คุม 5 โจ๋ ดวลปืนสนั่นกลางกรุง ชี้ 5 จุด – ซุก”อาก้า”กอกล้วยซุ้มไก่มักกะสัน

12.10.18 | 16:20 น.

จากกรณีกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาท ใช้อาวุธสงคราม ยิงใส่กันเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ 4 คน เสียชีวิต 1 คน ที่ลาดจอดรถด้านหลังห้างสรรพสินค้าเซ็นธารา วอเตอร์เกท พาวิลเลี่ยน ซอยราชปรารภ 2 แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม โดยเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า เป็นความขัดแย้งระหว่างเจ้าถิ่น และต่างถิ่นที่เข้ามาเล่นสนุกเกอร์ โดยเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้แล้ว 11 คน จาก 14 คนที่มีหมายจับนั้น


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ตุลาคม ที่สน.พญาไท พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ รรท.รองผบช.น. พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รองผบก.น.1 พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง ผกก.สน.พญาไท พร้อมด้วย พ.ต.ท.วิทยากร สุวรรณเรืองศรี รองผกก.(สอบสวน)สน.พญาไท และกำลังชุดกก.สส.บช.น. และชุดสอบสวน สน.พญาไท ได้ทำการประชุมคดีดังกล่าว

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ขณะนี้สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้แล้วทั้งหมด 11 คน เหลืออีกเพียงอีก 3 คนตามที่มีหมายจับ คือนายบำเพ็ญหรือม็อก พุ่มพวง และนายขวัญหรือโจ้ ทองดี ซึ่งเป็นฝั่งเจ้าถิ่น ส่วนนายวิธิรงค์ ซึ่งเป็นฝั่งของนายปรีชาหรือตั้ม อยู่ระหว่างติดตามตัวเช่นกัน ในส่วนของการออกหมายจับเพิ่มเติมนั้น พยานหลักฐานชี้โยงถึงใคร ก็จะทำการออกหมายจับทั้งหมด คาดว่าจะออกหมายจับเพิ่มไม่ต่ำกว่า 5 คน ในส่วนอาวุธปืนที่ตรวจยึดได้ตอนนี้คือขนาด .38 มม.สเปเชียล และวันนี้จะเป็นการนำตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดที่เป็นที่ซ่อนของปืนอาก้า ซึ่งนายศรรามหรือโจ ได้ให้ข้อมูลไว้กับตำรวจ ส่วนที่นายศรรามหรือโจอ้างว่านายบำเพ็ญหรือม็อกเป็นคนใช่อาวุธปืนอาก้ายิงนั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เนื่องจากยังให้การไม่แน่ชัด แต่เบื้องต้นพบว่าปืนทั้ง 2 ชนิดไม่มีทะเบียน

ด้านพล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวว่าขณะนี้กลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 2 ฝ่ายที่ควบคุมตัวไว้แล้ว มีบางคนรับสารภาพแล้วว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงปะทะกับอีกฝ่ายจริง ส่วนนายบำเพ็ญหรือม็อก พุ่มพวง เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามจับกุม ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ คาดว่าจะได้ตัวในเร็ววันนี้

Advertisement

ต่อมาเวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปยังซุ้มไก่ชน ภายในถนนนิคมมักกะสัน แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี พร้อมทั้งเชิญตัวนายสมชายหรือชาย ภูติพันธุ์ทรัพย์ เจ้าของซุ้มไก่บ่อปลามักกะสัน พยานสำคัญที่พบเห็นนายบำเพ็ญหรือม็อก นำกระเป๋าเป๋สีน้ำตาล ซึ่งภายในบรรจุกระสุนปืนขนาด 7.62 มม.จำนวน 3 แม็กกาซีน พร้อมทั้งอาวุธปืน ซีแซด ขนาด 9 มม.มาซุกซ่อนในกระป๋องและฝังดินไว้ภายใต้สุ่มไก่ด้านในสุดของซุ้มดังกล่าว นอกจากนี้ยังพบปืนอาก้าที่นายบำเพ็ญหรือม็อก นำซุกซ่อนไว้ในกระสอบปุ๋ยก่อนเอาไปฝังไว้ใต้กอกล้วยริมบึงมักกะสัน

ต่อมาเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหากลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่นประตูน้ำทั้ง 5 ราย คือ นายขวัญหรือยา กระต่ายทอง อายุ 35 ปี นายศรรามหรือโจ ภูพลผัน อายุ 25 ปี นายเกษมหรือหนอนหรือนก รุณไพรัชน์ อายุ 38 ปี นายหนุ่ม กระต่ายทอง อายุ 32 ปี และ นายทักษิณหรือป๊อก สุขเอียด อายุ 22 ปี นำชี้จุดประกอบคำให้การ

โดยจุดแรกเป็นจุดที่ นายขวัญหรือยา ขับขี่จักรยานยนต์มายังหน้าโต๊ะสนุกเกอร์ ก่อนจะเร่งเครื่องเพื่อเป็นการก่อกวน จากนั้นนายขวัญหรือยาก็ได้ไปตามพวกมาอีก 3 คือ นายพรเทพหรือเพชร พุ่มพวง อายุ 23 ปี นายศรรามหรือโจ และนายเกษมหรือหนอนหรือนก เพื่อเข้ามาพูดคุยกับฝั่งนายปรีชาหรือตั้ม ศักดิ์อุดมไพศาล อายุ 28 ปี และ นายประมุขหรือเบิร์ด จันท์เสนานนท์ อายุ 34 ปี เจ้าของโต๊ะสนุ๊กเกอร์ ที่ร้านข้างโต๊ะสนุ๊กเกอร์ โดยใช้เวลาในการพูดคุยนานกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งในการพูดคุยไม่สามารถพูดจาตกลงกันได้ โดยกลุ่มของนายพรเทพหรือเพชร ได้พูดจาข่มขู่ว่า “กูเป็นเจ้าถิ่น อยู่ตรงนี้มานาน เป็นใครมาจากไหน มาเปิดโต๊ะสนุกเกอร์ได้อย่างไร” จากนั้นทั้งหมดก็ได้แยกย้ายกันไป โดยต่างฝ่ายต่างไปรวบรวมกำลังพลและอาวุธมาก่อเหตุ

จุดที่2 เป็นจุดบ้านไม้สองชั้น ไม่มีเลขที่บ้านของนายบำเพ็ญภายในซอย ซึ่งกลุ่มนายพรเทพหรือเพชร ได้เข้าไปรวมตัวกันที่จุดดังกล่าว

จุดที่3บริเวณร้านครัวประตูน้ำ ซึ่งตามคำให้การของนายศรรามหรือโจ เป็นกลุ่มที่นายปรีชาหรือตั้ม ใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ จนเป็นเหตุยิงปะทะกัน ทำให้ชาวอินเดียได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

และจุดที่4 เป็นจุดที่กล้องวงจรปิดจับภาพนายบำเพ็ญหรือม็อก พุ่มพวง สะพายอาวุธปืนอาก้า

จุดที่5 บริเวณท้ายซอยเป็นจุดที่นายหนุ่ม กระต่ายทอง และนายบำเพ็ญหรือม็อก ใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่กลุ่มของนายปรีชาหรือตั้ม เพื่อช่วยเหลือนายพรเทพหรือเพชร พุ่มพวงและนายทักษิณหรือป๊อก สุขเอียด ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ และจุดที่6 เป็นจุดที่นายบำเพ็ญและพวกได้เดินอ้อมซอยดังกล่าว ที่สามารถทะลุไปยังซอยราชปรารภ4 เพื่อไปยิงใส่กลุ่มนายปรีชาหรือตั้มอีกครั้ง ซึ่งภายหลังจากนำทั้งหมดไปชี้จุดเสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายหนุ่ม กระต่ายทอง มาสอบสวนต่อที่สน.พญาไท ส่วนนายขวัญหรือยา กระต่ายทอง เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวส่งศาลเพื่อดำเนินการฝากขังต่อไป

ด้านพล.ต.ต.คัชชา กล่าวภายหลังนำตัวผู้ต้องหาชี้จุดว่าในวันเกิดเหตุ นายขวัญหรือยา พวกของนายพรเทพหรือเพชร พุ่มพวงฝั่งประตูน้ำ ไปเจรจาเรื่องธุรกิจที่บริเวณโต๊ะสนุกเกอร์กับนายปรีชาหรือตั้ม แต่นายปรีชาหรือตั้มไม่ยินยอม นายขวัญหรือยาจึงกลับมาบอกนายพรเทพ และกลับมาเจรจากันอีกครั้ง จึงเกิดการทะเลาะและเรียกพรรคพวกของแต่ละฝ่ายมา จนนำไปสู่การยิงปะทะกัน ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุ ผู้ต้องหาฝั่งนายปรีชาหรือตั้มต่างนำมาด้วยตนเอง ส่วนปืนฝั่งนายพรเทพหรือเพชรนั้น เอามาจากบ้านของนายพรเทพที่มีนายบำเพ็ญหรือม็อก พุ่มพวง บิดาอาศัยอยู่ โดยบ้านหลังดังกล่าวอยู่ใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ ซึ่งจะต้องตรวจสอบแหล่งที่มาของอาวุธปืนอาก้าด้วย

สำหรับการติดตามตัวนายบำเพ็ญ ผู้ต้องหารายสำคัญที่กลุ่มผู้ต้องหายืนยันว่า เป็นผู้ใช้อาวุธปืนอาก้ายิงนั้น ขณะนี้ตำรวจทราบเบาะแสแล้ว แม้จะมีข่าวว่าหลบหนีออกนอกประเทศ แต่ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการติดตามตัว รวมถึงผู้ต้องหารายอื่นๆที่ยังหลบหนีด้วยเช่นกัน ทั้งนี้จะมีการออกหมายจับเพิ่มเติมหากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงใคร ยืนยันจะพยายามออกหมายจับให้ได้มากที่สุดตามข้อมูลการสืบสวนประมาณ 25 คน ส่วนอาวุธปืนพบแล้ว 4 กระบอก คือ อาก้าจำนวน 1 กระบอก CZ จำนวน 1 กระบอก ซึ่งเป็นฝั่งของวัยรุ่นเจ้าถิ่น ส่วนอีก 2 กระบอกเป็นปืนขนาด .38 มม.ขแงฝั่งนายปรีชาหรือตั้ม สำหรับสาเหตุการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย เบื้องต้นทราบว่ามาจากปืนแรงดันต่ำแต่ด้วยลักษณะของปืนอาก้า หากยิงกระทบวัตถุแล้วกระเด็นกลับมา ก็ทำให้เป็นเกิดแรงดันต่ำได้เช่นกัน จึงต้องรอผลการพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง เพราะในจุดที่เกิดเหตุพบแกนกระสุนของปืนอาก้า หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะต้องพาพยานหลักฐานทั้งพยานวัตถุและพยานบุคคลเพื่อประกอบสำนวนให้แน่นหนามากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการทำแผนประกอบคำรับสารภาพมีชาวบ้านที่อยู่ในระแวกดังกล่าวยืนมุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก โดยตลอดการทำแผนมีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทั้งในและนอกเครื่องแบบของสน.พญาไท และบก.สส.บช.น. คอยดูแลความเรียบร้อยตลอดการทำแผน

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่ฝ่ายสืบสวนสน.พญาไท ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายขวัญ หรือโจ้ ทองดี อายุ 36 ปี ผู้ต้องหากลุ่มนายพรเทพ พุ่มพวง พร้อมน.ส.สาวิตรี สงวนทรัพย์ 32 ปี ภรรยา เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.ท.วชิรากรณ์ วงศ์บุญ รอง ผกก.สส.สน.พญาไท เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ยิงอาก้าถล่มอริย่านประตูน้ำ

น.ส.สาวิตรี กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้ทราบข่าวว่ามีเหตุยิงกันที่โต๊ะสนุ้กใกล้บ้านนายพรเทพ ซึ่งที่แรกไม่คิดว่าสามีเข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ จนกระทั่งทราบข่าวว่าสามีถูกออกหมายจับ ตนจึงพยายามติดต่อแต่ติดต่อไม่ได้จึงมานั่งคิดว่าสามีน่าจะไปพักอาศัยที่บ้านคนรู้จักในจ.ฉะเชิงเทรา จึงเดินทางไปหาจนพบตัว และได้พูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยสามีระบุว่าในวันเกิดเหตุสามีขับรถออกมาจากบ้านพักในซ.เพชรบุรี 23 เพื่อจะไปซื้อของ จนมาถึงกลางลาดรถที่เกิดเหตุพบนายพรเทพ กำลังมีเรื่องกันจนกระทั่งมีเหตุยิงกันขึ้น ซึ่งสามีตนก็วิ่งหลบกระสุนเช่นเดียวกัน ตนจึงพูดคุยกับสามีหากเราไม่ได้ร่วมก่อเหตุก็เข้ามอบตัวสู้คดีเถอะ และให้นึกถึงคนในครอบครัวที่ต้องทนรับความกดดันจากเพื่อนบ้านที่เข้ามาถามว่าสามีไปยิงเขาหรอ เมื่อสามีพร้อมที่จะมอบตัวตนจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและพามามอบตัวในวันนี้