เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จัดงานแถลงข่าวการประกาศความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และบริษัท ไบโอเชีย สหรัฐอเมริกา ในการนำร่องใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ ลำดับชั้นในสารพันธุกรรมและตรวจหาจุลินทรีย์ก่อโรคและการดื้อยา โดยมี รศ.นพ.สมศักดิ์ เชาว์วิศิษฐ์เสรี ผู้อำนวยการด้านบริหารและผู้อำนวยการด้านการแพทย์โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวเปิดงาน ระบุว่า จากอุบัติการณ์ติดเชื้อและความรุดหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ระดับโลกที่เกิดขึ้น โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์และบริษัท ไบโอเอเชีย ซึ่งเติบโตมาจากสตาร์ตอัพ ประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้เชี่ยวชาญและคิดค้นเทคโนโลยีเอไอ หรือซอฟต์แวร์ด้านสุขภาพให้แก่โรงพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านการวิเคราะห์ตรวจหาเชื้อ รวมถึงวินิจฉัยและประมวลผลอย่างแม่นยำ รวดเร็ว ร่วมเป็นพันธมิตรและดำเนินงานร่วมกัน ทั้งนี้ ความร่วมมือกับไบโอเชียครั้งนี้เป็นการพลิกโฉมทางการแพทย์ มุ่งให้ความสำคัญในการนำเอไอเข้าร่วมวิจัยค้นคว้าและพัฒนา เพื่อยกระดับนวัตกรรมทางการแพทย์ให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยนำเสนอวิธีการตรวจหาชนิดจุลชีพด้วยเทคโนโลยีชนิดพกพาที่รายงานผลแบบเรียลไทม์ โดยใช้ร่วมกับซอฟต์แวร์เอไอของไบโอเชียเพื่อระบุชนิดจุลชีพก่อโรค ซึ่งจุดเด่นของเทคโนโลยีดังกล่าวคือ ช่วยลดเวลาในการตรวจหาเชื้อก่อโรค ตัวบ่งชี้การดื้อยา และปัจจัยแสดงความรุนแรงของโรค ทั้งยังให้ข้อมูลได้แม่นยำขึ้น
รศ.นพ.สมศักดิ์กล่าวว่า บำรุงราษฎร์ผลักดันเรื่องเอไอให้จับต้องได้ ซึ่งการร่วมมือกันครั้งนี้เป็นโครงการนำร่องเพื่อมาศึกษาข้อมูลร่วมกัน สร้างนวัตกรรมเรื่องการติดเชื้อซึ่งนำไปสู่การสูญเสีย เนื่องจากในปัจจุบันการเพาะเชื้อเพื่อให้ทราบว่าเชื้อเป็นอะไรใช้เวลา 3 วัน ก่อเกิดการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรีย มีความเสียหาย ทำให้การรักษาถึงขั้นไม่ได้ผล นำไปสู่การเสียชีวิต โดยเทคโนโลยีนี้เป็นสิ่งที่ไบโอเชียร่วมมือกับบริษัทที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีเทคโนโลยีที่ชื่อว่า Nanopore เป็นตัวตรวจจับเชื้อ และมีกระบวนการเรียงระดับดีเอ็นเอของแบคทีเรียมาดู จากนั้นถึงเข้าสู่กระบวนการเอไอ เพื่อวิเคราะห์ว่าเชื้อตัวนี้มีโอกาสเป็นไปได้อย่างไร ตอบสนองตัวยาอย่างไรในเวลาที่รวดเร็ว จาก 3 วันเหลือเพียง 6 ชั่วโมงก็ทราบผล ครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล มีความภาคภูมิใจที่เป็นตัวแทนโรงพยาบาลของประเทศไทยที่ได้รุกก้าวในเรื่องนี้ร่วมกัน
ด้าน ดร.นีม โอฮารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารไบโอเชียเปิดเผยว่า ไบโอเชียได้คิดค้นชุดวิธีการตรวจหาจุลชีพก่อโรค ตัวบ่งชี้การดื้อยา แสดงความรุนแรงของเชื้อก่อโรคที่แม่นยำและรวดเร็วกว่าวิธีการทั่วไป ซึ่งไบโอเชียจะดำเนินการทั้ง 1.ตรวจหาจุลชีพก่อโรคของไบโอเชีย ด้วยเทคนิคทางห้องปฏิบัติการและการหาลำดับเบส ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย Oxford Nanopore ร่วมกับการใช้ซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์เชลซีของไบโอเชีย และ 2.ฐานข้อมูลต่างๆ โดยพิสูจน์ความถูกต้องด้วยการเพาะเชื้อตัวอย่างจุลชีพชุดย่อย ประกอบกับการใช้เทคนิคพีซีอาร์ (Polymerase Chain Reaction) และ Illumination sequencing
“ทีมของเราได้ค้นพบเทคโนโลยีต่างๆ มากมาย พร้อมนำมาประยุกต์ใช้กับผู้ป่วยได้จริง ซึ่งก่อนหน้านี้มีวิธีการเพาะเชื้อและพีซีอาร์ โดยการเพาะเชื้อเพื่อทดสอบนั้นมีประโยชน์ แต่ใช้เวลานาน ขึ้นอยู่กับเชื้อ บางเชื้อวินิจฉัยไม่ได้จริง ส่วนพีซีอาร์เร็วกว่า แต่แม่นยำต่ำ และใช้กับเชื้ออุบัติใหม่ไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือนี้มีการทดลองมาประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนจะสรุปผลเป็นรายงาน โดยเริ่มจากการตรวจปัสสาวะ เพราะเป็นวิธีที่ดีและผู้ป่วยไม่ต้องเจ็บตัว สามารถทำงานได้เร็ว ส่วนผลที่ได้จะนำไปประมวล ปัจจุบันใช้เวลาประมาณ 1 วัน เพื่้อระบุการบ่งชี้การดื้อยาโดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม เพียงแค่ใส่ข้อมูลลงไป จากนั้นช่วยตีความผลประกอบความแม่นยำยิ่งขึ้น ในอนาคตจะลดเวลาจาก 1 วันเป็นระดับชั่วโมง และมีราคาถูกขึ้น” ดร.นีมกล่าว



