กรณีที่ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เซ็นหนังสือโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของสธ.เมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเกิดกระแสความไม่เห็นด้วยจนขยายวงกกว้างถึงขั้นบุคลากรในโรงพยาบาลหลาย แห่ง แต่งชุดดำและถือป้ายประท้วง ทั้งที่ จ.ขอนแก่น จ.เลย รวมถึงกรณีของ นพ.บรรพจน์ สุวรรณชาติ อดีตผอ.โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ถึงขั้นต้องยื่นหนังสือลาออกภายหลังถูกย้ายไม่ยอมไปอยู่ จ.เลย จน นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข ต้องมีการหารือให้ปลัดสธ.มีการทบทวนคำสั่ง เพราะหวั่นว่าจะเกิดม็อบเสื้อกาวน์นั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า จากการที่ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีการทบทวนการแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์นั้น เพราะต้องการให้ได้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลที่ดีที่สุด เพราะโรงพยาบาลศูนย์เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่มาก ดังนั้นการเลือกผู้อำนวยการโรงพยาบาลต้องเลือกให้ดี โดยโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่มีหลายแห่ง เช่น โรงพยาบาลนครราชสีมา โรงพยาบาลขอนแก่น เป็นต้น ส่วนโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของกรมการแพทย์ก็ เช่น โรงพยาบาลราชวิถี เป็นต้น ทั้งนี้คนที่จะมาเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ได้ ต้องผ่านการคัดเลือกจากหลายฝ่าย อาทิ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนจากโรงพยาบาล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด โดยมีปลัดกระทรวง เป็นประธานการสรรหา เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้ได้คนที่ดีที่สุดจริงๆ ซึ่งการที่ต้องให้มีการสรรหาก็เพราะอยากให้เกิดธรรมาภิบาลในระบบจริงๆ ไม่มีการเลือกพรรคเลือกพวก อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าไม่มีการล้วงลูก เพราะตนไม่ได้กำหนดว่าจะต้องให้ใครมาเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์
“สำหรับการทบทวนคำสั่งนั้น จากการคุยกับนพ.สุขุม ก็บอกว่าจะรีบดำเนินการให้เร็วที่สุด ซึ่งท่านปลัดกระทรวงก็บอกว่าไม่รู้ถึงขั้นตอน จึงดำเนินการดังกล่าว อย่างไรก็ตามการใช้วิธีการสรรหานั้น กระทรวงเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ผมเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ 1 ปี ซึ่งตอนนี้ทำมา 2 ปีแล้ว เพราะผมรับตำแหน่งมาเกือบ 3 ปีแล้ว ทั้งนี้จากการดำเนินการเลือกผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ ที่ผ่านมาโดยใช้การสรรหาก็ถือว่าดีมาก ได้คนเก่งคนดีมีความสามารถ โดยผ่านความเห็น ผ่านกระบวนการร่วมกันสรรหาจากทุกฝ่ายก่อนจะมาเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ และผลการทำงานก็ออกมาดี เป็นการสะท้อนให้เห็นด้วยว่ากระทรวงมีธรรมาธิบาล”นพ.ปิยะสกลกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชมรมโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป (รพศ./รพท.) ได้ทำข้อมูลเปิดเผยตัวอย่าง ความไม่มีธรรมาภิบาล และไม่เป็นธรรมในคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของสธ. 6 ประเด็น ประกอบด้วย 1.นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น ถูกย้ายไปจ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งไม่ได้เป็นที่ทำการสำนักงานเขตทั้งที่เพิ่งปฏิบัติงานได้ 1 ปี โดยไม่มีเหตุผลใดๆ 2.ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ โรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ของเขต3 ขนาด 659 เตียง ถูกย้ายลดระดับโรงพยาบาล ไปโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ โรงพยาบาลทั่วไปของเขต 2 ขนาด 500 เตียง ทั้งที่เพิ่งปฏิบัติงานได้ 1 ปี โดยไม่ได้บริหารงานผิดพลาดใดๆ และไกลจากภูมิลำเนาออกไปจากเดิม 3. ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่นโรงพยาบาลศูนย์ขนาดใหญ่ของเขต 7 ขนาด 867 เตียง ถูกย้ายไปโรงพยาบาลขนาดเล็กลงและไม่ใช่เป็นโรงพยาบาลศูนย์หลักของเขต โดยโรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี เป็นโรงพยาบาลศูนย์ขนาด755 เตียง
4.ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ โรงพยาบาลทั่วไปขนาด 540 เตียงถูกย้ายไปโรงพยาบาลทั่วไปขนาดเล็ก คือโรงพยาบาลเลย ซึ่งเป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาด 420 เตียง ทั้งที่เพิ่งปฏิบัติงานได้เพียง 1 ปี โดยไม่มีเหตุผล
5.ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลย ถูกย้ายไปโรงพยาบาลทั่วไปขนาดเล็ก คือ โรงพยาบาลบึงกาฬมีขนาด 175 เตียง ทั้งที่เพิ่งปฏิบัติงานได้เพียง 1 ปี โดยไม่มีเหตุผล
6.ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมแพ โรงพยาบาลทั่วไปได้รับการย้ายไปโรงพยาบาลศูนย์ใหญ่ของเขตโรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งมีขนาดเตียง 867 เตียง โดยข้ามระดับมาก และยังมีอื่นๆ อาทิ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดที่ได้รับแต่งตั้งใหม่หลายจังหวัด มีอาวุโสและผลงานในเขตน้อยกว่าอีกหลายคน เช่น จ.บึงกาฬ จ.สุโขทัย เป็นต้น

