พบแล้ว ! แท็กซี่รับส่งผู้ป่วยเมอร์ส สธ.ส่งห้องแยกโรคสถาบันบำราศฯ 14 วัน

สธ.พบแท็กซี่รับส่งผู้ป่วยเมอร์สแล้ว ส่งห้องแยกโรคสถาบันบำราศฯ 14 วัน พร้อมส่งหนังสือถึง “ผู้ตรวจ-สสจ.-สธน.” เร่งตามตัวผู้สัมผัสโรคให้ครบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พบผู้ป่วยโรคเมอร์สรายที่ 2 ซึ่งเป็นชายชาวโอมานอายุ 75 ปี ได้ให้รักษาตัวที่ห้องแยกโรคที่สถาบันบำราศนราดูรนั้น มีผู้สัมผัสโรคใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงสูงอีก 37 คน หนึ่งในนั้นมีโชเฟอร์แท็กซี่ที่รับส่งผู้ป่วย ซึ่ง สธ.กำลังตามหาเพื่อเข้าสู่กระบวนการเฝ้าระวังนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 13.40 น. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า ขณะนี้สามารถติดตามตัวแท็กซี่ที่รับส่งชายชาวโอมานที่ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจตะวันออกกลางได้เรียบร้อยแล้ว โดยมีการติดตามจากกล้องวงจรปิดจนมาพบตัวแถวจังหวัดนนทบุรี ซึ่งได้อธิบายเกี่ยวกับระบบป้องกันโรคติดต่อให้กับคนขับแท็กซี่ทราบก่อนจะพามาไว้ที่ห้องแยกโรคที่สถาบันบำราศนราดูรจนกว่าจะพ้นระยะฟักตัวของโรค 14 วัน ซึ่งคนขับแท็กซี่เข้าใจ และให้ความร่วมมือในมาตรการป้องกันโรคของกระทรวงสาธารณสุขเป็นอย่างดี ส่วนผู้โดยสารที่โดยสารรถแท็กซี่คันดังกล่าวหลังจากรับส่งผู้ป่วยแล้วไม่ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงแต่อย่างใด สำหรับการสูญเสียรายได้จากการประกอบอาชีพในช่วงนี้ทางกรมควบคุมโรคจะมีการช่วยเหลือตามความเหมาะสมต่อไป เนื่องจากมาตรการจ่ายเงินชดเชยการสูญเสียรายได้ที่ขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปก่อนหน้านี้ตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินการหารือกับทางกรมบัญชีกลาง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันเดียวกันนี้ นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ทำหนังสือถึงผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สำนักสาธารณสุขนิเทศก์ (สธน.) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อขอความร่วมมือในการติดตามตัวผู้สัมผัสโรคบนเครื่องบินลำเดียวกันกับผู้ป่วยอย่างจริงจัง และขอให้แยกกักกันตามความจำเป็น และแนวทางของกรมควบคุมโรคเพราะเป็นเรื่องการควบคุมโรคและความมั่นคงของชาติด้วย และขอให้รายงานผลเข้ามาที่การควบคุมโรคส่วนกลางที่กระทรวงสาธารณสุขด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของยุโรป (ECDC: European Centre for Disease Prevention and Control) รายงานพบผู้ป่วยยืนยันโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์ส ณ วันที่ 14 มกราคม 2559 รวมแล้ว ผู้ป่วย 1,649 ราย เสียชีวิต 638 ราย โดยพบรายงานผู้ป่วยทั้งหมดจาก 26 ประเทศ ดังนี้ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ จอร์แดน โอมาน คูเวต อียิปต์ เยเมน เลบานอน อิหร่าน ตุรกี อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี กรีซ เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย ตูนิเซีย แอลจีเรีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ จีนและไทย

บทความก่อนหน้านี้กทม.อากาศเย็น วัดได้ต่ำสุดที่เขตราษฎร์บูรณะ 22.8 องศา
บทความถัดไปสตูลดีเดย์! กว้านซื้อยางช่วยชาวสวนพรุ่งนี้ พบกว่า 3 พันคนไร้เอกสารสิทธิ