‘เออีดี ไบค์’ จิตอาสานักปั่นกู้ชีพผู้ป่วยฉุกเฉิน

2.10.18 | 15:37 น.

หากใครพบเห็นจักรยานคันเล็กๆ ที่บรรจุอุปกรณ์ช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือปฐมพยาบาลขั้นต้น รวมไปถึงเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ หรือเออีดี (AED) นั่นคือกลุ่ม AED Bike ThailandŽ หรือกลุ่มจักรยานกู้ชีพ ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มคนรักการปั่นจักรยานที่มีความรู้เบื้องต้นในการปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตฉุกเฉิน กลุ่มจักรยานกู้ชีพกลุ่มนี้จะออกปฏิบัติภารกิจในงาน
อีเวนต์ที่มีผู้คนรวมตัวกันมากๆ (mass gathering) เช่น งานวิ่ง งานปั่นจักรยาน หรืองานเทศกาลต่างๆ

นพ.อุกฤษฏ์ มิลินทางกูร กรรมการมูลนิธิการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการก่อตั้งจักรยานกู้ชีพ กล่าวถึงที่มาที่ไปของการจัดตั้งกลุ่มว่า กลุ่มจักรยานกู้ชีพเป็นการรวมตัวของจิตอาสาจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นอาสาสมัครจากทีมพาราเมดิค พยาบาล นักเวชกิจฉุกเฉิน แพทย์ หรือประชาชนทั่วไป ที่มีความรู้เรื่องการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน ที่มีใจรักในการปั่นจักรยาน ซึ่งมีแนวความคิดแบบนี้มาตั้งแต่ปี 2558


“ปัจจุบันเรามีผู้สนใจเข้าร่วมงานที่มีลักษณะเป็นกลุ่มก้อนต่างๆ แล้วเกือบ 100 คน โดยหน้าที่หลักๆ ของพวกเราก็คือคอยช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกในเรื่องการแพทย์ฉุกเฉินให้กับประชาชนที่เข้าร่วมในงานวิ่ง งานปั่นจักรยาน หรืองานกีฬาที่มีคนดูมากๆ ทีมของเราก็จะเข้าไปปะปนเพื่อดูแลฝูงชนเหล่านั้น และเมื่อเกิดเหตุแบบเฉียบพลัน เราก็จะสามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว และช่วยในการทำซีพีอาร์ (CPR) หรือปั๊มหัวใจ พร้อมกับการใช้เครื่องเออีดีในการกู้ชีพระหว่างรอทีมแพทย์จากสายด่วน 1669 หรือรถพยาบาลเข้ามาช่วยเหลือต่อไป”Ž นพ.อุกฤษฏ์กล่าว

Advertisement

สำหรับอุปกรณ์ของทีมจักรยานกู้ชีพ หรือ AED Bike ประกอบด้วย รถจักรยานที่นำมาดัดแปลงติดตั้งกระเป๋าใส่อุปกรณ์ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมทั้งมีเครื่องเออีดี แบบกระเป๋าหิ้วติดอยู่ในรถของทีมเกือบทุกคนด้วย โดยในแต่ละทีมของจักรยานกู้ชีพจะทำงานในลักษณะที่มีคู่หูบัดดี้ และจะช่วยทำหน้าที่เป็น ผู้ดูแลเบื้องต้น (First Responder) โดยเฉพาะในเรื่องการปฐมพยาบาลการกู้ชีพพื้นฐาน ไปจนถึงการใช้เครื่องเออีดี โดยจะดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินให้พ้นระยะวิกฤตไปก่อนในระยะเวลา 4 นาที ก่อนที่ทีมแพทย์ประจำงาน หรือจากสายด่วน 1669 จะเข้าให้การช่วยเหลือ

นพ.อุกฤษฏ์ กล่าวว่า หลักเบื้องต้นที่ทีมจักรยานกู้ชีพใช้ในการช่วยเหลือผู้ป่วยคือ ขั้นตอนห่วงโซ่แห่งการรอดชีวิต (chain of survival) ซึ่งประกอบไปด้วย การแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือ การทำซีพีอาร์ การใช้เครื่องเออีดี การจัดส่งรถพยาบาลไปรับผู้ป่วย และการนำผู้ป่วยส่งต่อไปรักษายังโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย

“โดยเมื่อเราพบเหตุ ทีมเราจะรีบทำการแจ้งรถพยาบาลที่ประจำการในงานหรือแจ้งเหตุไปที่สายด่วน 1669 พร้อมประเมินอาการผู้ป่วยและหากพบผู้ป่วยมีภาวะหัวใจหยุดเต้น ก็เริ่มทำการปั๊มหัวใจ และหากมีข้อบ่งชี้ให้ใช้เครื่องเออีดี เราก็จะนำเครื่องเออีดีมาใช้ควบคู่กับการปั๊มหัวใจไปด้วยจนกว่ารถพยาบาลหรือทีมแพทย์จะมาถึง”Ž นพ.อุกฤษฏ์ระบุ

ด้าน นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวถึงการรวมตัวของทีมจักรยานกู้ชีพว่า สพฉ.ได้เข้าไปมีส่วนร่วมให้กับทีมจักรยานกู้ชีพ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการสนับสนุนในเครื่องเออีดี หรือการช่วยจัดอบรมให้กับทีมจิตอาสาในเรื่องของการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ซึ่งการทำงานของทีมจักรยานกู้ชีพนั้น เป็นเรื่องที่น่ายกย่องมาก เพราะทุกคนในทีมนี้ต่างเสียสละภารกิจส่วนตัวเพื่อมาทำงานช่วยเหลือชีวิตคนโดยไม่รับค่าตอบแทนใดๆ


“จะเห็นว่าในงานออกกำลังกายจะมีคนที่ไม่ทราบอาการของตนเองเกิดภาวะหัวใจวาย หรือหัวใจหยุดเต้นภายในงานบ่อยครั้ง การทำงานของทีมจักรยานกู้ชีพจึงเป็นส่วนหนึ่งที่จะเข้าไปอุดรูโหว่ในการช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีภาวะดังกล่าวในงานออกกำลังกายต่างๆ ได้ ซึ่งหากเราใช้เครื่องเออีดีช่วยชีวิตผู้ป่วยสลับกับการช่วยปั๊มหัวใจ ก่อนที่ทีมแพทย์จะเดินทางเข้าให้ความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ก็จะสามารถเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับผู้ป่วยได้มากถึงร้อยละ 50 จากเดิมถ้าเราเริ่มต้นช่วยผู้ป่วยแล้วรอเจ้าหน้าที่กู้ชีพมารับเพียงอย่างเดียวโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยก็จะมีเพียงร้อยละ 27 เท่านั้น แต่ถ้าใช้เครื่องเออีดีด้วย โอกาสในการรอดชีวิตของผู้ป่วยก็จะมากขึ้นไปด้วย และ สพฉ.ก็พร้อมสนับสนุนทุกอย่างของทีมด้วย”Ž นพ.ไพโรจน์กล่าว

ที่ผ่านมา ทีมงานจักรยานกู้ชีพได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการเตรียมให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินในหลายงาน ไม่ว่าจะเป็นงานปั่นจักรยานเทิดพระเกียรติ Bike for Dad และ Bike for Mom งานวิ่งสุราษฎร์ธานีมาราธอน งานวิ่งกรุงเทพมาราธอน งานวิ่งจอมบึงมาราธอน

หากต้องการติดตามการทำงานของทีมจักรยานกู้ชีพ สามารถเข้าดูได้ที่เพจเฟซบุ๊ก AED BIKE ThailandŽ