เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 ตุลาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.น. เป็นประธานประชุมบริหาร ประจำเดือนตุลาคม 2561 ครั้งที่ 1 โดยมี รองผบช.น. ผบก. ผกก.ในสังกัด บช.น. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวว่า นโยบายที่จะทำการประชุมนี้เน้นหนักไปในเรื่องการแก้ไขปัญหาจราจรที่ต้องแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนหลังจากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบพื้นที่ถนนหลายเส้นทางซึ่งอยู่ในระหว่างการปรับปรุงพื้นถนน หรือมีการดำเนินการสร้างสิ่งก่อสร้างเพื่ออำนวยความสะดวกและลดปัญหาการจราจรติดขัด ซึ่งในระหว่างการสร้างนั้นส่งผลให้การจราจรไม่คล่องตัว ได้แก้ปัญหาเบื้อนต้นโดยได้เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรให้ทำงานหนักมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน หรือในช่วงเวลาที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ซึ่งเป็นอุปสรรคในการทำงานของเจ้าหน้าที่ในส่วนนี้จะไม่เป็นปัญหาเพราะได้ดูแลเจ้าหน้าที่โดยประสานงานกับผู้บังคับการในเรื่องการดูแลเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร เช่น ชุดกันฝน หรืออุปกรณ์ต่างๆที่จะช่วยให้ทำงานได้สะดวกขึ้น เพราะแก้ปัญหาอุปสรรคของเจ้าหน้าที่หากไม่ดูแลแก้ไขจะส่งผลกระทบต่อเนื่องมาที่ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวนต่อว่า ส่วนในเรื่องมาตรการการตั้งด่านตรวจจับ ยังคงนโยบายเดิม กลางวันจะเน้นย้ำเรื่องการจอดรถกีดขวาง หรือการจอดรถซ้อนคัน ในตอนกลางคืนจะเน้นเรื่องการปราบปราม หรือป้องปรามผู้ใช้อาวุธและคิดที่จะก่อเหตุในยามวิกาล และเน้นย้ำภายหลังว่าหากเกิดเรื่องที่เป็นภัยต่อประชาชนแล้วเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เช่น เรื่องการลักทรัพย์ ที่เกิดขึ้นกับประชาชนที่เดินทางกลับบ้านในเวลากลางคืน เป็นเรื่องที่สำคัญและควรจะดำเนินการอย่างจริงจัง ส่วนนโยบายหลังในการรับเรื่องร้องเรียนของประชาชน ยังคงเหมือนเดิม จะดูแลและบริการ ได้พูดคุยกับท่านผู้บังคับการในการประชุมรอบแรกว่าเรื่องการร้องเรียนเป็นสิ่งที่สำคัญ และควรกระทำเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการรับเรื่องร้องทุกข์ของประชาชน หากมาแล้วไม่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนให้ได้ก็จะแจ้งถึงสาเหตุที่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ให้เกิดความเข้าใจ หากเกิดปัญหาเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับเรื่องร้องทุกข์หรือให้เหตุผลว่าไม่ใช่เหตุที่เกิดขึ้นในท้องที่ของตนนั้น จะทำการสอบสวน และเรียกเข้าพบเพื่อสอบถามถึงเหตุผลที่ไม่สามารถช่วยได้ หากไม่ใช่หน้าที่ของตนจริงจะมีการชี้แจงให้เข้าใจ แต่ถ้ามันเป็นหน้าที่จะเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติอย่างเต็มที่แน่นอนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหน้าที่ของตำรวจที่พึ่งกระทำ

