นายดำรัส โพธิประสิทธิ์ ผู้อำนวยการ(ผอ.)สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์(สบอ.)ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) อดีต ผอ.สบอ.ที่ 3 (บ้านโป่ง) ก่อนมีการโยกย้ายตำแหน่งเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา กล่าวว่า เบื้องต้นกรมอุทยานฯ ได้แจ้งข้อกล่าวหาไว้ทั้ง 9 ข้อหาแล้ว ส่วนเรื่องที่ผู้ต้องหาให้การว่า ซื้อซากหมีขอมาจากพื้นที่อื่นนั้น ผู้ต้องหาสามารถให้การอะไรก็ได้ ดังนั้นกรมอุทยานฯ จึงต้องลงพื้นที่เพื่อเก็บหาพยานหลักฐาน ซึ่งอาจได้หลักฐานบางอย่างเพิ่มเติมเพื่อเอาผิดกับผู้ต้องหา ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับกระบวนการของศาล แต่มั่นใจว่าจะเอาผิดได้ทั้ง 9 ข้อหา
นายดำรัส กล่าวต่อว่า นอกจากนี้กรมอุทยานฯ ได้ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสืบสวนขยายผลหาประวัติบุคคล รวมทั้งทะเบียนรถยนต์ทั้งหมด ว่าเคยมีประวัติอาชญากรรมว่าเคยเกี่ยวข้องกับคดีล่าสัตว์หรือกระทำผิดอื่นๆ อีกหรือไม่
ด้านนายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เส้นทางที่ออฟโรดปลัดเข้าไป ไม่ใช่เส้นทางท่องเที่ยว ที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคเปิดให้เข้าเป็นปกติ เป็นเส้นทางเหมืองแร่ ขนแร่ที่ปิดไปแล้ว ใกล้ๆ เหมืองแร่เก่ามีวัดป่า พระปฎิบัติธรรมอยู่วัดหนึ่ง เท่าที่ทราบวัดนี้สายกรรมฐาน ศึกษาธรรมเข้มข้น ไม่มีเรื่องวัตถุอะไร ไม่รู้ว่ากลุ่มนี้จะเข้าไปทำบุญแบบไหน ไม่ใช่วัดทั่วไปที่ชอบโยมเข้าไปถวายของ สร้างวัตถุ เท่าที่ทราบ จากป่าถึงวัดไม่มีชุมชนอยู่ เท่าที่ทราบก็เท่านี้ ยังไม่รู้ข้อมูลลึกๆอะไรนะครับ”

