เมื่อเวันที่ 3 ตุลาคม ที่ศูนย์ควบคุมสั่งการจราจร (บก.02) กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (รอง ผบก.สปพ.) รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจจราจร (รรท.ผบก.จร.) ประกอบพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในพิธีรับ-ส่งมอบตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) รหัสเรียก จ.1 คนที่ 43 ต่อจาก พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ สุริวงศ์ รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รรท.รอง ผบช.น.) โดยสักการะพระพุทธรูป ปางห้ามสมุทรด้านหน้าทางเข้าอาคารที่ทำการ บก.02 , ศาลท้าวมหาพรหมและศาลตายายที่บริเวณทางออก โดยมีตำรวจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) และตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจในสังกัดงานจราจรเข้าร่วมในพิธีทั้งสิ้น 258 นาย จากนั้น ตำรวจกองเกียรติยศได้นำธงประจำหน่วยส่งมอบให้กับ รรท.รอง ผบช.น. เพื่อส่งมอบต่อ รรท.ผบก.จร. คนใหม่ ก่อนทั้งสองจะขึ้นไปลงนามส่ง-มอบรับตำแหน่งและภารกิจ ที่ห้องประชุมใหญ่
โดย พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ ได้ขึ้นกล่าวอำลาตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจจราจร และแสดงความยินดีต่อ พ.ต.อ.นิธิธร ซึ่งเป็นรุ่นน้องที่ตนรู้จักรักใคร่กันมานาน เป็นบุคคลที่ไม่เพียงแต่มีความสามารถจนเป็นที่รู้จัก และยังผ่านการหล่อหลอมจากตำรวจระดับผู้บังคับบัญชามาหลายสมัย ตนจึงมีความยินดีที่ได้ส่งมอบภารกิจให้ช่วยสานต่อ ต่อไป ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาที่ตนดำรงตำแหน่ง ผบก.จร.มา ภารกิจที่ได้รับมอบหมายสำเร็จลุล่วงอย่างดี ตนจะเก็บเอาไว้ในใจเสมอ
จากนั้น พ.ต.อ.นิธิธร กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจต่อการเข้ารับตำแหน่งครั้งนี้ หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าตลอดเวลา 2 ปีที่ผ่านมา กองบังคับการตำรวจจราจรได้ทำผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติอย่างมากมาย ตนจะรับเอานโยบายต่างๆ ที่ผ่านมาเพื่อขับเคลื่อนต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการสานความสัมพันธ์อันดีกับประชาชนให้มีความรู้สึกด้านบวกต่อตำรวจจราจร ทั้งนี้ ตนขอรับมอบหน้าที่ผู้บังคับการจราจรด้วยความยินดียิ่ง
พ.ต.อ.นิธิธร กล่าวย้ำถึงคำสั่งที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ได้มอบหมายเรื่องการแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฆล เนื่องจากเป็นปัญหาสะสมมานาน ไม่เคยแก้ได้สมบูรณ์แบบ ตนในฐานะผู้บังคับการตำรวจจราจร ต้องขับเคลื่อนด้วยสรรพกำลังที่มีอยู่ ทั้งนี้ หลังจากที่ตนมอบนโยบายให้ทีมงานว่าต้องทำงานอะไรบ้าง จะต้องได้รับรายงานว่าวันก่อนหน้าได้เกิดอะไรขึ้นมาบ้าง
“ผมอยากให้ชาวกรุงเทพฯ รักและเห็นใจตำรวจจราจร เพราะเขาทำงานไม่มีเวลาพัก ไม่ว่าจะลุยน้ำท่วมตากแดด ดมควันรถ ผมเองยังต้องฟังสายด่วนจราจร 1197 ทุกวัน ต่อไปก็ต้องลงตรวจพื้นที่ด้วย และจากนี้ เมื่อผมมอบหมายนโยบายให้ทีมงานแล้ว จะต้องได้รับรายงานวันต่อวัน” พ.ต.อ.นิธิธร กล่าวและต่ออีกว่า สำหรับมาตรการตรวจจับการกระทำผิดบนท้องถนนจะเข้มงวดมากขึ้น เน้นคุณภาพไม่เน้นปริมาณ เช่น กรณีที่มีคนร้องเรียนเรื่องปรับควันดำ 1 พันบาทนั้น จริงๆ มีอัตราสูงกว่านั้น เพราะขณะนี้กรุงเทพฯ มีมลภาวะมากจึงต้องเข้มงวดให้มากขึ้นตามความเหมาะสมที่กฎหมายกำหนด หรือบางกรณี เช่น ไม่ติดป้ายทะเบียนรถ หรือ ใบเสียภาษีรถยนต์ แบบนี้จะยอมให้วิ่งบนถนนไม่ได้
เมื่อถามว่า ช่องทางรายงานผลการจราจรมีความหลากหลายไม่เป็นหนึ่งเดียว อาจสร้างความสับสนให้กับประชาชน พ.ต.อ.นิธิธร กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวตนได้มอบหมายให้ทีมงานไปทำการศึกษาไว้ก่อนแล้ว โดยจะมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อให้กระจายข่าวกับประชาชนได้ทัน
ทั้งนี้ พ.ต.อ.นิธิธร กล่าวว่า หากมีตำรวจนายไหนไปทำสิ่งที่ตนไม่ได้สั่งไว้ และส่งผลกับภาพลักษณ์ของตำรวจจราจร ทางผู้บังคับบัญชาจะต้องรับผิดชอบ ตนจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด






