กรณี นายเอ็ดวิน วีค เลขาธิการมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า พร้อมด้วยเครือข่ายอนุรักษ์สัตว์ป่า ออกแถลงการณ์ กรณีวัดป่าหลวงตามหาบัว หรือวัดเสือ จ.กาญจนบุรี ที่อื้อฉาวในคดีมีสัตว์ป่าไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ กลับลงนามออกใบอนุญาตสวนสัตว์ลงนามให้ทางวัดประกอบกิจการสวนสัตว์สาธารณะ พร้อมทั้งนำเอกสารอนุญาตให้ทางวัดประกอบกิจการสวนสัตว์ ที่ลงนามโดยนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชมาแสดงกับสื่อมวลชน นั้น
วันที่ 26 เมษายน นายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตจัดตั้งและดำเนินการสวนสัตว์สาธารณะให้กับบริษัท ไทเกอร์ เทมเพิล จำกัด ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับวัดป่าหลวงตามหาบัว หรือวัดเสือ จ.กาญจนบุรี
นายอดิศร กล่าวว่า สำหรับเอกสารที่ กรณีนายเอ็ดวิน วีค นำมาแสดงนั้น ไม่ใช่ใบอนุญาตจริง เพราะใบจริงเป็นภาษาไทย ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ซึ่งนายเอ็ดวิน ได้โทรมาหาตนเพื่อขอเคลียร์กับตนแล้ว และชี้แจงว่าไม่คิดจะแจ้งความกรมอุทยานฯ เพราะเข้าใจภาระหน้าที่ของกรมอุทยานฯ ในการดูแลสัตว์ป่า แต่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดคดีกับทางวัดเท่านั้น
นายอดิศร กล่าวว่า ภายหลังมีการร้องเรียนว่าวัดเสือมีการนำเสือโคร่งของกลางหาประโยชน์ รวมทั้งแจ้งว่ามีเสือหาย 3 ตัว กรมอุทยานฯ จึงเข้าสำรวจพบว่ามีเสือโคร่งรวม 147 ตัว และดำเนินการขอเสือของกลางคืนทั้งหมด เพื่อป้องกันการหาประโยชน์ของทางวัด แต่ทางวัดไม่ให้การร่วมมือ และยังนำเสือออกไปให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป หรือจูงเสือเล่น ซึ่งกรมอุทยานฯ พยายามพูดคุยอย่างสันติวิธีมาโดยตลอด และสามารถนำเสือโคร่งออกมาได้แค่ 10 ตัวเท่านั้น ปัจจุบันจึงเหลือเสือโคร่ง 137 ตัว ที่ผ่านมาทางวัดเสือได้ไปฟ้องร้องต่อศาลเเพ่งเพื่อให้กรมอุทยานฯจ่ายค่าเลี้ยงดู 147 ล้านบาท แต่ศาลได้ยกฟ้องไปแล้ว รวมทั้งฟ้องศาลปกครองในการคุ้มครองไม่ให้กรมอุทยานฯ เคลื่อนย้ายเสือไปได้อีก ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการพิจารณาของศาล
นายอดิศร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่กรมอุทยานฯ ออกใบอนุญาตให้จัดตั้งสวนสัตว์ให้กับบริษัท ไทเกอร์ เทมเพิล จำกัด บนเนื้อที่ 25 ไร่ 1 งาน 36 ตาราง ซึ่งอยู่บริเวณหน้าวัดนั้น กรมอุทยานฯได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่สำหรับก่อสร้าง และตรวจสอบแบบแปลนอย่างละเอียดแล้ว เห็นว่าปฏิบัติตามกฎระเบียบทุกอย่างจึงมีการอนุมัติให้ สัญญามีระยะเวลา 5 ปี ส่วนทางวัดเสือก็เคยขออนุญาตเช่นเดียวกัน แต่วัดไม่สามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบ จึงไม่มีการอนุมัติให้ อย่างไรก็ตามสวนสัตว์ทุกแห่ง หากมีการนำสัตว์มาแสดงโชว์ โดยเฉพาะสัตว์ใหญ่อย่างเสือนั้นต้องมีความปลอดภัยอย่างมาก ซึ่งตามกฎไม่สามารถนำเสือออกมาจูงเล่น หรือถ่ายรูประยะกระชั้นชิดได้ ต้องห่างจากเสือประมาณ 2 เมตร และเสือต้องมีอายุไม่เกิน 2 ปี เป็นต้น เพราะฉะนั้นทุกสวนสัตว์ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า วัดเสือเคยโดนคดีด้านสัตว์ป่า แต่ทำไมจึงมีการอนุญาตให้บริษัท ไทเกอร์ เทมเพิล จำกัด จัดตั้งสวนสัตว์ได้ ทั้งที่วัดเสือและบริษัทมีความเกี่ยวข้องกัน นายอดิศร กล่าวว่า การดำเนินคดีกับวัดเสือ เป็นเพียงการกล่าวหาโทษเท่านั้น ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการสอบสวนจึงยังไม่มีบทลงโทษ ส่วนรายชื่อบุคคลของบริษัทดังกล่าวนั้น ก็ขอจัดตั้งในนามบริษัท ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือขออนุญาตในนามของวัดเสือแต่อย่างใด แต่หากพบว่าคดีสิ้นสุดแล้ว และมีบทลงโทษบุคคลที่อยู่ในรายชื่อของบริษัท กรมอุทยานฯ ก็สามารถเพิกถอนใบอนุญาตได้ทันที
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า กรณีที่คดีอยู่ในขั้นตอนของการรสอบสวน ทำไมไม่รอให้คดีสิ้นสุดก่อนจึงจะอนุมัติการจัดตั้งสวนสัตว์ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า ต้องแยกแยะทั้ง 2 ประเด็นนี้ออกจากกัน กรณีที่บริษัท ไทเกอร์ เทมเพิล จำกัด ขอจัดตั้งสวนสัตว์ได้ เพราะบริษัทปฏิบัติถูกต้องตามระเบียบกฎหมายตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ส่วนกรณีวัดเสือ กรมอุทยานฯ ยังคงดำเนินคดีด้านสัตว์ป่าที่เกี่ยวข้องกับวัดเสืออย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการนำเสือของกลางออกจากวัดทั้งหมด 137 ตัว แต่จะเอาเสือออกมาได้เท่าไหร่ และใช้เวลานานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับความร่วมมือกับทางวัด
“ส่วนกรณีที่บริษัท ไทเกอร์ เทมเพิล จำกัด จะขอติดต่อนำเสือโคร่งของกลางที่ทางอุทยานฯ ยึดไว้แล้วนั้น นำไปแสดงโชว์ที่สวนสัตว์ บริษัทต้องชำระค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ โดยกรมอุทยานฯ เตรียมตั้งคณะกรรมการประเมินราคากลางของเสือโคร่ง ซึ่งคาดว่าจะได้ราคาตัวละไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของเสือด้วย” นายอดิศร กล่าว
////////

