่น Bocllerry 1 ใบ,กระเป๋าแบบถือไม่มีรุ่นสีดำ 1 ใบ,แว่นตา กันแดด สีดำ 1 อัน,กรอบแว่นตา 1 อัน, หมวกแก๊บสีดำน้ำเงิน พิมอักษร great ,เสื้อโปโล สีขาว แขนสั้น เสื้อคอกลมสีขาว สกรีน U.S.A. ที่หน้าอก 1 ตัว,เสื้อเชิ้ต สีน้ำเงิน และเสื้อยีนส์ แขนยาว โดยสามารถจับกุมได้บริเวณหน้าสบายดีเกสต์เฮ้าส์ ถ.สาลีรัฐวิภาค แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 30 ก.ย. เวลาประมาณ 21.50 น.ที่ผ่าน


พ.ต.อ.นครินทร์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่ผ่านมา ผู้เสียหายวางคอมพิวเตอร์แบบพกพายี่ห้อ Apple รุ่น Mac สีเงิน ไว้ที่ใต้ตึกคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ จากนั้นผู้ต้องหาเดินเข้ามาบริเวณดังกล่าวและทำตัวกลมกลืนเหมือนนักศึกษา เมื่อเห็นว่าผู้เสียหายเดินออกไปจึงลักเอาทรัพย์สินของผู้เสียหายแล้วหลบหนีไป ต่อมาผู้เสียหายได้ขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดพบผู้ต้องหาเป็นบุคคลที่ตรงกับคนร้ายที่ลักทรัพย์สินของตนเอาไปจริง จึงได้ไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.1 ออกติดตามหาผู้ต้องหารายนี้ จนกระทั่งสืบทราบว่าหลบหนีและพักอาศัยอยู่ที่ห้องหมายเลข 202 สบายดีเกสต์เฮ้าส์ ถ.สาลีรัฐวิภาค แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร จึงเฝ้าติดตามจับกุม รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ทั้งนี้จากแนวทางการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหา นายวัฒธนภัทร จะเข้าไปตามมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษา โดยทำตัวเป็นนักศึกษาและเดินดูลาดเลา ถ้าเห็นทรัพย์สินหรือกระเป๋าวางอยู่ ไม่มีเจ้าของดูแล ก็จะเข้าไปลักเอาของแล้วหลบหนีไป เมื่อได้ทรัพย์สินมา ก็จะนำไปประกาศขายออนไลน์ หากได้บัตรประชาชนของเหยื่อมาด้วย ก็จะนำไปซื้อโทรศัพท์และไปเปิดห้องเช่า เพื่อหลบหนีการจับกุม ตลอดจนกินเที่ยว หนำซ้ำยังซื้อยาเสพติดมาเสพ โดยทำลักษณะนี้เป็นอาชีพ นอกจากนี้จากการขยายผลพบว่านายวัฒธนภัทร ได้กระทำลักษณะเช่นนี้มาแล้วหลายครั้ง นานกว่า 1 ปี

Advertisement

ในท้องที่ สภ.บางพลี เมื่อประมาณ 2 เดือนที่แล้ว เหตุเกิดในมหาวิทยาลัยหัวเฉียว ได้กระเป๋าสตางค์ ยี่ห้อคลิบลิงค์ สีขาวดำ ภายในมีเงินสด 600 บาท บัตรเอทีเอ็ม ใบขับขี่ บัตรประชาชน ผู้เสียหายชื่อ นายธีร์จุฑา ทรัพย์สุวรรณ์ ,พื้นที่ สน.บางเขน จำวันที่ไม่ได้ ได้ลักเอากระเป๋าสะพาย ด้านในมีเสื้อกีฬา ภายใน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ,พื้นที่ สน.ปทุมวัน เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.เหตุเกิดภายในสนามเทพหัสดิน ลักเอาโทรศัพท์ ยี่ห้อซัมซุง รุ่น เอส 4 จำนวน 1 เครื่อง เงินสดจำนวน 300 บาท กระเป๋าสตางค์ บัตรเอทีเอ็ม สมุดบัญชีธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน,พื้นที่ สน.สามเสน เมื่อวันที่ 31 ส.ค. เวลาประมาณ 12.30 น. ได้รองเท้า ยี่อะดิดาส ภายใน มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา แขวงดุสิต เขตดุสิต กทม.

พื้นที่ สน.ชนะสงครามเมื่อวันที่ 7 กันยายน เวลาประมาณ 10.42 น. ลักคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คส์ ยี่ห้อ Apple รุ่น Mac สีเงิน จำนวน 1 เครื่อง (พร้อมกระเป๋า) และเครื่องคิดเลข ยี่ห้อ Texas Instruments สีดำ จำนวน 1 เครื่อง บริเวณใต้ตึกคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม.,พื้นที่ สน.ดินแดง เมื่อวันที่ 12 ก.ย. เวลาประมาณ 15.00 น. ได้ลักเอาคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คยี่ห้อ เอซุส จำนวน 1 เครื่อง ภายในกระเป๋าโน๊ตบุ๊ค มีกระเป๋าเงินภายในมีเงินสด จำนวน 500 บาท บัตรประจำตัวประชาชน ภายในบริเวณโต๊ะใต้ตึก 9 ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตจักรพงษภูวนารถ,พื้นที่ สน.ทองหล่อ เมื่อวันที่ 27 ก.ย.เวลาประมาณ 22.15 น. ได้กระเป๋าสะพายสีแดง ยี่ห้อ ADIDAS คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ยี่ห้อ LANOVO กระเป๋าสตางค์ บัตรประชาชน ใบขับขี่ ใบประกอบวิชาชีพครู บัตรเอทีเอ็ม เอททานอล ภายในอาคารเรียนรวม มศว

จากการตรวจสอบประวัตินายวัฒธนภัทร เมื่อปี 2544 เคยถูกจับกุมข้อหาครอบครองยาเสพติด ในท้องที่ สภ.พระประแดง ,ปี 2554 ถูกจับกุมขอหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน พื้นที่ สน.ทองหล่อ และ ปี 2559 ถูกจับกุมในข้อหายักยอกทรัพย์ พื้นที่ สภ.ธาตุพนม อยู่ะหว่างหลบหนี

อย่างไรก็ตามทางตำรวจต้องทำการสอบสวนอีกครั้ง หากมีผู้เสียหายรายใดถูกก่อเหตุลักษณะนี้ สามารถติดต่อ สน.ชนะสงครามได้ทันที เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ลักทรัพย์ ” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะมอบให้ผู้บังคับบัญชาแถลงผลการจับกุมต่อไป