“ศรีสุวรรณ”จี้เพิ่มข้อหาแจ้งความเท็จแก๊งออฟโรด “ฆ่าหมีขอ”

9.10.18 | 19:14 น.

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวว่า ตามที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค จ.กาญจนบุรี และเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (พญาเสือ) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นำกำลังจับกุมตัวผู้ถูกกล่าวหา 11 คนพร้อมของกลางรถยนต์จำนวน 6 คัน อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปีน มีด เขียง และซากหมีขอ 4 ขา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม โดยคณะเจ้าหน้าที่ได้คุมบุคคลทั้ง 11 คนโดยมีปลัดอำเภอและ อส.ด่านมะขามเตี้ยพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยคเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยบุคคลทั้ง 11 คนถูกคุมขังอยู่ที่ สภ.ไทรโยค พร้อมทั้งตั้งข้อกล่าวหา 9 ข้อตามพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 และ พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ. 2490 แล้วนั้น

นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ปรากฏว่าปลัดอำเภอ และ อส.คนดังกล่าวให้การปฏิเสธในชั้นการสอบสวนของเจ้าพนักงานตำรวจ สภ.ไทรโยค ว่าทุกคนได้เดินทางมาแก้บนที่ศาลเจ้าพ่อเขาพลู หลังจากแก้บนเสร็จ ก็ได้เดินทางไปที่สำนักสงฆ์เต่าดำ และได้พักค้างคืนที่นั่น ช่วงเช้าวันที่ 7 ตุลาคม เมื่อทำบุญแล้วเสร็จ ก็ได้ขับรถออกมาผ่านศาลเจ้าพ่อเขาพลู ได้เจอกับชาวบ้านที่ขับขี่รถจักรยานยนต์มาเพื่อขายของ โดยมีถุงวางอยู่ตะกร้าหน้ารถ เมื่อชาวบ้านเรียกจึงจอดรถลงไปดู ครั้งแรกเข้าใจว่าเป็นชาวบ้านที่เข้าป่าไปหาเห็ดมาขาย จากนั้นชาวบ้านคนดังกล่าวก็ได้เสนอขายให้ในราคา 100 บาท จึงซื้อมา เพื่อหวังว่าจะเอาไปทำยา อย่างไรก็ตามจากการที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค และชุดพญาเสือ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจค้นจุดที่กลุ่มบุคคลทั้งหมดตั้งแคมป์นอนพักค้างคืนบริเวณสำนักสงฆ์เต่าดำเมื่อวันที่ 8 ต.ค.แล้วพบหลักฐานและวัตถุพยานมากมายหลายสิบชิ้น เช่น ซากกรามปากด้านล่างของหมีขอ ขนหมีขอสีดำตกกระจายอยู่ในบริเวณจุดที่ตั้งแคมป์ เศษกระดูกเครื่องในสัตว์ รวมทั้งยังพบปลอกกระสุนปืน 9 มม. 29 ปลอก ปลอกกระสุนปืน .45 มม. 6 ปลอก ซึ่งถูกโยนทิ้งข้างทางบริเวณจุดจุดตรวจค้นรถ-จับกุม

” หลักฐานและวัตถุพยานดังกล่าวเป็นการยืนยันชัดเจนในข้อกล่าวหาทั้ง 9 ข้อของพนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยชัดแจ้ง แต่การให้การปฏิเสธของปลัดอำเภอ อส. และผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดในชั้นสอบสวน จึงเชื่อว่ามีเจตนาที่จะแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวนเพื่อให้ตนเองและพวกพ้นโทษ อันมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 172 ประกอบมาตรา 137 และมาตรา 59 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีปรับไม่เกิน 4 พันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ อีกทั้งบุคคลทั้งหมดที่เข้าร่วมทริปออฟโรดในครั้งนี้ทุกคนย่อมมีความผิดในฐานะตัวการและผู้สนับสนุนตาม ป.อ.มาตรา 83 และมาตรา 86 ซึ่งจะต้องได้รับโทษเทียบเท่ากันนั่นเอง จะปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นย่อมฟังไม่ขึ้น ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้พนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยคเพิ่มข้อกล่าวหาเป็นข้อที่ 10 แก่ผู้ถูกกล่าวหาทุกคนในคณะออพโรคตามหลักกฎหมายดังกล่าว เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ถูกต้องต่อสังคมไทยโดยรวมต่อไป”นายศรีสุวรรณ กล่าว