เกินจะซ่อม! ปลัดสธ.เร่งแก้ปัญหาบ้านพัก “หมอ-พยาบาล” วิชาชีพอื่นๆขาดแคลน 7 พันแห่ง

2.10.18 | 13:57 น.
บ้านพักบุคลากรสาธารณสุขบางแห่งที่ยังมีปัญหา

เมื่อวันที่  2  ตุลาคม  นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ให้สัมภาษณ์มติชน ว่า ปัญหาบ้านพักที่อยู่อาศัยของบุคลากรสาธารณสุข  ถือเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นปัญหามานาน หลักๆ คือ1. คนของกระทรวงสาธารณสุขมีจำนวนมาก เป็นเรื่องยากที่จะจัดงบให้ทุกคนได้รับที่อยู่อาศัย 2. วิชาชีพสาธารณสุขที่ต้องอยู่เวร บางครั้งอยู่เวร 24 ชั่วโมง ซึ่งก็ต้องมีที่พักในโรงพยาบาล ยิ่งโรงพยาบาลห่างไกล ยิ่งจำเป็น เพราะจะมีเรื่องความปลอดภัยด้วย ที่ผ่านมาก็ใช้วิธีให้อยู่แบบที่พักรวม หรือที่พักชั่วคราว 3. การบริหารจจัดการระเบียบต่างๆ ไม่เอื้อ เช่น ผู้บริหารจะซ่อมบ้านพักก็จะมีปัญหาเรื่องระเบียบ กว่าจะได้เงินมาใช้ก็ค่อนข้างนาน บุคลากรหลายคนรอไม่ไหวจ่ายเงินเองก็มี  ก็จะย้อนกลับมาเรื่องความปลอดภัยอีก รวมทั้งอาจทำให้ไม่อยากอยู่ในระบบด้วย และ 4. การจัดอันดับความสำคัญการใช้งบประมาณ ซึ่งหน่วยบริการจะต้องเน้นไปที่หอพักผู้ป่วยสามัญ ผู้ป่วยทั่วไป ซึ่งที่พักแพทย์พยาบาล บุคลากรต่างๆ ก็จะถูกได้รับความสำคัญท้ายสุด

“เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา สนช.ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้  ฯลฯ  โดยได้มีการหารือกันและเสนอให้ทางกระทรวงสาธารณสุข จัดอันดับความสำคัญเรื่องที่พักมากขึ้น โดยเฉพาะเน้นไปที่แพทย์ใช้ทุน 3 ปีแรกก่อน เพราะจำเป็นต้องอยู่ และพยาบาล 5 ปีแรก  ส่วนเรื่องการจัดสรรงบประมาณก็อาจใช้วิธีเป็นเขตสุขภาพ หรือเป็นกลุ่มเครือข่ายในการขอร่วมกัน เป็นต้น” นพ.เจตน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุม สนช.  มีหน่วยงานที่เข้าร่วม อาทิ กระทรวงสาธารณสุข แพทยสภา ทันตแพทยสภา  สภาการพยาบาล และสภาเภสัชกรรม โดย เบื้องต้นกองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้สำรวจที่พักอาศัยบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข ข้อมูล ณ วันที่ 29 กันยายน 2561 โดยสำรวจในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ทุกระดับ ทั้งโรงพยาบาลศูนย์(รพศ.) โรงพยาบาลทั่วไป(รพท.) โรงพยาบาลชุมชน(รพช.) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) ฯลฯ ผลสำรวจเบื้องต้นสำหรับสถานพยาบาล 7,187 แห่ง จากทั้งหมด 11,710 แห่ง  พบมีบุคลากรทั้งหมด 257,534 คน แบ่งเป็นบุคลากรที่มีความจำเป็นต้องพักอาศัย 130,073 คน บุคลากรที่มีความจำเป็นต้องพักอาศัยและมีที่พักแล้ว 65,225 คน ส่วนบุคลากรที่มีความจำเป็นแต่ยังไม่มีที่พักอาศัยมีอีก 64,848 คน

ข้อมูลยังระบุอีกว่า จำนวนอาคารที่พักที่มีอยู่เดิม แบ่งเป็นบ้านพัก 25,209 หลัง เป็นอาคารพัก  3,657  หลัง  เป็นแฟลต 610 หลัง รวมอาคารเดิม 29,476 หลัง ทั้งนี้ ได้มีการสำรวจปัญหาและบุคลากรยังต้องการที่พัก เนื่องจากที่พักมีความทรุดโทรม  แต่หลายแห่งก็ไม่สามารถซ่อมได้ ทำให้ต้องการที่พักเพิ่ม 7,631 หลัง  แบ่งเป็น บ้านพัก 6,258 หลัง อาคารพัก 1,137 หลัง  และแฟลตอีก 236 หลัง โดยทั้งหมดยังติดปัญหาเรื่องงบประมาณหลายพันล้านบาท ซึ่งทาง สนช.ได้ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจัดทำรายละเอียดถึงความจำเป็นในการให้สวัสดิการแก่บุคลากรด้านสาธารณสุข และนำมาเสนอเพื่อหาทางในการจัดสรรงบประมาณแก้ปัญหาระยะยาวต่อไป

ด้าน นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ได้มีการหารือกับทางสนช.แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียด  ซึ่งเรื่องนี้ ถือเป็นนโยบายแรกๆที่ตนตั้งไว้ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่บุคลากร ซึ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีการประชุมการจัดสรรงบประมาณปี 2563 ก็มีเรื่องบ้านพักบุคลากรสาธารณสุขด้วย ซึ่งตนได้มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขแต่ละเขตพื้นที่ไปสำรวจเพิ่มเติม และจัดทำงบประมาณรายละเอียดมาอีกครั้ง เพราะบ้านพักบุคลากรสาธารณสุขถือเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากที่ผ่านมาบ้านพัก ที่อยู่อาศัยเหล่านี้ตั้งมานาน ก็มีความทรุดโทรม ในอดีตก็จะมีการซ่อมแซมปรับปรุงมาตลอด เพราะด้วยงบประมาณจำกัด ก็ต้องมุ่งเน้นการบริการประชาชนเป็นสำคัญ ส่วนเจ้าหน้าที่ บุคลากรก็อดทนมาตลอด แต่ ณ ปัจจุบันหลายแห่งซ่อมแซมไม่ได้แล้ว หลายแห่งต้องสร้างใหม่ ซึ่งเรื่องนี้ได้ให้ไปศึกษาและนำรายละเอียดกลับมาเร็วที่สุด

Advertisement

พล.อ.ต.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า ในส่วนของแพทยสภาได้มีการสำรวจเบื้องต้นถึงสถานการณ์บ้านพักแพทย์ภาครัฐเช่นกัน โดยสำรวจความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์กว่า 300 คน ถามว่าครั้งแรกที่ท่านเข้าพักอาศัย สภาพที่พักอาศัยพร้อมอยู่หรือไม่ พบว่าร้อยละ 54.1 ไม่พร้อม ต้องซ่อมแซม อีกร้อยละ 45.9 เข้าอยู่ได้  โดยพบว่าที่ต้องซ่อมแซมส่วนใหญ่เป็นในเรื่องโครงสร้างชำรุด เช่น ฝ้า เพดาน รองลงมาคือ  ห้องน้ำไม่พร้อมใช้  ขณะที่ปัญหาเรื่องความสะอาดในบ้าน และความสะอาดภายนอกก็ยังเป็นปัญหาเช่นกัน  นอกจากนี้ ยังสอบถามเรื่องท่านเสียค่าซ่อมแซมบ้านพักก่อนเข้าอยู่ เพื่อให้อยู่ได้ประมาณเท่าไหร่ พบประมาณร้อยละ 27 ต้องซ่อมแซมแต่ไม่เสียค่าใช้จ่าย เพราะรพ.ออกค่าใช้จ่าย มีเพียงร้อยละ 27.6 ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณไม่เกิน 5 หมื่นบาท

พล.อ.ต.อิทธพร  กล่าวอีกว่า    จากข้อมูลจากกองบริหารการสาธารณสุข แสดงความต้องการขอที่พักอาศัยสำหรับเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องอยู่เวรในโรงพยาบาล ตลอด 24 ชั่วโมง เช่น พยาบาล แพทย์ เภสัชกร ฯลฯ โดยแยกเป็นโรงพยาบาลระดับต่างๆ จากตัวเลขที่ทางกระทรวงสาธารณสุขรวบรวมเห็นว่ามีการขาดอยู่ มากกว่า 7,000 แห่ง ซึ่งในข้อเท็จจริงคือ  ใช้งบประมาณจำนวนมากในการสร้างอาคารสำหรับผู้ป่วย และการให้บริการทางการแพทย์ แต่ยังขาดงบประมาณสำหรับการดูแลบ้านพักบุคลากร ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเข้าไปดูแลผู้ป่วย ซึ่งการศึกษายังพบว่า   แพทย์หญิง ที่ต้องไปอยู่ต่างจังหวัด ครอบครัวจะให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยของที่พักมาก โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย เรื่องแสงสว่าง เรื่องพนักงานรักษาความปลอดภัย เพราะเหตุมีข่าวที่เจ้าหน้าที่ถูกทำร้ายโดยมิจฉาชีพเป็นระยะ

“ในปีนี้ เป็นโอกาสที่ดีที่ปัญหาถูกวางเป็นนโยบายหลักของท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องการจัดการเรื่องบ้านพักและคุณภาพชีวิต บุคลากร   นอกจากนี้ แพทยสภาขอเสนอเรื่องการผลิตแพทย์ ซึ่งปีละเกือบ 3 พันคน กระทรวงสาธารณสุขรับไป บรรจุมากกว่า 2,000 คน ข้อเท็จจริงของสถานพยาบาลปัจจุบัน ยังมีที่พักขาดแคลนกว่า 7 พันหลัง ภายใน 5 ปีข้างหน้าจะมีแพทย์บรรจุ ในกระทรวงสาธารณสุขเพิ่มอีกราว 10,000 คนพร้อมกับ อัตราการเพิ่มของพยาบาลซึ่งคงต้องเป็นเงาตามตัว แผนการอนาคตเป็นเรื่องสำคัญที่จะบรรจุ คู่ขนานทั้งอัตรา กำลังพลและบ้านพักไปพร้อมกัน เพื่อมิให้เกิดปัญหาในอนาคต” พล.อ.ต.อิทธพรกล่าว

บางแห่งของบ้านพักบุคลากรในกระทรวงสาธารณสุขที่มีปัญหา