เมื่อเวลา 11.30 น. วันนี้ 7 ต.ค. 61 นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี รักษาการหัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษ ผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (ฉก.พญาเสือ) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค เข้าตรวจสอบ บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยค ที่ ทย.6 (เขาพูล) ภายหลังจากรับแจ้งว่า มีกลุ่มออฟโรดเข้าไปในพื้นที่ ซึ่งส่อเจตนาที่จะเข้าไปล่าสัตว์ป่า (คลิกอ่าน:จับปลัดอำเภอพร้อมพวก ขับออฟโรด ควงไรเฟิล ล่าสัตว์ คาอุทยานแห่งชาติฯ)
เวลาประมาณ 17.30 น. คณะพนักงานเจ้าหน้าที่พร้อมผู้กระทำผิดเดินทางมาถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติไทรโยค ปลัดอำเภอฯ ทราบชื่อภายหลัง ชื่อ นายวัชรชัย สมีรักษ์ ไม่ยินยอมให้ค้นตัวและไม่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แตะต้องตัวพร้อมขู่จะฟ้องกลับ นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค จึงประสานเจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย รส.ในพื้นที่ พร้อมพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค เข้าใช้อำนาจในการค้นตัวและยึดอาวุธปืนพก ขนาด 9 มม. พร้อมกระสุน 16 นัด โดยล่าสุดทั้งหมดยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่ได้มีส่วนร่วมในการล่าสัตว์ดังกล่าว
จากนั้นจะได้นำตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 20.00 น. ได้รับรายงานจากหัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติฯ ที่ ทย.6 (เขาพลู) ว่ามีรถยนต์ออฟโรด จำนวน 6 คัน แอบอ้างว่าได้รับอนุญาตจากหัวหน้าหน่วยฯ ให้เข้าไปพักค้างแรมในพื้นที่ป่าบริเวณสำนักสงฆ์เต่าดำ ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค โดยนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาวุธปืนเข้าไปด้วย จึงเรียกระดมกำลังเจ้าหน้าที่ติดตามเข้าไปในพื้นที่เพื่อตรวจสอบ เนื่องจากกลุ่มบุคคลดังกล่าวส่อเจตนาที่จะเข้าไปล่าสัตว์ป่า กระทั่งพบกลุ่มบุคคลดังกล่าวขับรถสวนกลับออกมาช่วงเวลาประมาณเที่ยงของวันนี้ จึงขอแสดงตัวเข้าตรวจค้น และพบอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนปืน รวมทั้งซากสัตว์ป่าดังกล่าว
เบื้องต้นได้แจ้งข้อหา ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ข้อหาร่วมกันมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
1.ฐานร่วมกันเก็บหานำออก ทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายหรือเสื่อมสภาพ ทรัพยากรธรรมชาติอื่นๆ
2.ฐานร่วมกันนำสัตว์ออกไป หรือทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์
3.ฐานร่วมกันนำยานพาหนะเข้าออก หรือขับ ขี่ยานพาหนะ ในทางที่มิได้จัดไว้ เพื่อการนั้นเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
4.ฐานร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์ หรือจับสัตว์ หรืออาวุธใดๆ เข้าไป เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่
5.ฐานร่วมกันร่วมกันล่าสัตว์ป่า หรือพยายามล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง เว้นแต่เป็นการกระทำโดยทางราชการที่ได้รับยกเว้น ตามมาตรา 26
6.ฐานร่วมกันร่วมมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครอง โดยมิได้รับอนุญาต ฐานเข้าไปดำเนินการใดๆ เพื่อหาผลประโยชน์ โดยมิได้รับอนุญาต จากพนักงานเจ้าหน้าที่
7.ฐานครอบครองอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนที่ใช้ในราชการสงคราม และขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้จะจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เข้าไปตรวจค้นจุดเกิดเหตุที่คาดว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวจะใช้เป็นจุดล่าสัตว์ป่า เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้ง
ขณะที่ นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานข้อมูลบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมด ทั้งนี้หากเรื่องดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องจริง ก็จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการสอบการกระทำผิดวินัยร้ายแรง และหากพบว่าบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิดจริงก็จะมีโทษสูงสุดคือการไล่ออกจากราชการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อผู้ต้องหาทั้ง 12 คน ประกอบด้วย 1.นายทัศดนัย ขอกระโชก 2.นางสาวศรีวิจิตร ดิษฐ์แช่ม 3.นายฉัตรชัย เกาะลอย 4.นายจิรชัย ตันติวัฒนสิทธิ์ 5.ว่าที่ ร.ต.สุนทร มาเจริญรุ่งเรือง 6.นายวุฒิพงษ์ เต็มธนัน 7.นายสกานต์ แก่งหลวง 8.นายอนุสรณ์ เรือนงาม 9.นายประสาน เต็มธนัน 10.นางอรุณ แสงใส 11.นายถาวร เซี่ยงหลิว และ 12.นายวัชรชัย สมีรักษ์ ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย
ส่วนรถออฟโรดทั้ง 5 คัน ประกอบด้วย 1.รถยนต์กระบะโตโยต้า ไทเกอร์ หมายเลขทะเบียน 2 ฒง 3555 กรุงเทพมหานคร 2.รถยนต์กระบะมิตซูบิชิ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน กค 1173 ราชบุรี 3.รถยนต์ซูซูกิคาริเบียน สีขาว หมายเลขทะเบียน กค 4974 กาญจนบุรี 4.รถยนต์กระบะมิตซูบิชิ สตราด้า สีเขียว หมายเลขทะเบียน กง 9960 นครปฐม และ 5.รถยนต์กระบะนิสสัน บิ๊กเอ็ม หมายเลขทะเบียน บร 6111 กาญจนบุรี

