กรณีเหตุการณ์ที่กลุ่มคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ 6-7 คน สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ บุกเข้าไปทำร้ายร่างกายสองสามีภรรยาชาวไทยเชื้อสายมอญ ภายในร้านขายของชำ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี โดยนายเม็ด (ไม่มีนามสกุล) อายุ 40 ปี ผู้เป็นสามีอาชีพรับเหมาก่อสร้างเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะที่ น.ส.ชะเอม (ไม่มีนามสกุล) อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นภรรยาได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนเด็กหญิงวริศรา หรือ น้องเมย์ อายุ 13 ปี บุตรสาวที่อยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุรอดตายอย่างหวุดหวิด
โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 22.00 น. ของวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผบช.ภาค 7 ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช.ภาค 7 นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 7 ลงพื้นที่ร่วมสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีร่วมกับ พ.ต.อ.สุวิทย์ ชาวศรีทอง รรท.ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี กำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.กาญจนบุรี และชุดสืบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อหาตัวกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่อุกฉกรรจ์และไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง นั้น
ล่าสุดวันที่ 7 ตุลาคม บรรยากาศบ้านที่เกิดซึ่งเปิดเป็นร้านขายของชำ ยังคงปิดเงียบสนิทเป็นวันที่ 3 แล้ว หลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ส่วนที่ศาลาเมรุวัดหัวนา ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ นายเม็ด บรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงา ญาติได้แจ้งว่า จะทำการสวดพระอภิธรรมอีก 4 คืน แล้วจะมีพิธีฌาปนกิจ ในวันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม 2561
โดย เด็กหญิงวริศรา อายุ 13 ปี หรือน้องเมย์ บุตรสาว นายเม็ด ผู้ตาย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ญาติได้พาไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้งเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม หลังจากนั้นก็ได้เดินทางไปเยี่ยม น.ส.ชะเอม ผู้เป็นแม่ ที่ รพ.พหลพลพยุหเสนา ซึ่งขณะนี้แม่ได้ออกจากห้อง ICU แล้ว และอาการเริ่มดีขึ้นมาก
ส่วนกระแสโลกโซเชียลที่ตั้งข้อสงสัยกรณีที่ตนรอดชีวิตจากเหตุการณ์ระทึกที่เกิดขึ้นไปต่างๆ นาๆ โดยให้ร้ายว่าตนอาจมีส่วนรู้เห็นกับการกระทำของคนร้ายในครั้งนี้ เพื่อหวังสมบัติของครอบครัว อยากขอวิงวอนให้หยุดวิพากษ์วิจารณ์ได้แล้ว เพราะแค่นี้ครอบครัวของตนก็บอบช้ำมามากแล้ว
สำหรับความคืบหน้าทางคดี ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดกาญจนบุรีว่า ยังคงมุ่งไปที่การตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ล่าสุดพบเบาะแสคนร้ายแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ และยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ยังคงสืบหาเบาะแสในทุกๆ ด้าน
ด้าน พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช.ภาค 7 เปิดเผยถึงความคืบหน้าในคดีว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้กระจายกำลังกันลงพื้นที่เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม และหาเบาะแสของกลุ่มคนร้าย โดยได้รวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ รวมทั้งหลักฐานทางเทคนิคต่างๆ และสืบหาพยานในที่เกิดเหตุ เนื่องจากเหตุเกิดภายในหมู่บ้าน จึงเชื่อว่าจะต้องมีผู้ที่เห็นเหตุการณ์
สำหรับประเด็นของการก่อเหตุในครั้งนี้นั้นยังไม่สามารถตัดประเด็นใดทิ้ง เนื่องจากทุกประเด็นที่ตั้งไว้สามารถนำไปสู่การสังหาร นายเม็ด ได้ทั้งสิ้น รวมทั้งข้อสันนิษฐานว่ากลุ่มคนร้ายอาจจะเป็นชาวไทยเชื้อสายมอญด้วยกัน ก็ยังคงไม่ตัดทิ้งเช่นกัน ส่วนกรณีที่กระแสในโลกโซเชียลตั้งข้อสังเกตก็จะนำมาร่วมพิจารณาเช่นกัน
อย่างไรก็ตามภายใน 1-2 วันนี้ ตนจะลงพื้นที่มาประชุมร่วมกับชุดคลี่คลายคดีอีกครั้ง เพื่อนำเอาข้อมูลที่ได้ลงพื้นที่มาประกอบการวิเคราะห์เพื่อสรุปแนวทางและทราบทิศทางในการทำงานในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วต่อไป ซึ่งคาดว่าจะมีความคืบหน้าของคดีอย่างแน่นอน

