เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. แถลงจับกุม นายเจียง หยูหาง สัญชาติจีน อายุ 35 ปี ข้อหาเป็นมัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน” , “เป็นบุคคลต่างด้าวได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวประกอบอาชีพ โดยไม่ได้รับอนุญาต”, “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน” และ “ร่วมกันปลอมเอกสารและใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารของทางราชการ” ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา
และ นายอุดม แซ่เยีย อายุ 39 ปี ข้อหา “เป็นมัคคุเทศก์ยินยอมให้บุคคลอื่นซึ่งไม่มีใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์แทนตน”, “ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารของทางราชการ” ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา และนายวิชาญ พรมวิชัย กรรมการบริษัทไทย ฮาวอาร์ยู จำกัด ซอยลาดพร้าว 94 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ ข้อหา “สนับสนุนให้ผู้อื่นเป็นมัคคุเทศก์โดยมิได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน” และ “รับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน”
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา นายหยู เจียนมิน นักท่องเที่ยวชาวจีน ขณะท่องเที่ยวอยู่ท่าเรือแหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา ทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้น จากนั้นจึงถูกเจ้าหน้าที่เทศกิจพบและจับกุมพร้อมแจ้งข้อหา “ทิ้งสิ่งปฏิกูลในที่สาธารณะ” ก่อนเชิญตัวไปเสียค่าปรับ 2,000 บาท แต่นายเจียง เข้ามาเร่งรัด บอกว่าเรือกำลังจะออกจึงให้นายอุดม จัดการเรื่องค่าปรับแทน พร้อมยึดหนังสือเดินทางไว้ให้กับเจ้าหน้าที่เทศกิจ เมื่อกลับจากท่องเที่ยวเสร็จและกลับมายังจุดเดิมนายอุดม นำหนังสือเดินทางมาคืนให้พร้อมกับใบเสร็จค่าปรับ ที่มีตัวเลขแก้ไขจาก 2,000 บาท เป็น 3,000 บาท มองว่าไม่ถูกต้องจึงแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา แต่ถูกผู้ต้องหาทั้งสองห้ามปรามไว้โดยบอกว่าพัทยานั้นอันตราย มีแต่เจ้าหน้าที่มาเฟีย ทำให้ไม่กล้าไปแจ้งความ ต่อมากลับมาถึงกรุงเทพมหานคร ขณะจะเดินทางกลับประเทศจีน จึงแจ้งต่อตำรวจท่องเที่ยวและตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้ช่วยดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งสอง

