กทม.ขอความร่วมมือเอกชนเปลี่ยนส้วมสาธารณะ จากนั่งยองเป็นนั่งราบ

เมื่อวันที่ 25 เมษายน นพ.ชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ตามประกาศพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนจากส้วมนั่งยอง เป็นโถส้วมนั่งราบ ทำให้ต้องยกเลิกการใช้ส้วมนั่งยองนั้น พระราชกฤษฎีกาได้กำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเครื่องสุขภัณฑ์เซรามิก โถส้วมนั่งราบต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ.2556 ” โดยมาตรา 3 กำหนดให้ชักโครกต้องเป็นไปตามมาตรฐาน เลขที่มอก.792-2554 ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 4380 (พ.ศ.2554) ซึ่งพระราชกฤษฎีการดังกล่าว มาจากแผนแม่บทพัฒนาส้วมสาธารณะไทย ระยะที่ 3 พ.ศ.2556–2559 ที่ต้องการพัฒนาส้วมตามครัวเรือนเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ อาทิ ป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อม เพื่อให้ประเทศมีส้วมสาธารณะได้มาตรฐานสะอาด เพียงพอ และปลอดภัย เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีพฤติกรรมการใช้ส้วมสาธารณะที่ถูกสุขลักษณะต้องนั้น กทม.ไม่มีอำนาจให้ภาคประชาชน หรือภาคเอกชนต่างๆเปลี่ยนได้ แต่ส่วนใหญ่จะเน้นการให้ความรู้และขอความร่วมมือในการเปลี่ยน ซึ่งส้วมแบบนั่งราบ จะสร้างความสะดวกในการใช้งานมากกว่าส้วมแบบนั่งยอง อีกทั้งขณะนี้กรุงเทพฯก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ การใช้บริการส้วมแบบนั่งราบ จะช่วยสร้างความสะดวกให้แก่บุคคลกลุ่มดังกล่าวให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ โดยกำหนดให้ภายในปี 2559 กทม.จะรณรงค์ให้ใช้ส้วมแบบนั่งราบในพื้นที่สาธารณะให้ได้ อย่างน้อยร้อยละ 90 นอกจากนี้โรงเรียนสังกัดกทม. ทั้ง 438 แห่ง กทม.จะทยอยเปลี่ยนจากส้วมนั่งยอง เป็นส้วมนั่งราบเมื่อหมดอายุการใช้งาน

นพ.ชวินทร์ กล่าวว่า ส่วนส้วมสาธารณะในพื้นที่กรุงเทพฯ ส่วนใหญ่มีรูปแบบส้วมเป็นแบบนั่งราบ แต่ก็ยังคงมีบางพื้นที่ ที่มีส้วมลักษณะนั่งยอง ซึ่ง กทม.จะมุ่งเน้นการดูแลสุขลักษณะ จำนวน 12 กลุ่มเป้าหมายได้แก่ ศาสนสถาน สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ตลาดสด ร้านอาหาร โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า/ศูนย์การค้า สถานที่ราชการ แหล่งท่องเที่ยว สวนสาธารณะ สถานศึกษา สถานีขนส่ง และส้วมริมทาง ตามมาตรการคือ 1.ความสะอาด 2.ส้วมต้องเข้าถึงง่าย ใช้ได้สะดวกกับบุคคลทุกวัย ทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ 3.ส้วมต้องมีความปลอดภัย พื้นไม่ลื่นจนเกิดอันตรายต่อผู้ใช้งานได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon