กรณีชมรมโรงพยาบาลศูนย์(รพศ.)โรงพยาบาลทั่วไป(รพท.) ชมรมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด(นพ.สสจ.) คัดค้านคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์(รพศ.) ของนพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) และขอให้ออกคำสั่งระงับการรายงานตัว ก่อนทำการทบทวนคำสั่ง เนื่องจากหลายตำแหน่งไม่มีเหตุผลเพียงพอในการย้าย ผู้อำนวยโรงพยาบาลหลายท่านเพิ่งทำงานได้ 1 ปีแต่กลับถูกย้ายไปยังโรงพยาบาลระดับเล็กกว่า ปรากฎว่าจนบัดนี้ยังไม่มีคำสั่งระงับการรายงานตัวใดๆ ส่งผลให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหลายคนสับสน และต่างหวาดวิตกกับคำสั่งจึงต้องเข้ารายงานตัวนั้น
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการโทรศัพท์สอบถามผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์หลายแห่ง ต่างยืนยันเหมือนกันว่า ยังไม่มีหนังสือคำสั่งจาก นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่ให้ชะลอการเดินทางไปรับตำแหน่งใหม่แต่อย่างใด ส่งผลให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ต่างเดินทางไปรายงานตัวกันแล้ว เนื่องจากหากไม่ไปรายงานตัวจะเท่ากับขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ เพราะไม่มีหนังสือคำสั่งอย่างชัดเจน แม้ปลัด สธ.จะเคยให้สัมภาษณ์ไว้ก็ตาม เช่น นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล จากผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น ก็ไปรายงานตัวเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี หรือนพ.สมชัย อัศวสุดสาคร จากผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ก็ไปรายงานตัวเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลบุรีรัมย์ แล้ว เป็นต้น ยกเว้น นพ.บรรพจน์ สุวรรณชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ที่ถูกโยกย้ายไปเป็นรักษาราชการแทนผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลย ซึ่งได้มีการยื่นหนังสือลาออกก่อนหน้านี้ ยังไม่ได้เดินทางไปรายงานตัวแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนกรณีสังคมออนไลน์ตั้งคำถามคำสั่งการโยกย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์(รพศ.) ของนพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ที่มีหลายตำแหน่งมีการโยกย้ายโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน โดยเฉพาะกรณีที่เห็นชัดเจน คือ นพ.บรรพจน์ สุวรรณชาติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ถูกย้ายไปเป็นรักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลย จนเจ้าตัวขอลาออก ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่า การย้ายตำแหน่งนี้ค่อนข้างแปลก เนื่องจากให้ นพ.ธีรพงศ์ ตุนาค ผู้อำนวยการโรงพยาบาลตราด ไปเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลย และรักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข แสดงว่า โรงพยาบาลเลยจะมีทั้งผู้อำนวยการ และรักษาการ ขณะที่โรงพยาบาลตราดกลับไม่มีการแต่งตั้งผู้อำนวยการนั้น
นพ.บรรพจน์ ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ชะลอหนังสือลาออกของตนไว้ก่อน และขอให้รอดูการทบทวนการโยกย้าย อย่างไรก็ตาม วันนี้ตนไม่ได้เดินทางไปรายงานตัวแต่อย่างใด และยังคงไม่เห็นคำสั่งให้ชะลอการไปรายงานตัว ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามเดิม ซึ่งตนหวังว่า ปลัด สธ.จะมีการพิจารณาทบทวนโดยเร็ว และหวังว่าจะให้ตนอยู่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ต่อไป เพราะยังมีงานอีกมากที่ต้องดำเนินการต่อ โดยเฉพาะการพัฒนาโรงพยาบาลกาฬสินธุ์
“ขณะนี้่อาคารผู้ป่วยแห่งใหม่ที่สร้างเสร็จแล้วด้วยงบกว่า 291 ล้านบาท ยังคงไม่มีครุภัณฑ์และเครื่องมือทางการแพทย์ขั้นพื้นฐานที่จะใช้ดูแลผู้ป่วย ซึ่งต้องการงบประมาณราว 60 ล้านบาท โดยขณะนี้เพิ่งเสร็จจากการจัดกิจกรรมเดินวิ่งปั่น ได้เงินมาประมาณ 22 ล้านบาท ก็ยังขาดอยู่ดี ซึ่งในเดือนหน้าก็จะถึงช่วงเทศกาลทอดผ้าป่า ก็ต้องมีการเตรียมการ จึงอยากได้ความชัดเจนในการทบทวนว่าจะยังได้อยู่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ต่อไปหรือไม่ ซึ่งผมอยากขอโอกาสท่านปลัดในการได้อยู่ในพื้นที่ต่อไป” นพ.บรรพจน์ กล่าว
เมื่อถามถึงการแต่งตั้งโยกย้ายให้ไปรักษาราชการแทนผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลย ซึ่งก็มีการแต่งตั้ง นพ.ธีรพงศ์ ตุนาค ไปเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลย เช่นกัน ทำให้เกิดความซ้ำซ้อน นพ.บรรพจน์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นอำนาจของปลัด สธ.ก็สามารถทำได้ เนื่องจากตนมารักษาราชการแทน ซึ่งปกติที่ผ่านมาตนก็อยู่ในตำแหน่งรักษาราชการแทนผู้อำนวยการโรงพยาบาลมาตลอด เพราะตำแหน่งของตนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ หรือระดับซี 10 แล้ว ขณะที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะอยู่ระดับซี 9 ซึ่งเมื่อปี 2556 ตนได้ระดับซี 10 มาพอดี และบังเอิญว่าได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิรินธร ด้วย ซึ่งตนคงไม่เลือกการลดซี ก็ใช้รักษาราชการแทนผู้อำนวยการโรงพยาบาลมาตลอด และก็มาเป็นรักษาการแทน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ และล่าสุดก็มีคำสั่งโยกไปรักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลย
ด้าน นพ.ธีรพงศ์ กล่าวว่า จริงๆ แล้วตนย้ายจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลตราด มารักษาการผู้อำนวยการกองบริหารการสาธารณสุขตั้งแต่ปี 2560 และได้มีการแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงพยาบาลตราด คนใหม่ตั้งแต่ปี 2560 แล้ว คือ นพ.สุพจน์ แพรนิมิตร ซึ่งย้ายมาจากโรงพยาบาลสกลนคร ให้มาเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลตราดแทน ยืนยันว่าตำแหน่งไม่ได้ว่างลงตามที่สื่อสังคมออนไลน์ตั้งข้อสงสัยแต่อย่างใด ส่วนที่หนังสือคำสั่งระบุเช่นนั้น เพราะบัญชีตนยังอยู่ จ.ตราดอยู่ เป็นเพียงการย้ายตำแหน่ง แต่จริงๆ มีผู้อำนวยการโรงพยาบาลตราดอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับข้อสงสัยในการแต่งตั้งรักษาการผู้อำนวยการ และผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลยนั้น จริงๆเป็นการบริหารจัดการของระบบราชการในเรื่องของการจัดวางตำแหน่ง เนื่องจากเดิมผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการบางท่านอยู่ในระดับซี 10 ซึ่งผู้อำนวยการจริงๆ จะอยู่ที่ซี 9 หากไปนั่งในตำแหน่งผู้อำนวยการก็จะกลายเป็นลดระดับลง จึงนั่งในตำแหน่งรักษาการแทน ขณะที่ระดับผู้อำนวยการกองก็เช่นกัน ทั้งนี้ เป็นการบริหารจัดการของระบบราชการนั่นเอง แต่การทำงานไม่ได้ซ้ำซ้อนแต่อย่างใด

