เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล1 พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิทธ์ รอง ผบก.น.1 ว่าพ.ต.อ.ต่อเกียรติ พรหมบุตร ผกก.สน.ดินแดงพ.ต.ท.พีรรัฐ โยมา รอง ผกก.สส.สน.ดินแดง พ.ต.ท.นฤดล พุ่มพวง สว.สส.สน.ดินแดง ร.ต.อ.นักสิทธิ์ คณะนัย รอง สว.สส. ด.ต.เฉลิมชัย. สุขเสวต และด.ต.วิศรุต มากจงดี ผบ.หมู่งานสืบสวน สน.ดินแดง จับกุมตัวนายปรินทร์ สาลี อายุ 26 ปี และนายกิตติภณ เอมอ่อง อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตระเวนชิงทรัพย์ พร้อมด้วยของกลาง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 ไอ สีดำแดง ทะเบียนรถสาธารณะ(ป้ายเหลือง) 1กญ 1351 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน และพระเครื่อง จำนวน 1 องค์ โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณริมถนนมิตรไมตรี แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม เวลาประมาณ 17.30 น.ได้มีผู้เสียหายคือนายภานุพงษ์ พร้อมมูล อายุ 19 ปี ผู้เสียหาย เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับทางตำรวจ สน.ดินแดง ว่าขณะที่ขับรถไปตามเส้นทางถนนประชาสงเคราะห์ 33 แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ระหว่างนั้นได้มีชายไทยจำนวน 2 คน ได้ขับขี่รถจักยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สี แดง-ดำ ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน ได้ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาตีคู่ จากนั้นชายคนขับขี่ได้พูดจาแซว แฟนสาวของผู้เสียหาย และสั่งให้ผู้เสียหาย หยุดรถแต่ผู้เสียหาย ไม่ยอมหยุดเนื่องจากเกรงกลัว และไม่รู้จักกันมาก่อน จึงเป็นเหตุให้คนร้ายทั้งสองคนได้ขับรถปาดหน้า และสั่งให้ผู้เสียหายหยุดจอดรถจักรยานยนต์ เมื่อผู้เสียหายหยุดรถ จึงบอกแฟนให้ถอยออกไปเพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุร้าย ทันใดนั้นคนร้ายทั้งสองคนได้เดินประชิดตัวผู้เสียหาย
จากนั้นคนร้ายได้ทำทีเสมือนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐขอตรวจบัตรประชาชนและขอตรวจสอบโทรศัพท์มือถือแต่ ผู้เสียหาย บอกไปว่าไม่ได้นำบัตรและโทรศัพท์มาด้วย โดยระหว่างนั้นคนร้ายที่เป็นผู้ขับขี่ได้พูดจาลักษณะข่มขู่ว่า “ ถ้าไม่หยิบออกมาจะถูกตบ ” ผู้เสียหายว่าไม่ได้หยิบมาจริงๆ คนร้ายได้ยกมือง้างหมัดจะชกผู้เสียหาย ต่อมาชายคนร้ายซึ่งเป็นผู้ขับขี่คือนายปรินทร์ (ทราบชื่อสกุลจริงภายหลัง) ได้ยื่นมือมาจับพระเครื่องของผู้เสียหาย ผู้เสียหายเกิดความตกใจ จึงยกมือขึ้นมากุมพระเครื่อง จากนั้นนายปรินทร์ จึงใช้มือตบปากผู้เสียหายไป 1 ครั้ง เป็นเหตุให้ผู้เสียหายเกิดความกลัว จากนั้นนายปรินทร์ จึงได้จับที่พระเครื่องและพูดว่า”กูขอนะ ” จากนั้นได้กระชากพระและสร้อยคอของผู้เสียหายออกจากคอ ซึ่งระหว่างนั้นคนร้ายอีกรายที่มาด้วยทราบชื่อ นายกิตติภณ ได้มายืนลักษณะคุมเชิงตลอดเวลา และเมื่อได้พระเครื่องไปแล้วคนร้ายทั้งสองได้เดินไปที่รถจักรยานยนต์ และขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป

จากนั้นตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.ดินแดง จึงได้ออกสืบสวนติดตามจับกุม กระทั่งเมื่อมาถึงบริเวณริมถนนมิตรไมตรี แขวงและเขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ได้พบนายปรินทร์ และนายกิตติภณ มีลักษณะตำหนิรูปพรรณ และยานพาหนะตรงตามที่ผู้เสียหายแจ้งไว้ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอตรวจค้น โดยผลการตรวจค้นพบพระเครืรองของผู้เสียหาย อยู่กระเป๋ากางเกงด้านหน้าข้างขวาตัวนายปรินทร์ จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย สอบสวนที่ สน.ดินแดง
สอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง2รายให้การยอมรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุได้ร่วมกันเสพยาทรามาดอล(เม็ดเขียวเหลือง)เข้าไป จึงทำรู้สึกคึกคะนอง ชักชวนกันขับขี่รถจักรยานยนต์ตระเวนไปตามท้องถนน กระทั่งพบผู้เสียหายจึงลงมือก่อเหตุ โดยตั้งใจจะชิงทรัพย์เอาโทรศัพท์ด้วยการออกอุบายขอตรวจบัตรประชาชน และโทรศัพท์มือถือ หากเหยื่อหลงเชื่อจะนำไปขายและนำเงินที่ได้ไปซื้อยามาเสพ แต่กลับไม่ได้ตามที่คิดไว้ เมืาอเห็นเหยื่อแขวนพระรู้สึกชอบจึงชิงทรัพย์มา
อย่างไรก็ตามทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การ เนื่องจากคนร้ายมีพฤติการณ์ที่คาดว่าน่าจะก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง จึงฝากประชาสัมพันธ์หากผู้เสียหายรายใดถูกคนร้ายก่อเหตุลักษณะนี้สามารถติดต่อทาง สน.ดินแดงได้ทันที ทั้งนี้เมื่อทางตำรวจตรวจสอบประวัติพบว่านายปรินทร์ เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด ส่วนนายกิตติภณ เคยต้องคดีวิ่งราวทรัพย์ และเสพยาเสพติด โดยทั้ง 2 รายเพิ่งพ้นโทษจำคุกออกมาได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น ก่อนมาก่อเหตุซ้ำ เบื้องต้นแจ้งข้อหา” ร่วมกันชิงทรัพย์หรือร่วมกันรับของโจร “ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

