อัยการคดีพิเศษสั่งฟ้อง“มานพ ทิวารี”ฟอกเงินกรุงไทยเเล้ว นัดส่งศาลพร้อมกาญนาภา-วันชัย 31 ต.ค.

16.10.18 | 14:43 น.

“ธรัมพ์”เผยอัยการคดีพิเศษมีคำสั่งฟ้อง “มานพ ทิวารี” บิดาศิธา ฟอกเงินกรุงไทยไปเเล้ว นัดส่งศาลพร้อมกาญนาภา – วันชัย 31 ต.ค.


จากกรณีเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมา ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษได้มีการยื่นฟ้องนายพานทองแท้ ชินวัตร ผู้ต้องหาที่ 4 ฐานสมคบและร่วมกันฟอกเงิน ที่มีการรับเช็คจำนวน 10 ล้านบาท ซึ่งจะฟ้องเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ปี 2542 มาตรา 5,9 และ 60 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฉบับที่ 5 ปี 2558 มาตรา 10 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ 91 รวมถึง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 6 ปี 2526 มาตรา 4 ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน ธนาคารกรุงไทย ต่อศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลางไปเเล้วนั้น

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้เเถลงเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 8 ตุลาคมซึ่งเป็นวันเดียวกันกับพนักงานอัยการคดีพิเศษได้มีคำสั่งฟ้องนางกาญนาภา หงส์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน อดีตภริยานายทักษิณ ผู้ต้องหาที่ 2 กับนายวันชัย สามีผู้ต้องหาที่ 3 ในความผิดฐานสมคบและร่วมกันฟอกเงินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ปี 2542 มาตรา 5,9 และ 60 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฉบับที่ 5 ปี 2558 มาตรา 10 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ 91 รวมถึง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ 6 ปี 2526 มาตรา 4

เเละมีคำสั่งไม่สั่งฟ้องนางเกศินี จิปิภพ ผู้ต้องหาที่ 1 และนายพานทองแท้ ผู้ต้องหาที่ 4 ฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน กรณีเช็คจำนวน 26 ล้านบาท ตามที่เป็นข่าวไปเเล้วนั้น คณะทำงานของพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ยังได้มีความเห็นและคำสั่งฟ้อง นายมานพ ทิวารี บิดาของน.ต.ศิธา ทิวารี อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และอดีตกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.ผู้ต้องหา ข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน ไปด้วยเช่นกัน แต่ในวันที่ 10 ตุลาคม ที่เป็นวันนัดฟังคำสั่งนายมานพ ทิวารี ,นางกาญจนาภา เเละนายวันชัย หงษ์เหิน ผู้ต้องหาไม่มาพบพนักงานอัยการตามนัด พนักงานอัยการจึงไม่สามารถฟ้องผู้ต้องหา ในวันดังกล่าวได้

Advertisement

พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 สำนักงานคดีพิเศษ จึงแจ้งให้นายมานพ ทิวารี ผู้ต้องหา นางกาญจนาภา และนายวันชัย มาพบพนักงานอัยการเพื่อฟ้องต่อศาลอาญาทุจริตฯในวันที่ 31 ตุลาคม เวลา 10.00น.

นายธรัมพ์ได้อธิบายอีกว่าคดีดังกล่าว สืบเนื่องมาจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำพิพากษาเกี่ยวกับกรณีมีการอนุมัติสินเชื่อของธนาคารกรุงไทยโดยมิชอบ และมีคำพิพากษาลงโทษจำคุก นายวิชัย กฤษดาธานนท์ กับพวก และผู้บริหารธนาคารกรุงไทยจำนวนหลายคน ซึ่งนายวิชัยฯ ทำธุรกรรมกับผู้รับโอนเงินหลายราย เกี่ยวกับคดีการสั่งฟ้องกลุ่มผู้ต้องหาในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินดังกล่าว ได้แยกผู้ต้องหาออกเป็น 2 กลุ่ม คือ

1.กลุ่มผู้โอนเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดคดีร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินดังกล่าว เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2560 พนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ส่งสำนวนการสอบสวนกล่าวหานายวิชัย กฤษดาธานนท์ กับพวก รวม 13 คน กระทำความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน เกี่ยวกับการโอนและรับโอนธุรกรรมทางการเงินที่ได้จากการอนุมัติสินเชื่อธนาคารกรุงไทยโดยมิชอบ เป็นจำนวนหลายรายการ ซึ่งพนักงานอัยการสั่งฟ้องนายวิชัย กับพวก ผู้โอน และฟ้องต่อศาลแล้ว โดยผู้ต้องหาในกลุ่มนี้มี นายมานพ ทิวารี เป็นผู้ต้องหารวมอยู่ด้วย แต่เนื่องจากข้อเท็จจริงทางคดี นายมานพ ทิวารี อยู่ในกลุ่มผู้รับโอน พนักงานอัยการจึงมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาสั่งของผู้ต้องหารายนี้ไปพร้อมกับกลุ่มผู้รับโอน

เเละ 2 กลุ่มผู้รับโอนเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดต่อมาวันที่ 25กรกฎาคม พ.ศ. 2561 พนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ส่งสำนวน การสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวหา นางเกศินี จิปิภพ ผู้ต้องหาที่ 1กับพวกรวม 4 คน ได้แก่ นางเกศินี จิปิภพ ผู้ต้องหาที่ 1 นางกาญจนภา หงษ์เหิน ผู้ต้องหาที่ 2 นายวันชัย หงษ์เหิน ผู้ต้องหาที่ 3 และนายพานทองแท้ ชินวัตร ผู้ต้องหาที่ 4
และนายมานพ ทิวารี ผู้ต้องหา ที่แยกมาจากกลุ่มผู้โอน โดยผู้ต้องหาทุกคนถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน เกี่ยวกับการรับโอนธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวพันกับคดีพิเศษ ดังกล่าวข้างต้น จนอัยการได้มีคำสั่งในคดีดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับคดีเช็ค10ล้านของนายพานทองแท้ที่ได้ยื่นฟ้องไปแล้วนั้น ศาลอาญาคดีทุจริตฯ นัดสอบคำให้การจำเลยในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 เวลา 10.00 น.