เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีกลุ่มข้าราชการตำรวจ เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียน ต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เรื่องการทุจริตในโครงการกู้รวมหนี้ สหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.จว.เลย ตำรวจ 193 นายได้รับความเดือดร้อน มูลค่ากว่า 230 ล้านบาท นั้น ว่า
“หลังจากที่ ได้มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช อดีตผบก.ภ.จว.เลย และพวกรวม 5 นาย ออกจากราชการไว้ก่อนพร้อมตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และ ต่อมามีการตรวจสอบพบ ข้าราชการตำรวจอีกจำนวน 15 นาย มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยรับโอนเงินจากกลุ่มบุคคลที่กระทำความผิดในคดีนี้ ไม่ว่าจะเป็นบัญชีตนเองหรือบัญชีบุคคลใกล้ชิด ทาง ตร. จึงมีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจทั้ง 15 นาย มาปฏิบัติหน้าที่ที่ ศปก.ตร. พร้อมตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป โดยวันที่ 2 ตุลาคม ได้มีการจับกุมผู้เกี่ยวข้องอีก 12 ราย ส่วนหนึ่งเป็นข้าราชการกระทรวงยุติธรรม และได้มีคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจมาปฏิบัติหน้าที่ยัง ศปก.ตร. พร้อมตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมประกอบด้วย ข้าราชการตำรวจ 8 นาย กรณีพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องรับโอนเงินจากกลุ่มบุคคลที่กระทำความผิด และพนักงานสอบสวนในคดีนี้อีก 11 นาย กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่” รองโฆษตร.กล่าว
พ.ต.อ.กฤษณะ เปิดเผยว่า ความคืบหน้าทางคดีขณะนี้ พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกพยาน ให้มาสอบสวนปากคำ ประมาณ 300 คน ซึ่งได้นัดหมายในสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป โดยจะกำหนดสถานที่เข้าพบ ภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ภาคใต้จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาคตะวันออกชลบุรี ภาคตะวันออกเฉียเหนือ จ.ขอนแก่น เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทางให้กับพยาน
“ยึดทรัพย์ไปแล้ว 2 ครั้ง มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 180 ล้าน บาท นำส่ง ปปง. เพื่อดำเนินการตามระเบียบ พร้อมกันนี้ ยังมีผู้นำเงินสดมาคืนแล้วประมาณ 12 ล้านบาท เพราะทราบว่าเงินที่ได้มานั้นอาจจะข่ายผิดกฎหมาย ซึ่งจะได้นำมาเฉลี่ยทรัพย์ให้กับผู้เสียหายต่อไป สำหรับผู้ต้องหาที่เข้ามอบตัว ได้แจ้งข้อกล่าวหาในความผิด ร่วมกันกู้ยืนเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาขน ตาม พระราชกำหนด การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 มาตรา 4 มาตรา 5 และมาตรา 12 แล้ว จำนวน 25 คน เหลืออีก 12 คน จะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป ทางคดีมีความคืบหน้าไปมาก คาดว่าช่วงปลายเดือนตุลาคม 2561 จะแล้วเสร็จ”รองโฆษกตร.กล่าว
รอง โฆษก ตร. กล่าวต่อว่า คดีดังกล่าวมีความคืบหน้าไปมาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับในส่วนของการดำเนินการทั้งทางอาญา และวินัย ให้ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ให้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย และกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ตามกรอบระยะเวลา สำหรับการแก้ไขปัญหาสมาชิกสหกรณ์ที่ได้รับความเดือดร้อน ทางผู้บังคับบัญชา ได้มีการตกลงกับสถาบันการเงินหรือธนาคารเจ้าหนี้เพื่อขอผ่อนพันการชำระหนี้ และในส่วนของสหกรณ์เลย ได้ขยายวงเงินกู้ฉุกเฉินเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประกอบกับการงดชำระเงินต้นในเบื้องต้นก่อน ซึ่งมั่นใจว่าข้าราชการตำรวจชั้นผู้น้อยและผู้เสียหายในคดีนี้ จะได้รับความช่วยเหลือเยียวยาอย่างแน่นอน
![g]p](https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2018/10/gp.jpg)
