เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 14 ตุลาคม คณะเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า(ศปก.พป.) นำโดย พ.อ.พงษ์เพชร เกษศุภะ หน.ชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน.,นายบุญลาภ สุกใส ผอ.สจป.ที่ 4 สาขาพิษณุโลก, นายชิต อินทรนก ผอ.ศปม.เพชรบูรณ์, นายสมชาย ฉิมแย้ม ชุดพยัคฆ์ไพร, นายกนกศักดิ์ หมื่นจันทร์ ปลัดอำเภอเขาค้อฝ่ายความมั่นคง, ร.ท.เอกชัย ดอนกาวิน ศอป.ลุ่มน้ำเข็ก และเจ้าหน้าที่ป่าไม้หน่วยฯพช.2(เขาค้อ) เข้าตรวจสอบการใช้เครื่องจักรกลหนักบุกรุกแผ้วถางพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาปางก่อ-วังชมภู หมู่ที่ 12 บ้านส่งคุ้ม อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งอยู่บริเวณหลังรีสอร์ทแอททรี(At Tree) หลังจากได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวว่ามีการปรับพื้นที่เปิดหน้าดินที่เป็นไหล่เขาอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย
จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่สามารถยึดรถแบ็คโฮยี่ห้อฮิตาชิสีส้ม จำนวน 1 คัน พร้อมจับกุมผู้ต้องหาซึ่งเป็นคนขับรถชื่อ นายสุรทิน หรือ”เพชร” ขุนทองหล่อ อายุ 23 ปี นอกจากนี้ยังพบพื้นที่ป่าซึ่งเป็นไหล่เขาสูงจากระดับน้ำทะเลราว 500 เมตร และอยู่ในเขตป่าสงวนเขาปางก่อ-วังชมภู ที่กองทัพภาคที่ 3 ขอใช้จากกรมป่าไม้ เพื่อจัดสรรให้แก่ราษฎรอาสาสมัคร(รอส.) ถูกรถแบ็กโฮคันดังกล่าวขุดปรับพื้นที่ เพื่อทำการเปิดหน้าดินเนื้อที่ราว 2 งาน จึงทำการตรวจยึดพื้นที่พร้อมรถแบ็คโฮดังกล่าว

จากการสอบสวนนายสุรทินคนขับรถแบ็คโฮอ้างว่า เป็นลูกจ้างขับให้กับเสี่ยแป๋วหรือเสี่ยแหวว โดยได้รับว่าจ้างจากเจ้าของรีสอร์ทให้ขุดปรับพื้นที่ไหล่เขาและถม เพื่อจะทำเป็นลานกางเต้นท์ เนื้อที่ประมาณ 2 งานเศษ โดยได้ค่าจ้างชั่วโมง 1,700 บาท ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่เมื่อวานนี้(13 ต.ค.)และกำหนดทำให้แล้วเสร็จภายใน 2 วัน เนื่องจากเป็นวันหยุดราชการต่อเนื่องกัน 3 วัน โดยพยายามทำงานแต่เช้าเพื่ออาศัยสายหมอกบดบัง และไม่ให้ตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนรวมทั้งนักท่องเที่ยว นอกรวมถึงหลบหูหลบตาเจ้าหน้าที่อีกด้วย
ทั้งนี้คนขับรถแบ็คโฮยังอ้างด้วยว่า ที่ผ่านมาไม่เคยถูกจับกุมเพราะจะมีสายข่าวคอยแจ้งให้ทราบก่อนว่า จะมีเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่ตรวจสอบจับกุม จึงทำให้รอดจาการถูกจับกุมมาตลอด ขณะเดียวกันรถแบ็คโฮที่รับจ้างขุดปรับที่ดินทั้งอำเภอเขาค้อมีราว 30 คัน แต่ที่เข้ามาดำเนินการใน 4 ตำบลมีเจ้าของรถแบ็คโฮเพียง 4-5 รายเท่านั้น
ด้านพ.อ.พงษ์เพชร เกษศุภะ หน.ชุดปฎิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน.กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ว่ากล่าวตักเตือนแต่ปรากฏว่ายังมีการเข้ามาดำเนินการอยู่ การนำเครื่องจักรเข้าทำการถากถางป่าในครั้งนี้ถือเป็นการกระทำที่อุกอาจมาก โดยเฉพาะรายนี้มีการนำรถแบ็คโฮขุดปรับไหล่เขาตั้งแต่เช้า ท่ามกลางสายตานักท่องเที่ยวนับพันคู่ที่กำลังชื่นชมทะเลหมอกอยู่ตามบริเวณรีสอร์ทตีนเขา จนกระทั่งมีนักท่องเที่ยวบางรายทนเห็นธรรมชาติถูกทำลายไม่ไหว จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการตรวจสอบ
“สำหรับผู้บุกรุกรายนี้ถือเป็นรายใหม่แม้พื้นที่บริเวณนี้จะเป็นที่ดินที่อยู่ในแปลงรอส.ก็ตาม แต่ก็มีการซื้อขายเปลี่ยนมือไปแล้ว และการกระทำดังกล่าวถือว่าอุกอาจท้าทายกฎหมายมาก โดยนายทุนคงคิดว่าและเป็นช่วงของต้นปีงบประมาณและเป็นวันหยุดยาว คงจะรอดหูรอดตาเจ้าหน้าที่ไปได้ อย่างไรก็ตามก็เกือบทำสำเร็จ หากไม่มีนักท่องเที่ยวแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบเสียก่อน”พ.อ.พงษ์เพชรกล่าว

พ.อ.พงษ์เพชร.กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบที่ดินแปลงนี้ในเบื้องต้นพบว่า เป็นที่ดินในแปลง รอส. โดยมีชื่อ นายเฉลียว สุ่นเดช หมู่ที่ 8 บ้านส่งคุ้ม ต.เขาค้อเป็นผู้ครอบครอง มีเนื้อที่ 20 ไร่ 3 งาน 35 ตร.วา แต่ปัจจุบันที่ดินแปลงนี้ถูกซื้อขายเปลี่ยนมือจนถูกแบ่งแยกออกเป็น 2 แปลงไปเรียบร้อยแล้ว โดยแปลงนี้ที่ถูกตรวจยึดมีนายโยธินเจ้าของรีสอร์ทฯเป็นผู้ครอบครอง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สอบสวนจะเชิญมาให้ปากคำต่อไป
ข่าวแจ้งว่า ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้เชิญนายฉัตรชัย แสงพันตา (เสี่ยแบ้วหรือเสียแหวว) ซึ่งเป็นเจ้าของรถแบ็คโฮดังกล่าวมาให้ปากคำ จากนั้นต่อมาจึงควบคุมตัวนายฉัตรชัยและนายสุรทิน 2 ผู้ต้องหา พร้อมบันทึกการจับกุมและรถแบ็คโฮของกลาง นำส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อดำเนินคดีต่อไป

