เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงายที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองปัตตานี นายไชยพร นิยมแก้ว นายอำเภอเมืองปัตตานี เรียกประชุมประด่วนกำนันผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนผู้ช่วยทุกหมู่บ้านในเขตอำเภอเมืองปัตตานีกว่า 100 คน เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการส่งเสริมด้านพัฒนาให้ประชาชนมีงานมีรายได้ให้ประชาชนในชุมชนมีคุณภาพที่ดีขึ้น รวมถึงการนำแนวทางนโยบายใหม่ของ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ที่เพิ่งรับมอบตำแหน่งหน้าที่เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา แจ้งให้ทราบ เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนา โดยเฉพาะปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดจำนวนมาก อันจะนำไปสู่การชักจูงให้ร่วมก่อเหตุต่างๆ โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ประกาศให้เป็นวาระเร่งด่วนในการระดมทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมกันแก้ไขด้วยการปรามปรามและทำลายแหล่งเก็บแหล่งผลิตที่มีการกำหมดเป็นเป้าหมายแหล่งใหญ่อยู่หลายพื้นที่ เพื่อให้หมดสิ้นไปจากทุกชุมชนหมู่บ้าน โดยมอบหมายให้กำนันผู้ใหญ่บ้านลงพื้นที่สำรวจห้ามปรามผู้หลงผิดที่มีพฤติกรรมเป็นผู้ค้าผู้เสพได้กลับตัว ก่อนที่จะมีการสนธิกำลังเปิดแผนการปฏิบัติใหญ่ด้วยการเข้าปูพรมตรวจหายาเสพติดและกลุ่มผู้ค้าผู้เสพในทุกตารางนิ้ว หากพบเป็นแหลงผู้ค้าผู้ผลิตจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างหนัก
โดยหลังเสร็จสิ้นการประชุมชี้แจง นายไชยพร นายอำเภอได้สั่งการให้ อส.ปิดประตูเข้าออกห้องประชุมทุกด้านไม่ให้ผู้ใดสามารถออกไปภายนอกได้ ก่อนจะออกคำสั่งประกาศให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งปลัดผู้เป็นหัวหน้าตำบลทุกแห่ง รวมจำนวน 109 คน ต้องผ่านการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดทุกคน เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีต่อก่อนประชาชนที่เป็นลูกบ้าน การรับนโยบายในการปราบปรามจับกุมกลุ่มผู้ค้าผู้เสพนั้นต้องจัดระเบียบและสร้างความน่าเชื่อถือและเป็นแบบอย่างสร้างความเชื่อมั่นเชื่อถือ ก่อนที่จะสนธิกำลังร่วมปฏิบัติในภารกิจกวาดล้างครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อให้ปัญหากลุ่มติดยาพบมากในกลุ่มเยาวชนวัยรุ่น อันเป็นสาเหตุให้กลุ่มผู้ปกครองทุกข์ใจเพราะไม่สามารถห้ามปรามบุตรหลานได้ แถมบางรายพบพฤติกรรมทำร้ายพ่อแม่และคนอื่นๆ ในครอบคัวเพื่อบังคับเอาเงินไปซื้อยามาเสพ
นายไชยพร นิยมแก้ว นายอำเภอเมืองปัตตานี กล่าว่า ผลการตรวจหาสารเสพติในกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้านและชุดทำงานของผู้ใหญ่บ้านจำนวน 109 คน พบผู้มีสารเสพติดในปัสสาวะจำนวน 3 คน ที่เหลืออีก 8 ตำบลไม่สามารถตรวจสอบให้เสร็จสิ้นในนวันนี้เพราะมีเจ้าหน้าที่เฉพาะด้านผ่านการฝึกอบรมการใช้อุปกรณ์นำมาช่วยเหลือนั้นไม่เพียงพอ โดยจะขอความช่วยเหลือไปยังโรงพยาบาลและสาธารณสุ ขจังหวัด นำตัวอย่างปัสสาวะที่ทำประวัติของแต่ละคนไปช่วยตรวจหา โดยได้คาดโทษว่าพบผู้ใดเกี่ยวข้องไม่ว่าเสพหรือขาย หากพบเป็นผู้ค้าและเสพจนติดจะลงโทษแบบเด็ดขาดด้วนการให้พ้นออกจากการทำหน้าที่กำนันผู้ใหญ่บ้านทันที อีกทั้งได้เปิดแผนการปราบปรามคู่การแก้ไข โดยการกำหนดให้ผู้ค้าผู้ขายต้องรับโทษตามกฎหมาย ส่วยกลุ่มเยาวชนถือเป็นผู้ป่วยที่ต้องนำไปเข้าคายบำบัดรักษาให้หายจากการเสพติดที่เป็นความคาดหวังของผู้ปกครองได้ลูกที่เป็นคนดีและเชื่อฟังคำสอนของพ่อแม่ ตามแนวทางนโยบายให้จัดทำเป็นแผนการป้องกันปราบปราบเป็นแผนระยะยาวตามแนวทางนโยบาย พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 มองเห็นปัญหาแพร่ระบาดของยาเสพติดนั้นยิ่งขยายวงกว้างไปออย่างรวดเร็ว และยากที่จะแก้ช่วงเพียงระยะสั้นๆ และกลุ่มเหล่านี้มักตกไปเป็นเครื่องถูกชักชวนหลอกให้มีการก่อเหตุร้ายต่างๆ จึงต้องทำการแก้ไขปัญหาควบคู่กับเหตุความรุนแรงที่ส่วนหนึ่งมีความสอดคล้องเชื่อมโยงกัน

