กลายเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ที่สร้างความเสื่อมเสียแก่ประเทศชาติ เมื่อกลุ่มวัยรุ่นได้ก่อเหตุดวลปืนปะทะกันสนั่นกลางเมืองกรุงอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย เมื่อ 7 ตุลาคม
จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทำให้ทราบว่าผู้ก่อเหตุมีทั้งหมด 27 ราย ที่มาจากฝั่งของนายปรีชา ศักดิ์อุดมไพศาล อายุ 28 ปี หรือ “ตั้ม ตึกแดง” กลุ่มชุมชนตึกแดง และจากกลุ่มเจ้าถิ่นลูกน้องคนดังย่าน “ประตูน้ำ” ที่มีหัวโจกเป็นนายพรเทพ พุ่มพวง อายุ 23 ปี หรือเพชร
จุดปะทะกันเกิดขึ้นที่บริเวณข้างห้างเซ็นทารา วอเตอร์เกท พาวิลเลี่ยน แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี ซึ่งเชื่อว่าปมขัดแย้งของ 2 แก๊งเกิดจากความไม่ลงรอยกันที่ฝ่ายของนายปรีชามาเปิดกิจการคุมโต๊ะสนุ้กในถิ่นของนายพรเทพ เมื่อมีการเจรจาตกลง ซึ่งต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกันเพราะถือว่าตนเองมีลูกพี่คุ้มครอง ทำให้ปมความขัดแย้งขยายใหญ่ขึ้น
กลายเป็นสงครามย่อยระหว่าง 2 ฝ่ายส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 5 ราย คือนายพรเทพ และนายทักษิณ สุขเอียด อายุ 22ปี ผู้ก่อเหตุฝั่ง “ประตูน้ำ” และชาวต่างชาติที่ถูกลูกหลงแบ่งเป็นชาวลาวบาดเจ็บ 1 รายชาวอินเดียบาดเจ็บ 1 รายและเสียชีวิต 1 ราย
โดยในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืน 3 ชนิดคือขนาด .38 มม. สเปเชียล ขนาด 9 มิลลิเมตร และ 7.62 มิลลิเมตร จึงสันนิษฐานว่าปืนที่ใช้ก่อเหตุมีไม่ต่ำกว่า 3 กระบอก ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจยึดได้ 4 กระบอกประกอบด้วย ปืนอาก้า 1 กระบอก ปืน CZ จำนวน 1กระบอก อาวุธของฝั่งเจ้าถิ่น และปืนขนาด .38 มม.ของฝั่งนายปรีชา
เมื่อมีอาวุธสงครามเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ประชาชนตั้งคำถามว่า ทำไมบ้านเมืองที่ขื่อมีแกถึงปล่อยให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นใจกลางกรุง ท่ามกลางสุจริตชนที่ไม่คาดฝันว่าจะเกิดความรุนแรงเช่นนี้ขึ้น
อีกข้อสงสัยคือผู้ก่อเหตุอาจมีผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ?
จากการสืบสวนทางคดีได้พบข้อมูลว่านายปรีชา หรือตั้ม เคยอาศัยอยู่ในชุมชนที่โด่งดังเรื่องอิทธิพล แะอาจอยู่ในแก๊งดังกล่าวมาก่อน
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ถือเป็นคดีที่อุกอาจเพราะเกิดขึ้นใจกลางกรุงที่มีนักท่องเที่ยวและประชาชนพลุกพล่าน และนอกจากนี้ที่ชาวต่างชาติถูกลูกหลงเสียขีวิตด้วยนั้น อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทำให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.บช.น. พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ รรท.รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 เร่งรัดชุด บก.สส.บช.น. และสน.พญาไทสืบสวนคลี่คลายคดีดังกล่าวเพื่อสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนกลับมา
พร้อมมอบกองทุนช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่บาดเจ็บและเสียชีวิตโดยมี พล.ต.ต.ธีรพล คุปตานนท์ รรท.ผบช.ทท. พล.ต.ต.เสนิต สำราฐสำรวจกิจ ผบก.น.1 และตัวแทนจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นตัวแทนมอบ 2 ล้านบาท
ภายหลังชุดสืบสวนได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุพร้อมรวบรวมพยานหลักฐานจนทราบตัวผู้ต้องหาหลายรายก่อนออกหมายจับ 3 ราย เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม และกลางดึกในวันเดียวกันนั้นนายปรีชาได้เดินทางเข้ามอบตัวตามหมายจับเป็นคนแรกที่สน.พญาไท ต่อมาได้มีผู้ต้องหาทยอยเข้ามอบตัวหลังมีการออกหมายจับทั้งหมด 14 หมาย
จากการสอบสวนกลุ่มผู้ต้องหาทำให้ทราบว่าวันเกิดเหตุนายปรีชา ที่ดูแลโต๊ะสนุกเกอร์ให้กับนายประมุข จันท์เสนานนท์ หรือ เบริด์ อายุ 34 ปี ผู้เป็นลูกพี่ ได้ถูกฝั่งเจ้าถิ่นส่งคนมาก่อกวนสร้างความไม่ลงรอยกันก่อนนายขวัญ กระต่ายทอง หรือยา จะวิ่งไปตามลูกพี่คือนายพรเทพมาพูดจาข่มขู่ข่มขู่นายปรีชาจนเรื่องบานปลายก่อนฝั่งเจ้าถิ่นจะกลับไปรวบรวมคนและอาวุธที่บ้านของนายบำเพ็ญ พุ่มพวง หรือม็อก พ่อของนายพรเทพ
ก่อนกลับมาที่จุดเกิดเหตุและปะทะกันอย่างดุเดือด ทำให้นายพรเทพ ได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่ฝ่ามือซ้ายจนกระดูกแตก และนายทักษิณ สุขเอียด ฝั่งนายพรเทพก็ถูกยิงที่บริเวณลูกอันฑะทะลุก้น และนายวิธิรงค์ แซ่เฮง ฝั่งนายปรีชาก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ขณะที่ศรราม ภูพลผัน หรือโจ อายุ 25 ปี ฝั่งเจ้าถิ่นหลังเข้ามอบตัวได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ว่าผู้ใช้ปืนอาก้ายิงถล่มอีกฝ่ายคือนายบำเพ็ญ ก่อนจะนำปืนอาก้าและปืน CZ ไปซ่อนที่ซุ้มไก่บ่อปลามักกะสัน เขตราชเทวี
เหตุการณ์นี้ต่างฝ่ายต่างบอกว่าอีกฝั่งลงมือยิงก่อนและนอกจากนี้ผู้ต้องหาบางรายยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาทำให้แนวทางการสืบสวนยังต้องรอผลหลักฐานพิสูจน์ออกมาให้ชัดเจน พร้อมจับกุมผู้กระทำผิดที่เหลือมาลงโทษ
แต่อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ดังกล่าวพบว่ามีผู้ก่อเหตุทั้งหมด 27 คน ออกหมายจับได้แล้ว 14 คนควบคุมตัวได้แล้ว 12 คน หลบหนีอีก 2 คน โดยกลุ่มที่มีหมายจับทั้ง 14 คนแบ่งเป็นฝั่งเจ้าถิ่นประตูน้ำ 8 คนคือ นายพรเทพ พุ่มพวง (บาดเจ็บถูกอายัดตัวที่ รพ.ตำรวจ) นายศรราม ภูพลผัน หรือโจ(ถูกจับกุม) นายทักษิณ สุขเอียด(บาดเจ็บและถูกคุมตัวสอบแล้ว) นายขวัญ กระต่ายทอง หรือยา ตัวต้นเรื่องในวันเกิดเหตุ (ถูกจับกุม) นาย เกษม รุณไพรัชน์ หนอน หรือ นก อายุ 38 ปี (ถูกจับกุม) นายหนุ่ม กระต่ายทอง อายุ 32 ปี(ถูกจับกุม) นายบำเพ็ญ พุ่มพวง หรือม็อก อายุ 44 ปี พ่อของนายพรเทพ(หลบหนี) นายขวัญ ทองดี หรือโจ้ อายุ 36 ปี (มอบตัว)
และฝั่งนอกถิ่น 6 คน ประกอบด้วยนายปรีชา ศักดิ์อุดมไพศาล หรือตั้ม อายุ 28 ปี (มอบตัว) นายประมุข จันท์เสนานนท์ หรือ เบริ์ดอายุ 34 ปี (มอบตัว) นายภิรมย์เวศน์ อภินรชาติ หรือหนึ่ง อายุ 32 ปี(มอบตัว) นายสมชาย แซ่ปัง หรือปัง อายุ 35 ปี(มอบตัว) นายธัชกร พรภักดี หรือบู อายุ 43 ปี (มอบตัว) นายวิธิรงค์ แซ่เฮง (หลบหนี)
ที่เหลือรอรวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายจับเพิ่มอีก 13 คนคือฝั่งของนายปรีชารวมแล้วมี 19 คน
สำหรับนายบำเพ็ญหรือม็อก พ่อนายพรเทพหรือเพชร มีประวัติเคยถูกจับกุมเมื่อปี 2540 ในข้อหาฆ่าผู้อื่น และเมื่อปี 2542 ในข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานในท้องที่ สน.พญาไท ซึ่งศาลตัดสินจำคุก 5 ปี (คดีความจบแล้ว) และขณะนี้อยู่ระหว่างการตามล่าตัวเพราะถือเป็นตัวการสำคัญที่ต้องสอบสวนข้อเท็จจริงฐานมีอาวุธสงครามไว้ในครอบครองและใช้ยิงในที่เกิดเหตุ
ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของตำรวจไทย ที่นอกจากผู้ก่อเหตุจะครอบครองอาวุธสงครามและเล็ดลอดสายตาตำรวจมายิงใส่กันจนถูกนักท่องเที่ยวเสียชีวิต
ยังมีประเด็นที่หลังจากผ่านเหตุการณ์นี้ไปหลายคนคงตั้งคำถามว่าตำรวจจะทำอย่างไรต่อไปกับการป้องกัน ที่ไม่ใช่แค่การซื้อขายอาวุธสงครามแต่คือการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นเดิม พร้อมเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนกลับคืนมา

