คนขับรถตู้มอบตัวแล้ว อ้างชนแหลกชิ่งหนีเพราะกลัวถูกทำร้าย ตร.เอาผิดทำให้เสียทรัพย์ ไม่ถึงพยายามฆ่า!!

4.10.18 | 15:36 น.

จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “พลสิทธิ์ เลิศนภาพงศ์ โต้งเมฆา” โพสต์คลิปวิดีโอจากกล้องติดหมวกกันน็อกรถจักรยานยนต์เผยให้เห็น รถตู้สีขาวขับในลักษณะหวาดเสียว ก่อนจะชนและลาก รถจักรยานยนต์และหลบหนีขึ้นทางด่วน โดยคนในคลิประบุว่า เป็นการขับชนแล้วหนีนั้น

เมื่อเวลา12.30 น. วันที่ 4 ตุลาคม นายอำนาจ แซ่ลิ้ม อายุ 35 ปี ชาวจ.นครราชสีมา คนขับรถตู้คันดังกล่าวเดินทางเข้ามอบตัวกับทางสน.มักกะสัน โดยเจ้าหน้าที่คุมตัวไว้ภายในห้องสืบสวน ยังคงสอบปากคำอยู่ในห้องดังกล่าวอยู่

สอบสวนผู้ต้องหาให้การว่า จังหวะเกิดเหตุมีการเฉี่ยวชนและทำร้ายร่างกายกันจริง ก่อนตนเองขับรถตู้ออกไป ทางผู้บาดเจ็บขี่จักรยานยนต์ตามมาพร้อมจักรยานยนต์อีกหลายคัน จึงเกิดความกลัวเลยขับรถหนี จนมาถึงก่อนขึ้นทางด่วน ผู้เสียหานขี่จักรยานยนต์ปาดหน้าตนเองทางผู้เสียหายได้ลงจากรถ ตนเกิดความกลัวจึงขับรถชนจักรยานยนต์เพื่อหนี จนกระทั่งเป็นข่าว จึงตัดสินใจเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ดังกล่าว

ด้านนายศุกล เครือแสน อายุ 22 ปีพนักงานขับรถพยาบาล รพ.ปิยะเวท ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุ วันนี้เดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติม และทราบว่าผู้ต้องหาเดินทางมามอบตัว ทั้งนี้ยืนยันว่าคดีนี้จะไม่มีการยอมความ โดยจะแจ้งข้อหาพยายามฆ่า เพราะผู้ต้องหาตั้งใจขับชนตน ซึ่งจะต้องดำเนินคดีถึงที่สุด

ขณะที่ตำรวจ เปิดเผยว่า คดีนี้ไม่เข้าข่ายพยายามฆ่า เพราะตอนเกิดเหตุทางผู้บาดเจ็บไม่ได้อยู่บนรถจักรยานยนต์ ซึ่งตามกฎหมายมันไม่เข้าองค์ประกอบพยายามฆ่า แต่จะดำเนินคดีในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนคดีทะเลาะวิวาท หากผู้เสียหายประสงค์จะดำเนินคดีก็ให้ไปแจ้งความที่สน.ดินแดงซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุต่อไป

สำหรับรถตู้คันดังกล่าวที่ผู้ต้องหาขับมานั้น เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าเป็นรถเช่าของบริษัท ควอลิตี้ เรนท์ อะ คาร์ ตั้งอยู่เลขที่ 26/58 ถนนนางลิ้นจี้ ทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ ซึ่งประกอบกิจการเกี่ยวกับ การให้บริการรถเช่า รถตู้ รถอเนกประสงค์ ซึ่งผู้ต้องหาทำสัญญาเช่ารถเป็นรายปี ไว้รับส่งคน โดยทำมา 3 ปีแล้ว

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเวลา 13.30 น. นายศุกลกับนายอำนาจได้พบหน้ากันที่ห้องพนักงานสอบสวนเพื่อทำการสอบปากคำเพื่อพูดคุยไกล่เกลี่ยเรื่องค่าเสียหาย โดยทั้งสองได้จับมือกันต่อหน้าสื่อมวลชน

นายอำนาจกล่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นเป็นไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ มีการทะเลาะวิวาทกันตามอารมณ์ ตอนเกิดเรื่องครั้งแรกตนเปิดไฟเลี้ยวเพื่อขอเปลี่ยนเลน จังหวะรถตู้เบี่ยงหัวออกเพื่อเปลี่ยนเลนนั้น อาจทำให้รถจักรยายนต์เสียจังหวะ หลังทะเลาะวิวาทกันจบ ตนก็อยากให้เลิกรากันไปให้เรื่องมันจบ ส่วนที่ขับชนรถจักรยายนต์นั้น ตนกลัวเพราะคนมาเยอะอาจถูกรุมทำร้าย จึงขับรถหนีเห็นรถผู้เสียหายจอดขวางไว้ ตนเลยเบี่ยงรถชนรถจักรยานยนต์นิดเดียวเท่านั้น เลยโดนขอบรถไม่ได้ชนไปตรง ๆ หลังเกิดเหตุก็ยอมรับในสิ่งที่ทำลงไปทั้งหมดและขอโทษผู้เสียหาย คลิปที่ออกไปมันรุนแรงเกินจริง

ด้านนายศุกลกล่าวว่า เมื่อนายอำนาจยอมรับผิด ก็จึงอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ไม่ได้ติดใจอะไรมากนัก

พ.ต.ท.สมิต นันท์นฤมิตร รองผกก.(สอบสวน) สน.มักกะสันกล่าวว่า ในส่วนของสน.มักกะสันก็จะแจ้งข้อหาทำให้เสียทรัพย์ก็จะทำการส่งฟ้องศาลดำเนินคดีต่อไป จากนี้ทางตำรวจจะเป็นคนกลางให้ทั้งสองฝ่ายพูดคุยตกลงกันในเรื่องค่าเสียหาย ส่วนจังหวะที่ทั้งสองทำร้ายร่างกายกันนั้น ทาง สน.มักกะสันก็จะประสานส่งเรื่องให้ทาง สน.ดินแดงท้องที่เกิดเหตุดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป