เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 3 ตุลาคม ที่ วัดพระยาทำวรวิหาร ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร นายสถาพร เที่ยงธรรม ผู้อำนวยการกอง โบราณคดี นำเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เข้าชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้านชุมชน เกี่ยวกับการเก็บรักษาโบราณวัตถุที่พบขณะทำการบูรณะปฏิสังขรณ์หอระฆังวัดพระยาทำวรวิหาร
นายสถาพร กล่าวว่า จากที่มีกระแสข่าวว่ากรมศิลปากร พบโบราณวัถตุ บริเวณ ฐานเดิมของ หอระฆังวัดพระยาทำวรวิหาร ซึ่งถูกฝังกลบไว้ด้านในสุดของฐานนั้น ความจริงพบว่า มีโบราญวัตถุสำคัญ มีหลากหลาก มีเครื่องถ้วยจำนวนมาก และแต่ละลายจะมีความหมายโดยเฉพาะ เช่น ลายถ้วยรูปใบบัว มีปูและสัตว์ต่างๆอยู่ด้านใน แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบรูณ์ในยุคนั้น ซึ่งเป็นเครื่องถ้วยจีน ที่ถูกใช้อย่างแพร่หลาย ในรัชกาลที่ 2 และ รัชกาลที่ 3 บริเวณชั้นฐานเก่า เป็นเยื้อปูนที่ติดกับดิน
นายสถาพร กล่าวอีกว่า ทางกรมศิลปากร จึงได้นำออกมา โดยจะวาดรูปของฐานเก่าไว้อย่างละเอียด และ แปะหมายเลขไว้ในวัถตุดังกล่าวทุกๆชิ้น แยกเก็บหลักฐานตามตำแหน่งพื้นที่ที่พบ และได้เก็บรักษาโบราณวัตถุทั้งหมดไว้ตามหลักวิชาการอย่างละเอียดรอบคอบและเคร่งครัด และ จัดทำบัญชีประเภทโบราณวัตถุไว้อย่างชัดเจน โดยวัตถุดังกล่าวที่ถูกค้นพบ ทางกรมศิลปากร จะเป็นผู้ดูแลอย่างดี หากทางกรมศิลปากร อยากจะจัดแสดง ก็จะต้องขออนุญาตกับทางวัดพระยาทำวรวิหาร ก่อน แต่หากทางวัดอยากจะนำมาจัดแสดง ทางกรมศิลปากรก็ยินดีให้ความร่วมมือ พร้อมกับจะให้ความรู้เพิ่มเติม และร่วมกันวางแผน ว่าจะจัดแสดงออกมาในรูปแบบใด เพื่อเผยแพร่ต่อประชาชนรุ่นหลังได้ทราบ
นอกจากนี้ยังมีกระแสข่าวว่า หลังจากการขุดหอระฆัง พบ ของศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากนั้น นายสถาพร กล่าวขอยืนยันว่าไม่พบแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นเพียงหอระฆังก็จะไม่มีการเก็บพระ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ ส่วนเรื่องการประเมินราคาโบราณวัถตุแต่ละ ขณะนี้ ยังไม่มีการประเมินราคา ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กรณี หากทางกรมศิลป์ฯ ขอวัถตุโบราณไปเก็บรักษาแล้วแล้วทางวัดให้ก็ไม่มีการประเมินราคา และหากทางวัดไม่อนุญาตให้ทางกรมศิลปากรจะเก็บไว้ โดยจะต้องทำการขึ้นทะเบียนวัถตุโบราณไว้

ผอ.โบราณคดี กล่าวอีกว่า จากการได้พูดคุยกับชาวบ้าน ทราบว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ค่อนข้างให้ความสนใจและเป็นห่วง ว่าโบราณวัตถุ จะหายไป เนื่องจาก โบราณวัตถุดังกล่าว มีอายุยืนยาว กว่าหลายร้อยปี จึงเป็นโอกาสดีที่ทางกรมศิลปากรได้มาชี้แจงถึงการเก็บรักษาอย่างละเอียด สำหรับการ บูรณะปฏิสังขรณ์หอระฆังวัดพระยาทำวรวิหาร นั้น โดยหลังจากนี้ จะมีผู้รับเหมา ที่ทางกรมศิลปากร จ้างมาให้มีการบรูรณะใหม่ แต่อยู่ในโครงสร้างเดิม ซึ่ง ผู้รับเหมาดังกล่าว ยังคงเป็นชุดเดิม เนื่องจาก ยังติดอยู่ในสัญญาการว่างจ้างอยู่ ซึ่งขณะนี้กรมศิลปากรกำลังตั้งทีมงานขึ้นมาวางแผนที่จะบูรณะต่อ และจะทำมาแจ้งมาทราบอีกครั้ง ขอให้ชาวบ้านเชื่อใจและไว้ใจได้ ว่า เราจะเก็บโบราณวัตถุไว้อย่างดี เผื่อในนอนาคต เราจะสามารถนำมาประกอบเป็นฐานใหม่ ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ต่อไป
ด้าน น.ส.จานุวรรณ ศักดิ์ดานิรันทร์ ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับฟังคำชี้แจง จาก ผอ.โบราณคดี แล้วนั้น ทราบว่าผู้รับเหมาที่จะมาบูรณะใหม่เป็นชุดเดิม รู้สึกว่าทำไมกรมศิลปากร ไม่เข้ามาดูแล หอระฆัง ตั้งแต่ช่วงที่อยู่ในระหว่างการบูรณะ จากการดูแล้ว ทางผู้รับเหมาไม่ได้นำกำแพง หรือ สังกะสีมากั้น เพื่อป้องกันชาวบ้านแ จะให้เชื่อมั่นได้อย่างไรว่า ผู้รับเหมาที่ทำนั้นมีความรู้เกี่ยวกับการบูรณะโบราณวัตถุอย่างแท้จริง

น.ส.จานุวรรณ กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเห็นได้ชัดว่าผู้รับเหมาไม่มีประสิทธิภาพในการทำงาน เนื่องจาก บริเวณหอระฆังแห่งนี้ มีคุณค่าทางจิตใจกับชาวบ้านในละแวกนี้มาก และไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ตนมีความเชื่อในเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยก่อนที่จะมีการบูรณะทางผู้รับเหมาไม่ได้มีการกราบไหว้ หรือ ขอขมาแต่อย่างใด เนื่องจากหอระฆัง มีปฏิมากรรม ยักษ์ ครุฑ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมาย ที่มีอายุมากกว่าหลายร้อยปี ในครั้งหน้าจึงอยากให้ผู้รับเหมาเล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ด้วย และฝากถึงกรมศิลปากรให้ช่วยดูแลและกำชับให้มีการบูรณะให้แล้วเสร็จ โดยก่อนที่จะมีการบูรณะทางผู้รับเหมาไม่ได้มีการกราบไหว้ขอขมาแต่อย่างใด เนื่องจากหอระฆัง มีประติมากรรม ยักษ์ ครุฑ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายที่มีอายุมากกว่าหลาย 100 ปี ในครั้งหน้าจึงอยากให้ผู้รับเหมาเล็งเห็นความสำคัญในเรื่องนี้ด้วยส่วนเรื่องโบราณวัตถุที่ทางกรมศิลปากรแจ้งว่า เจอ วัตถุโบราณจำนวนไม่มากนั้น ตนรู้สึกขัดแย้ง เนื่องจากตนอยู่ในพื้นที่นี้มาตั้งแต่เด็ก พบว่า มีวัตถุโบราณที่มากกว่ากรมศิลปกรแจ้งมา สามารถถามชาวบ้านในระแวงนี้ได้ ต่างคนต่างเห็นด้วยเป็นเสียงเดียวกัน จึงอยากให้กรมศิลปากร ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อไม่ให้วัตถุโบราณหายไป

