เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบแพทย์เจ้าของคลินิกว่าเป็นแพทย์จริงหรือไม่ และได้ดำเนินการถูกต้องตามมาตรฐานวิชาชีพแพทย์หรือไม่ ว่า ขณะนี้แพทยสภาได้ทำหนังสือขอข้อมูลไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กับทางกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เกี่ยวกับรายละเอียดต่างๆ ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ข้อมูลภายในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของแพทย์จริงหรือไม่นั้น เบื้องต้นได้ข้อมูลเช่นกันว่าอาจมีการเปลี่ยนชื่อ เพราะในระบบแพทยสภามีนามสกุลผู้นี้อยู่ แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อความชัดเจนจะต้องขอข้อมูลอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อยืนยันตัวตน ไม่ใช่แค่ว่ามีการเปลี่ยนชื่อแล้วจะยืนยันได้เลย
“การยืนยันตัวตนจะต้องพิจารณาทั้งเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก ที่อยู่ของผู้ที่อยู่ในบัตร โดยทั้งหมดต้องดูว่าตรงตามตัวตนจริงๆ หรือไม่ เพราะบางครั้งชื่อกับตัวตนอาจไม่ใช่คนเดียวกัน แม้จะเปลี่ยนชื่อ แต่มาดูตัวจริงก็อาจไม่ใช่ จึงจำเป็นต้องพิจารณารอบด้านเพื่อยืนยันความถูกต้อง ทั้งนี้ หากได้รับการยืนยันว่าเป็นแพทย์ก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวน โดยกรณีแบบนี้ทางเลขาธิการแพทยสภาจะนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ โดยไม่ต้องผ่านการประชุมคณะกรรมการแพทยสภาแต่อย่างใด ซึ่งตามขั้นตอนจะต้องตั้งคณะกรรมการจริยธรรมสอบสวนข้อเท็จจริง หากพบว่ามีมูลความผิดก็จะตั้งกรรมการสอบสวนพิจารณาโทษต่อไป” พล.อ.ต.นพ.อิทธพรกล่าว และว่า แพทยสภาไม่นิ่งเฉยแน่นอน ซึ่งกรณีนี้หากไม่ใช่แพทย์จริงก็ยังต้องถูกดำเนินคดีอยู่ดี แต่หากเป็นแพทย์จริงก็จะผิดทั้งทางคคีที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ และทางแพทยสภาตรวจสอบ
พญ.ชัญวลี ศรีสุโข โฆษกแพทยสภา กล่าวว่า แพทยสภาไม่ได้นิ่งเฉย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบตัวตนของแพทย์ เบื้องต้นพบแต่นามสกุลเดียวกัน ทั้งนี้ หากเป็นแพทย์จริงก็จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบต่อไป ส่วนสาเหตุที่ว่าเสียชีวิตเพราะอะไร คงต้องรอการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่โดยหลักแล้วการทำอะไรก็ตาม ยิ่งในผู้สูงอายุ ต้องพิจารณามากๆ เพราะหากมีโรคประจำตัวก็ต้องมีการตรวจอย่างถี่ถ้วนด้วย

