จับตานโยบาย ‘บ้านพักบุคลากรสาธารณสุข’ ปัญหารอการแก้ไข

8.10.18 | 11:02 น.

หากยังจำกันได้กับกรณีแพทย์ท่านหนึ่งในโรงเรียนแพทย์จังหวัดขอนแก่นออกมาขอความช่วยเหลือผ่านทางโซเชียลมีเดียหลังถูกโจรงัดบ้านพักขโมยแว่นตาผ่าตัด กระทั่งตามจับตัวได้ ปรากฏว่ายังมีประเด็นบ้านพักแพทย์ ที่ก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบภายในบ้านพัก แต่พบสภาพบ้านทรุดโทรมมาก แม้ผู้บริหารได้ให้งบประมาณช่วยปรับปรุงแล้ว

หันกลับมามองที่กระทรวงสาธารณสุขมีปัญหาไม่แตกต่างกัน ซ้ำร้ายหลายแห่งอยู่ไม่ได้ กลายเป็นปัญหาสะสมมาหลายสิบปี…

จึงกลายเป็นความหวังให้กับบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ทันที หลังมีข่าวกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีความเป็นห่วงปัญหาบ้านพักบุคลากรสาธารณสุขขาดแคลน มีปัญหาทรุดโทรมอยู่ไม่ได้ จนสอบถามไปยังกระทรวงสาธารณสุข และได้ข้อมูลว่า เป็นปัญหาจริงๆ โดยกองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข สำรวจที่พักของบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งแพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ เภสัชกร รวมไปถึงวิชาชีพต่างๆ ในโรงพยาบาลทุกระดับ ตั้งแต่โรงพยาบาลศูนย์ (รพศ.) ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่สุด โรงพยาบาลทั่วไป (รพท.) โรงพยาบาลชุมชน (รพช.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จนพบว่า จำเป็นต้องของบประมาณเพิ่มเติมในการก่อสร้างที่พักบุคลากรทางสาธารณสุขเพิ่มอีกกว่า 7 พันหลัง

โดยผลสำรวจที่พักอาศัยบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข ข้อมูล ณ วันที่ 29 กันยายน 2561  เบื้องต้นสำรวจสถานพยาบาล 7,187 แห่ง จากทั้งหมด 11,710 แห่ง พบมีบุคลากรทั้งหมด 257,534 คน แบ่งเป็นบุคลากรที่มีความจำเป็นต้องพักอาศัย 130,073 คน บุคลากรที่มีความจำเป็นต้องพักอาศัยและมีที่พักแล้ว 65,225 คน ส่วนบุคลากรที่มีความจำเป็นแต่ยังไม่มีที่พักอาศัยมีอีก 64,848 คน โดยจำนวนอาคารที่พักที่มีอยู่เดิม แบ่งเป็นบ้านพัก 25,209 หลัง เป็นอาคารพัก 3,657 หลัง เป็นแฟลต 610 หลัง รวมอาคารเดิม 29,476 หลัง

จากการสำรวจปัญหาพบว่า บุคลากรยังต้องการที่พัก เนื่องจากที่พักมีความทรุดโทรม หลายแห่งก็ไม่สามารถซ่อมได้ ทำให้ต้องการที่พักเพิ่มอีก  7,631 หลัง แบ่งเป็น บ้านพัก 6,258 หลัง อาคารพัก 1,137 หลัง และแฟลตอีก 236 หลัง โดยทั้งหมดยังติดปัญหาเรื่องงบประมาณ

Advertisement

ล่าสุดแม้ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) รับปากเดินหน้าเรื่องนี้ โดยถือเป็นนโยบายแรกๆ ที่ต้องดำเนินการเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่บุคลากร และมอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขทุกเขตสุขภาพทั้ง 12 เขตส่งเรื่องเบื้องต้นเข้ามาภายในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ เพื่อเสนองบประมาณกับทางสำนักงบประมาณ

โดย นพ.สุขุมให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูล เริ่มทยอยส่งกันเข้ามา ซึ่งมีทั้งบ้านพักและแฟลต แต่ถ้าเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ก็จะเป็นแฟลต เนื่องจากจะประหยัดพื้นที่  โดยเรื่องนี้ย้ำว่าให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ โดยที่ไหนซ่อมแซมได้ก็ซ่อม ที่ไหนไม่ได้แล้วก็ต้องสร้างใหม่ ให้ทำเรื่องเข้ามา อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าเราให้ความสำคัญทุกระดับ ไม่ใช่แค่โรงพยาบาลขนาดใหญ่ อย่างโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ก็ให้ความสำคัญหมด อย่างที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขณะนี้มีปัญหาน้ำท่วม แต่โรงพยาบาลต่างๆ ก็ยังให้บริการได้ ซึ่งในส่วนของที่พักบุคลากรได้รับผลกระทบบ้าง ขณะนี้ส่งเจ้าหน้าที่ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เข้าไปดูแลแล้ว

นพ.สามารถ ถิระศักดิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า สำหรับการเสนอของบประมาณขาขึ้นประจำปีงบประมาณ 2563 ได้เสนอภาพรวมไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ในส่วนของที่พักบุคลากรสาธารณสุขจากการสำรวจหน่วยบริการภายในจังหวัดพบว่า ในจังหวัดมีโรงพยาบาลทั่วไป 2 แห่ง มีโรงพยาบาลชุมชน 6 แห่ง และ รพ.สต. 81 แห่ง รวมบุคลากรที่ต้องการที่พักรวม 357 คน ซึ่งที่ผ่านมาหลายคนก็ไปอาศัยกับญาติในพื้นที่ บ้างก็อาศัยบ้านเพื่อน ขณะที่บางรายต้องไปแทรกอยู่กับแฟลตที่กำหนดให้แต่ละห้องอยู่ห้องละ 2 คน ต้องไปเพิ่มเป็นคนที่ 3

“ที่ผ่านมาจะใช้วิธีให้บุคลากรที่จำเป็นก่อนได้อยู่บ้านพัก หรือแฟลตที่ทาง รพ.เตรียมไว้ คือ กลุ่มที่ต้องอยู่เวรบ่ายดึก เดินทางลำบาก อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจพบว่ามีประมาณ 103 หลังคาที่ต้องซ่อมแซม และเป็นแฟลตที่ทรุดโทรมต้องซ่อมแซมอีก 13 หลัง ส่วนที่ต้องสร้างเพิ่มจะเป็นบ้านพักใหม่ 63 หลัง ส่วนใหญ่เป็น รพ.สต. และเป็นแฟลตที่ต้องการเพิ่มอีกประมาณ 10 อาคาร เพื่อรองรับอีกประมาณ 350 คน อย่างไรก็ตาม แต่สำหรับกรอบที่ทางจังหวัดสามารถขอได้ ตามข้อกำหนดของทางเขตสุขภาพที่ 5 นั้น ทาง จ.ประจวบฯขอได้เพียงบ้านพักใหม่ 17 หลัง และแฟลตอีก 1 อาคาร ส่วนงบฯซ่อมแซมนั้นคงต้องใช้งบเงินบำรุงของแต่ละสถานพยาบาลเอง” นพ.สสจ.ประจวบคีรีขันธ์กล่าว และว่า นโยบายนี้ถือเป็นเรื่องดีที่จะสร้างขวัญกำลังใจให้กับบุคลากรมาก เพราะที่ผ่านมางบมีข้อจำกัด ก็จะต้องมุ่งเน้นไปที่การบริการผู้ป่วย แต่ปัจจุบันที่พักหลายแห่งทรุดโทรมจนซ่อมแซมไม่ได้จำเป็นต้องของบฯเพื่อให้บุคลากรได้อยู่อาศัย

ด้านนายริซกี สาร๊ะ เลขาธิการนักวิชาการสาธารณสุข (ประเทศไทย) และเลขาธิการสมาพันธ์บุคลากรสาธารณสุขชายแดนใต้ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า นโยบายนี้เป็นสิ่งที่ดี แต่ก็กังวลในเรื่องของงบประมาณ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญมีข้อเสนอคือ 1.สำรวจบ้านพักทุกหน่วยงานในภูมิภาค ตั้งแต่ รพศ. รพท. รพช. และ รพ.สต 2.แบ่งสัดส่วนงบประมาณให้เหมาะสมระหว่างบ้านพักบุคลากรหน่วยงานในเขตเมืองที่บุคลากรอยู่กันอย่างแออัด ซึ่ง รพศ./รพท. ที่มีจังหวัดละไม่กี่แห่ง  กับหน่วยงานในพื้นที่ยากลำบาก ทุรกันดาร เสี่ยงภัย ซึ่งมีทั้ง รพช. รพ.สต. รวมทั้งสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ หรือ สสอ.ที่มีหลายสิบแห่ง

“3.งบขาขึ้นตอนของบประมาณสร้างบ้านพักบุคลากร ควรสอดคล้องกัน ไม่ใช่ว่าตอนขาขึ้นของบภาพรวม แต่งบขาลง สร้างบ้านพักแค่ไม่กี่แห่ง เน้นในเมืองหรือหน่วยงานที่มีโครงสร้างใหญ่โตอยู่แล้ว หลงลืมหน่วยงานในพื้นที่เล็กๆ กันดาร 4.สำรวจว่าหน่วยงานใดที่มีบ้านพักทรุดโทรม แต่ไม่ใช้งานให้ทำการรื้อถอน ส่วนหน่วยงานใดที่มีบ้านพักทรุดโทรม และมีคนใช้งาน ควรเร่งซ่อมแซม และ 5.ควรจัดลำดับ เน้นซ่อมแซมบ้านพักบุคลากรในพื้นที่ห่างไกล  ทุรกันดาร ตามเกาะ ดง ดอย บุคลากรจำเป็นต้องค้างในพื้นที่เพราะมีความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินสูง หากบ้านพักไม่มั่นคงปลอดภัยพอ ทั้งหมดเป็นความหวังว่าจะเดินหน้าเรื่องนี้ได้จริงๆ” นายริซกีกล่าว

ภายในบ้านพัก รพ.สต.ใน จ.สุราษฎร์ธานี

แหล่งข่าวในกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่าสำนักงบประมาณจะให้ความสำคัญกับกรณีนี้มากน้อยแค่ไหน เนื่องจากที่ผ่านมาเมื่อมีการเสนอของบประมาณ และหากมีงบที่พักบุคลากรสาธารณสุข ด้วยงบที่จำกัดก็จะจัดสรรกรณีการบริการผู้ป่วย อาคารผู้ป่วย เครื่องมือแพทย์ รถฉุกเฉินต่างๆ ส่วนรองลงมา อย่างบ้านพักที่พักบุคลากรก็จะอยู่ท้ายๆ แม้ล่าสุดบอกว่าให้ความสำคัญอันดับต้นๆ และมีการดำเนินการมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 แต่ในความเป็นจริงก็ไม่ชัดเจน แม้จะมีโควต้าว่าให้งบกรณีประมาณ 5-10 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อนำมาพิจารณาจริงๆ ก็แล้วแต่พื้นที่อีก หากนโยบายนี้ชัดเจนและตั้งงบประมาณเฉพาะ รวมทั้งสำนักงบประมาณให้ความสำคัญ เพราะถ้าไม่มีบุคลากร ก็จะมีการบริการอย่างไร สวัสดิการจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะไม่เช่นนั้นคนคงไหลออกนอกระบบกันหมด ที่ผ่านมาหลาย รพ.มีเงินบำรุงบ้างก็ใช้วิธีเช่าที่พัก แต่หลายแห่งไม่มีก็ต้องใช้ห้องที่ รพ.เป็นห้องเวร ให้คนอยู่เวรสลับนอนพักกันไป

หากรัฐบาลให้ความสำคัญที่พักบุคลากร รพ. ก็จะสร้างขวัญกำลังใจได้มาก เพราะถ้าเขาไม่มีที่พัก ไม่มีสวัสดิการพื้นฐานรองรับ ปัญหาบุคลากรไหลออกนอกระบบก็คงมีอยู่เรื่อยๆ

 

บ้านพัก รพ.สต.ใน จ.กาฬสินธุ์