เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา กรมการจัดหางาน (กกจ.) ได้ระงับการเดินทางของผู้ที่มีพฤติการณ์จะลักลอบไปทำงานในต่างประเทศ และให้การยอมรับว่าจะไปทำงานต่างประเทศ จำนวน 279 คน โดยระงับไปเกาหลีใต้มากที่สุด จำนวน 243 คน คิดเป็นร้อยละ 87.10 ของผู้ที่ถูกระงับการเดินทาง รองลงมา บาห์เรน จีน และรัสเซีย ตามลำดับ ขณะที่มีคนหางานเดินทางไปทำงานต่างประเทศผ่านด่านตรวจคนหางานสุวรรณภูมิ จำนวน 6,327 คน นิยมไปไต้หวันมากที่สุด จำนวน 2,381 คน คิดเป็นร้อยละ 37.63 รองลงมา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อิสราเอล ตามลำดับ

พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวต่อไปว่า กกจ.ได้จัดตั้งชุดเฝ้าระวังคอยตรวจสอบ และสกัดกั้นผู้ลักลอบไปทำงานต่างประเทศที่ด่านตรวจคนหางานสุวรรณภูมิและดอนเมือง ทั้งยังตรวจสอบเว็บไซต์ที่มีพฤติกรรมในการโฆษณาชักชวนคนหางานไปทำงานต่างประเทศ และใช้สายตรวจออนไลน์คอยตรวจสอบ เฝ้าระวังพฤติการณ์ของกลุ่มมิจฉาชีพอย่างเข้มงวด หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดี และโพสต์ข้อความเตือนชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการไปทำงานต่างประเทศไปยังเฟซบุ๊ก

“สำหรับคนหางานที่ประสงค์จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศควรหาข้อมูลของประเทศและตำแหน่งงานที่ตนเองจะไปทำงานอย่างละเอียด คิดให้รอบคอบ โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าในการเดินทาง และต้องไปทำงานโดยถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อที่จะได้รับสิทธิประโยชน์และการคุ้มครองดูแลจากนายจ้างและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย คนหางานสามารถสอบถามข้อมูลการไปทำงานต่างประเทศ หรือแจ้งเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ หรือที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน โทร 0-2248-4792 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน” พล.ต.อ.อดุลย์กล่าว


