มหัศจรรย์ ฟ้าเปิด ภาพประติมากรรมแสง-เงา ในหลวง ร.9 แย้มพระสรวล ชัดเจน พสกนิกร ยิ้มทั้งน้ำตา

13.10.18 | 17:52 น.

เมื่อเวลา 15.52 น.วันที่ 13 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลาศิริราช 100 ปี อันเป็นเวลาสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประชาชนจำนวนมากร่วมเจริญจิตตภาวนาโดยพร้อมเพรียงกัน ด้วยอาการสงบนิ่ง ภายหลังมีการจัดพิธีสวดพระพุทธมนต์ อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสวดเจริญพระพุทธมนต์ ถวายพระพรชัยมงคล แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โดยมีคณะสงฆ์จากวัดอมรินทรารามวรวิหารแล้วเสร็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะร่วมตั้งจิตตภาวนาแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ประชาชนต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ พากันกอดพระบรมฉายาลักษณ์ แล้วร่ำไห้ ขณะที่การจัดแสดงภาพประติมากรรมแสงเงา ซึ่งสร้างสรรค์โดย ดร.บุรินทร์ ธราวิจิตรกุล ผศ.กานต์ คำแก้ว และ ผศ.ดร.ยุทธนา ทองท้วม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 เมตร ติดตั้งอยู่บนผนังอาคารศรีสังวาลย์ โดยที่มาของภาพแสงเงามาจากพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ เมื่อครั้งเสด็จฯ จ.นครพนม ปี 2498 ขณะกำลังโน้มพระองค์อย่างต่ำที่สุด จนพระพักตร์แนบชิดกับศีรษะของแม่เฒ่า คือ แม่ตุ้ม จันทนิตย์ วัย 102 ปี ที่ไปรอรับเสด็จ และถือดอกบัวสีชมพู 3 ดอก ที่โรยราจากการถูกแดดแผดเผาตั้งแต่เช้าถึงบ่าย โดยพระองค์ทรงแย้มพระสรวล พระหัตถ์แตะมือของแม่เฒ่าอย่างอ่อนโยน เนื่องจากเกิดฝนตกลงมาอย่างหนัก ทางโรงพยาบาลแจ้งอาจทำให้เห็นประติมากรรมแสงเงาไม่ชัดเจนในเวลาดังกล่าว ซึ่งเวลา 15.52 น. เป็นเวลาเหมาะสมที่แสงจะกระทบต่อการจัดแสดงภาพ

ต่อเวลา 16.00 น. ฟ้าเริ่มเปิดเล็กน้อย ทำให้พอเริ่มเห็นภาพประติมากรรมแสงและเงา กระทั่งมีแสงพอ จนภาพประติมากรรมแสงเงาแสดงภาพพระพักตร์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ขณะแย้มพระสรวลอย่างชัดเจน สร้างความปลาบปลื้มให้แก่ประชาชนโดยทั่วไป ที่ต่างนำโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพเก็บเอาไว้

Advertisement

 

นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช กล่าวว่า ภาพประติมากรรมแสงและเงาดังกล่าวเป็นฝีมือของอาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มช. เมื่อแสงแดดตกกระทบจะทำให้เกิดเงาทาบทับออกมาเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงรับดอกบัวจากแม่ตุ้ม โดยจะเห็นชัดเจนในช่วงเวลา 15.52 น. และสามารถมองเห็นได้จากลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการพัฒนาเทคนิคภาพประติมากรรมแสงเงาดังกล่าว ให้สามารถสะท้อนภาพของพระองค์ออกมาในทุกเวลา เพราะพระอาทิตย์มีองศาที่แตกต่างกันไปในแต่ละวัน และอนาคตหากอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษาแล้วเสร็จ จะนำไปติดที่อาคารดังกล่าวแทนเพื่อให้ประชาชนสามารถเห็นได้ทุกวันทุกเวลา

นายสิทธิโชค อัศวดิลกกุล อายุ 69 ปี กล่าวว่า ได้มีโอกาสร่วมเข้าเฝ้าฯตั้งแต่เด็ก ยังจดจำภาพความทรงจำได้ อย่างมีโอกาสใกล้ชิดเมื่อครั้งพระองค์และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เสด็จฯเปิดภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์ เมื่อหลายสิบปีก่อน ที่โรงหนังค่าเธย์ ถนนเจริญกรุง ปัจจุบันโรงหนังปิดไปแล้ว ถวายบังคมทูลในพิธีพระทานปริญญาบัตร จำได้ว่าขนาดท่องคำกล่าวเป็น 100 ครั้ง เมื่อถึงวันจริงยังตื่นเต้นและตัวสั่นไปทั้งตัว ตนระลึกได้ทุกภาพทรงจำ

นายสิทธิโชคกล่าวอีกว่า “สองปีที่ผ่านมา มันใจสลาย จุก พูดไม่ออก เมื่อรำลึกถึงพระองค์ท่านที่ทรงงานทำประโยชน์มากมายเพื่อปวงชนชาวไทย หากยังมีชีวิตอยู่ตั้งใจจะร่วมงานในวันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี ท้ายสุด ฝากให้ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่มาถึงพระบรมโพธิสมภาร ควรตะหนักและระลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่านเสมอ อย่าฟังแต่คำบอกเล่า ให้หาหนังสือที่เกี่ยวข้องมาอ่านเพื่อศึกษาให้รู้ เข้าใจด้วยตนเองอย่างถ่องแท้”