เมื่อวันที่ 24 เมษายน บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 2 เทศบาลตำบลเจ๊ะบิลัง อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ชาวประมงเรืออวนลากเดียว แผ่นตะเฆ่ ที่ชาวบ้านเรียก “เรือขนาดครอบครัว” 21 ลำ จอดนิ่งต้องหยุดหาปลา หลังมีพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 ให้ทำประมงห่างจากชายฝั่ง และห่างจากเกาะ ออกไปเกิน 3 ไมล์ทะเล หรือ 5.4 กิโลเมตร ในกลุ่มประมงพื้นบ้าน ซึ่งประกอบการเรือประมงขนาด 10 ตันกรอสขึ้นไป เช่น เรืออวนลาก อวนรุน เรือหมึกนั้น ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวประมงอวนลากเดียว ซึ่งมีในพื้นที่จังหวัดสตูล 200 ลำ ไม่สามารถออกหาปลาได้
เนื่องจากสภาพพื้นที่ทะเล จังหวัดสตูลมีเกาะน้อย ใหญ่มากกว่า 50 เกาะ หากมีการกำหนดพื้นที่นับจากเกาะ ส่งผลกระทบให้กับชาวประมงอย่างมาก เพราะนอกจากเกาะจะมีมากแล้ว พื้นที่ทางทะเลยังติดกับประเทศเพื่อนบ้านอีก ทำให้พื้นที่ออกเรือ แทบจะไม่มีพื้นที่ให้ออกเรือหาปลาได้ จึงอยากให้ภาครัฐเข้ามารับทราบปัญหาและผ่อนผันให้ด้วย
นางลักขณา โกวิทพิทยาการ อายุ 48 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 5 ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบปัญหา และช่วยหาแนวทางช่วยเหลือชาวประมงด้วย โดยเฉพาะ เรืออวนลากเดี่ยว เป็นเรือขนาดครอบครัว ที่พ่อบ้านเป็นไต่กง ลูกหลาน ก็ช่วยกันหาปลา ใน 1 ลำมีทั้งหมด 3 คน ออกเรือหาปลา นี่ก็ใกล้จะเปิดเทอม หากประสบปัญหาแบบนี้ต้องเดือดร้อนหนักแน่นอน และอยากให้หน่วยงานเกี่ยวข้องทราบสภาพพื้นที่ทางทะเลจังหวัดสตูลด้วย เพราะเกาะน้อยใหญ่มากมายกว่า 50 เกาะ หากกำหนดพื้นที่ห่างเกาะออกไป 3 ไมล์ทะเล หรือ 5.4 กิโลเมตร เกือบจะไม่มีพื้นที่ให้วิ่งออกเรือหาปลาเลย และนี่ก็หยุดออกเรือมาตั้งแต่สงกรานต์ที่ผ่านมา เพราะไม่มีความชัดเจน ก็กลัวว่าเรือจะถูกจับปรับ และยึดเรือไว้
และในวัน 25 เมษายน ทางประมงจังหวัดสตูลได้นัดกลุ่มเรือประมงอวนลาก เรือรุน และเรือหมึก พูดคุยหารือเพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากชาวประมงในการร่วมแก้ปัญหาในครั้งนี้

