หน้าแรก ในประเทศ ญาติอส.ถูกระเ...

ญาติอส.ถูกระเบิดเสียชีวิตขอความเป็นธรรมไม่เชื่อระเบิดเป็นของผู้ตาย-มั่นใจถูกลอบสังหาร

7.10.18 | 16:49 น.

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 7 ตุลาคม ที่วัดบ่ออิฐ หมู่ 1 ต.ชุมโค อ.ปะทิว จ.ชุมพร สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ ส.อ.สุพัฒน์ธนะชัย มากประสิทธิ์ อายุ 35 ปี ทหารชุดปฏิบัติการรักษาความสงบเรียบร้อย สังกัด มทบ.44 ที่เสียชีวิตจากเหตุระเบิดรถยนต์หน้าบ้านพักในกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 415 บ้านบางนอน หมู่ 1 ต.บางนอน อ.เมือง จ.ระนอง เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 5 ตุลาคม 2561 และญาติๆ นำศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวได้พบพี่น้องและบุตรสาวของ ส.อ.สุพัฒน์ธนะชัย ประกอบด้วย นายวินัย มากประสิทธิ์ อายุ 47 ปี (พี่ชายคนที่ 3) น.ส.วณิษา มากประสิทธิ์ อายุ 44 ปี (พี่สาวคนที่ 4) น.ส.ชญาน์นันท์ มากประสิทธิ์ อายุ 41 ปี (พี่สาวคนที่ 6) น.ส.จินตนา มากประสิทธิ์ อายุ 32 ปี (น้องสาวคนสุดท้อง) และด.ญ.วนิสา ลูกสาวของผู้ตายวัย 12 ปี


นายวินัย และ น.ส.ชญาน์นันท์ เปิดเผยว่า ส.อ.สุพัฒน์ธนะชัย เป็นลูกคนที่ 9 จากพี่น้องรวม 10 คนของ นางสมจิตร มากประสิทธิ์ อายุ 73 ปี ส่วนบิดาคือ นายแนม มากประสิทธิ์ เสียชีวิตไปแล้ว และน้องชายรับราชการทหารมานานกว่า 10 ปี โดยตอนแรกเป็นทหารเกณฑ์ก่อน จากนั้นจึงไปเป็นทหารพราน และสอบบรรจุเข้าไปทหารบก สังกัด มทบ.44 ที่ชุมพร ซึ่ง ส.อ.สุพัฒน์ธนะชัยเคยมีภรรยาและมีลูกด้วยกัน 1 คนคือ ด.ญ.วนิสา ส่วนภรรยาคอนปัจจุบันคือ น.ส.ศิโรรัตน์ มากประสิทธิ์ ยังไม่มีลูกด้วยกัน

หลังญาติๆ ทราบข่าวการเสียชีวิตของ ส.อ.สุพัฒน์ธนะชัยเวลา 06.00 น.วันที่ 6 ตุลาคม 2561 จึงรีบขับรถไปดูศพที่ รพ.ระนอง และภาพที่เห็นทำให้ทุกคนสะเทือนใจมาก เพราะน้องชายไม่มีเสื้อผ้าพันกายแม้แต่ชิ้นเดียว สภาพศพช่วงล่างแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี จึงรับศพกลับมาตั้งที่วัดบ่ออิฐ ก่อนเกิดเหตุไม่มีลางบอกเหตุใดๆ เลยว่าน้องชายจะมาจบชีวิตแบบนี้ เพราะตอนถูกส่งไปอยู่ จ.นราธิวาสยังสามารถรอดชีวิตมาได้ ขอยืนยันว่าน้องชายไม่เคยมีระเบิดมาก่อน ดังนั้น ที่ตำรวจบอกว่าอาจเป็นระเบิดของน้องชายเอง จึงเป็นสิ่งที่ญาติๆ รับไม่ได้ แม้แต่ปืนสักกระบอกน้องชายก็ไม่เคยนำมาให้ญาติๆ เห็น

“จนบัดนี้ตำรวจเจ้าของคดียังไม่ได้สอบปากคำอะไรญาติๆ เลย จึงอยากเรียกร้องให้ตำรวจช่วยคลี่คลายคดีเพื่อให้ความเป็นธรรมกับคนที่ตายไปแล้วด้วย ส่วนผู้บังคับบัญชา มทบ.44 ก็ควรให้ความสนใจตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าระเบิดที่ทำให้น้องชายต้องเสียชีวิตเป็นระเบิดของหน่วยงานใดกันแน่ ญาติๆ ได้ไปดูรถยนต์ของน้องชาย ก็พบว่าได้รับความเสียหายที่ด้านใต้รถช่วงหน้า ดังนั้น ที่บอกว่าน้องชายเอาระเบิดมาใส่ไว้ในรถจึงไม่น่าเป็นไปได้ และมั่นใจว่าคนที่อยู่ในบ้านพัก ตชด.คนใดคนหนึ่งจะต้องรู้เรื่องนี้แน่นอน เพราะคนจากภายนอกไม่สามารถเข้าไปในบริเวณบ้านพักได้ อยากให้สื่อมวลชนและตำรวจช่วยดูประเด็นนี้ให้ดีด้วย อย่าให้น้องชายพวกเราต้องตายฟรีแล้วบอกว่าประมาท ทำให้ระเบิดๆ ขึ้นเองเลย” นายวินัย กล่าว

Advertisement

นายวินัย กล่าวว่า ปกติแล้วน้องชายเป็นคนพูดจาโผงผาง ตรงไปตรงมา และเป็นคนสนุกสนานร่าเริง แต่ไม่เคยทราบว่ามีปัญหาความขัดแย้งกับใคร ขณะนี้มารดาของตนยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยากให้ต้นสังกัดเข้ามาดูแลด้วย เพราะครอบครัวตนมีฐานะยากจน ส่วนใหญ่ทำงานรับจ้าง หาเช้ากินค่ำไปวันๆ คงไม่มีปัญญาไปต่อสู้อะไรกับใคร ญาติๆ มั่นใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องมาจากการลอบสังหารน้องชายของตนอย่างแน่นอน และขอให้สื่อมวลชนบางสำนักที่บอกว่าน้องของตนทำให้เกิดระเบิดขึ้นเอง เสนอข่าวให้ตรงกับข้อเท็จจริงด้วย

สำหรับการตั้งบำเพ็ญกุศลศพ ส.อ.สุพัฒน์ธนะชัยที่วัดบ่ออิฐจะมีไปจนถึงวันที่ 12 ตุลาคม 2561 จากนั้นญาติๆ จะประกอบพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 14 ตุลาคม 2561 เวลา 13.00 น.