กรณีกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุใช้อาวุธปืนไล่ยิงกัน จนเป็นเหตุให้มีชาวต่างชาติถูกยิงเสียชีวิต 1 รายและได้รับบาดเจ็บ ทั้งหมด 4 คน บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าเซ็นธารา วอเตอร์เกต พาวิลเลี่ยน แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม. จากการสอบสวนทราบว่ากลุ่มวัยรุ่นที่ลงมือก่อเหตุนั้นเป็นกลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่นกับกลุ่มวัยรุ่นต่างถิ่น ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับบุคคลที่ก่อเหตุ 14 ราย สามารถจับกุมควบคุมตัวได้แล้ว 12 ราย อยู่ระหว่างหลบหนี 2 ราย เหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 7 ตุลาคม ท้องที่ สน.พญาไท
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่หน้า สน.พญาไท ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้นำรถยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ก-6479 ปทุมธานี มาจอดไว้ที่หน้า สน. และทำการล็อกล้อห้ามเคลื่อนย้ายไว้ โดยที่ประตูฝั่งคนขับกับคนนั่งมีร่องรอยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานทำการปัดหารอยนิ้วมือแฝง
รายงานข่าวแจ้งว่า รถคันดังกล่าวเป็นรถเพื่อนคนรู้จักของนายบำเพ็ญ พุ่มพวง หรือม็อก กลุ่มเจ้าถิ่นซึ่งเป็นคนใช้อาวุธปืนอาก้ายิงถล่มในวันเกิดเหตุ โดยรถคันดังกล่าวเพื่อนของนายบำเพ็ญเป็นคนขับพาหลบหนีออกจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปยัง จ.สระแก้ว โดยจอดไว้ที่บริเวณใกล้ด่านชายแดนไทยเขมร เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนจนไปพบรถคันดังกล่าวจึงนำรถกลับมาที่กรุงเทพฯ เพื่อตรวจสอบหลักฐาน และไล่ล่าตัวนายบำเพ็ญที่คาดว่าจะข้ามไปยังประเทศกัมพูชากับเพื่อนอีก 1 คน ซึ่งจะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขณะที่การติดตามนายวิธิรงค์ แซ่เฮง ผู้ต้องหาอีกรายที่ยังหลบหนีอยู่ซึ่งเป็นวัยรุ่นต่างถิ่นนั้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่ายังอยู่ในประเทศไทยซึ่งก็จะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีได้


