อัยการเลื่อนสั่งคดี 9 ‘อยากเลือกตั้ง’-‘วีระ-โบว์’ ประสานเสียง ‘หัวหน้า คสช.ต้องลาออก’

3.10.18 | 16:32 น.

เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 3 ตุลาคม 61 ที่สำนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ พนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 นัดฟังคำสั่งในคดีที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน นำสำนวนพร้อมความเห็น สมควรสั่งฟ้อง 9 แกนนำในคดีชุมนุมของคนอยากเลือกตั้ง ที่บริเวณสกายวอล์กแยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2561 หรือคดี MBK39 ในข้อหากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 เรื่องชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป และข้อหาชุมนุมห่างจากเขตพระราชฐานไม่เกิน 150 เมตร ตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ


โดยในวันนี้ นายวีระ สมความคิด และ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา เดินทางมารับฟังคำสั่ง ส่วนผู้ต้องหาคนอื่นส่งผู้รับมอบอำนาจเดินทางมา

น.ส.ณัฏฐากล่าวภายหลังรายงานตัวว่า อัยการขอเลื่อนนัดการฟังคำสั่งเป็นวันที่ 1 พฤศจิกายน เนื่องจากเมื่อวานนี้ได้ทราบข้อมูลจากพนักงานอัยการ ว่าทางอัยการได้พิจารณาสำนวนเเล้วมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด จึงมีการนัดให้ผู้ต้องหามาวันนี้เพื่อนำตัวส่งฟ้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ เเต่ในวันนี้มีผู้ต้องหาบางรายยังไม่พร้อมในการรับฟังคำสั่ง มีเพียงตนกับนายวีระ ที่พร้อม ทางพนักงานอัยการจึงเห็นควรให้เลื่อนนัดฟังคำสั่งออกไปเป็นวันที่ 1 พฤศจิกายน เเต่ในส่วนของ นายวีระ ก็จะเข้าฟังคำสั่งในวันที่ 22 ตุลาคมก่อนเนื่องจากสะดวกในวันนั้น ซึ่งวันที่อัยการนัดครั้งหน้าหากไม่มีอะไรเปลี่ยนเเปลงพวกตนก็คงถูกนำตัวส่งฟ้อง ซึ่งเรื่องการร้องขอความเป็นธรรมพวกตนได้ยื่นกับทางพนักงานอัยการไปก่อนหน้านี้เเล้วเเต่ก็ยังมีความเห็นฟ้องพวกตนอยู่ ซึ่งตนก็ขอตั้งขอสังเกตว่าหากอัยการจะฟ้องตนกับพวกรวม 7คน ก็อาจจะอ้างสาเหตุต่างๆ มาเชื่อมโยงได้ เเต่ในส่วนของนายวีระ เเละนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง กลับถูกมีความเห็นสั่งฟ้องได้ ตนขอตั้งข้อสังเกตว่า หากอัยการจะเห็นตามสำนวนของพนักงานสอบสวนและส่งฟ้องต่อศาลโดยไม่พิจารณาข้อเท็จจริงเพื่อกลั่นกรองอะไรเลย ก็น่าตั้งคำถามว่าจะมีอัยการไว้เพื่ออะไร ให้ตำรวจส่งฟ้องต่อศาลโดยตรงไปเลยก็ได้ หากสิ่งที่เราทำถือว่าผิด ม.116 ได้ การวิจารณ์รัฐบาลหรือเรียกร้องการเลือกตั้งที่เป็นสิทธิของประชาชนก็ไม่อาจทำได้อีกตลอดไป

เมื่อถามว่าหาก มีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปว่า ไม่ว่าวันเลือกตั้งจะถูกเลื่อนออกไปหรือไม่ สิ่งที่สำคัญไม่แพ้วันเลือกตั้งคือ จะทำอย่างไรให้การเลือกตั้งครั้งนี้เสรีและเป็นธรรมให้ได้มากที่สุดภายใต้ข้อจำกัดและเงื่อนไขทุกอย่างที่มี วันนี้สังคมคงเห็นว่าการโกงการเลือกตั้งได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ในกรณีที่มีคนในรัฐบาลไปเข้าร่วมกับพรรคการเมืองที่มีแนวทางสนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทั้งที่รัฐบาลนี้มีที่มาจากการรัฐประหารและมี ม.44 ให้อำนาจตามอำเภอใจนั้น การเรียกร้องให้ 4 รัฐมนตรีลาออกคงน้อยเกินไป วันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ควรจะต้องลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี

Advertisement

โดยนายวีระกล่าวว่า ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับการชุมนุม เพียงยืนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนพร้อมนายสมบัติ บุญงามอนงค์ นอกพื้นที่ชุมนุมก่อนที่กิจกรรมจะเริ่ม

เมื่อถามถึงกรณีที่ 4 รัฐมนตรีไปเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ นายวีระกล่าวว่า แม้จะอ้างว่าไม่ผิดกฎหมายแต่ก็มีสิ่งที่เรียกว่าจริยธรรมอยู่ การใช้ข้อได้เปรียบทางการเมืองในลักษณะนี้โดยที่มีโครงการของรัฐบาลชื่อประชารัฐอยู่ย่อมทำให้ประชาชนเกิดความสับสน ผู้ดำรงตำแหน่งในรัฐบาลจึงควรลาออกเพื่อไม่ให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนกัน

นายวีระกล่าวเสริมว่า อย่าง พล.อ ประยุทธ์ นอกจากตำเเหน่งนายกฯเเล้วควรต้องลาออกจากการเป็นหัวหน้า คสช.ด้วย เพราะนั่นคือปืนที่ถืออยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยในการส่งตัวเพื่อฟ้องคดีนี้ ทั้งสองยืนยันจะขอปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่วางหลักประกัน เพื่อยืนยันหลักการของความเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ไม่ควรถูกลงโทษล่วงหน้า และกระบวนการยุติธรรมจะต้องไม่ตกเป็นเครื่องมือของ คสช.ในการตั้งข้อหาปิดปาก สกัดกั้นการวิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบจากประชาชน

สำหรับในส่วนของแกนนำในคดีนี้ มีผู้ต้องหา 9 คน ได้แก่ รังสิมันต์ โรม, สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์, อานนท์ นำภา, เอกชัย หงส์กังวาน, สุกฤษฎ์ เพียรสุวรรณ, เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล, ณัฏฐา มหัทธนา, สมบัติ บุญงามอนงค์ และวีระ สมความคิด ทั้งหมดถูกกล่าวหาในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116, ข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 เรื่องชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป และข้อหาชุมนุมห่างจากเขตพระราชฐานไม่เกิน 150 เมตร ตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ