‘ตั้ม ตึกแดง’-พวกรวม 5 คดี ‘ดวลปืนสนั่นกรุงดับ 1’ นอนคุก หลังศาลยกคำร้องประกันตัว

10.10.18 | 18:30 น.

จากกรณีเหตุกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาทใช้อาวุธสงครามยิงใส่กันจนทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติถูกลูกหลงเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 4 คน ที่ลานจอดรถด้านหลังห้างสรรพสินค้าวอเตอร์เกท พาวิลเลี่ยน ซอยราชปรารภ 2 แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี เมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 ตุลาคม พบสาเหตุเกิดจากการทะเลาะของกลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่นกับวัยรุ่นถิ่นอื่นที่มาเล่นสนุกเกอร์ โดยเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวไว้แล้วประกอบด้วย นายพรเทพ พุ่มพวง ฝั่งเจ้าถิ่น ส่วนฝั่งต่างถิ่นที่ถูกจับกุมแล้วคือ นายปรีชา หรือตั้ม ศักดิ์อุดมไพศาล และที่มามอบตัวเพิ่มอีก 4 คน ประกอบด้วย นายประมุข หรือ เบิร์ด จันท์เสนานนท์ นายสมชาย หรือ ปัง แซ่ปัง นายภิรมย์เวศน์ หรือ หนึ่ง อภินรชาติ นายธัชกร หรือบลู พรภักดี ทั้งนี้ ยังเหลือผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีและโดนออกหมายจับแล้วประกอบด้วยนายบำเพ็ญ พุ่มพวง พ่อของนายพรเทพเจ้าของปืนอาก้า นายเกษม รุณไพรัชน์ นายศรราม ภูพลผัน นายหนุ่ย กระต่ายทอง และนายขวัญ ทองดี นั้น


เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ได้นำนาย ควบคุมตัวนายปรีชา ศักดิ์อุดมไพศาล “ตั้ม ตึกแดง” อายุ 28 ปี ผู้ต้องหากลุ่มชุมชนตึกแดงก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มคู่อริ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดเกิดเหตุบริเวณลานจอดรถหลังห้างสรรพสินค้าวอเตอร์เกท พาวิลเลี่ยน ซอยราชปรารภ 2 แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ใช้เวลาในการชี้จุดประกอบคำรับสารภาพประมาณ 45 นาที แล้วนำฝากขังค้านประกันต่อนั้น

ต่อมาที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ร.ต.อ.ศิริพงษ์ เพ็งมณี พนักงานสอบสวน สน.พญาไท นำตัวนายปรีชา ศักดิ์อุดมไพศาล หรือฉายา ตั้ม ตึกแดง, นายประมุข จันท์เสนานนท์ หรือเบิร์ด อายุ 34 ปี, นายสมชาย แซ่ปัง หรือปัง อายุ 35 ปี, นายธัชกร พรภักดี หรือบลู อายุ 48 ปี และนายภิรมเวศน์ อภินรชาติ หรือหนึ่ง อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาลงวันที่ 9 ตุลาคม คดีร่วมกันนำอาวุธปืนกระสุน กราดยิงคู่อริกลุ่มโต๊ะสนุ้กเกอร์ย่านประตูน้ำ มายื่นคำร้องขอฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 10-21 ต.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นต้องสอบสวนพยานบุคคลอีก 30 ปาก และรอผลการตรวจลายพิมพ์มือประวัติผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากรกับรายงานชันสูตรพลิกศพผู้ตาย รวมทั้งผลการตรวจของกลางจากกองพิสูจน์หลักฐานด้วย โดยแยกสำนวนฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 5 เป็น 5 สำนวน พร้อมคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมด เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง กับขณะนี้ก็กำลังติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาอื่นที่ศาลอาญาได้ออกหมายจับไว้แล้วมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปด้วย ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้

ต่อมาญาติผู้ต้องหายื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดรายละ 60,000 บาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราว ทั้ง 5 ราย ระหว่างฝากขัง ซึ่งเป็นการยื่นหลักทรัพย์ตามเกณฑ์ร้อยละ 20 จากวงเงินเต็มที่ศาลกำหนดหลักทรัพย์การยื่นประกันตัวข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นฯ อยู่ที่จำนวน 300,000 บาท พร้อมกับความสมัครใจของผู้ต้องหาเองที่ยินยอมจะติดอุปกรณ์ EM หรือ กำไลข้อเท้าระหว่างประกันตัว แต่ศาลพิเคราะห์คำร้องและพฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่าเป็นเรื่องร้ายแรง ประกอบกับพนักงานสอบสวนยังสอบพยานบุคคลไม่แล้วเสร็จและคัดค้านการประกัน ในชั้นนี้หากปล่อยชั่วคราวเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จึงได้ยกคำร้องขอประกันตัวผู้ต้องหาทั้งห้า จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็ได้ควบคุมตัวทั้งหมดไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

Advertisement