ผู้ประกอบการเรือไทยชิล จำกัดนักท่องเที่ยวสิมิลัน เผยรู้มาแต่ต้นปี แฉเรือจีนต้นตอโวย เหตุขายตั๋วล่วงหน้า ไร้คนตรวจสอบ

16.10.18 | 15:19 น.

วันที่ 16 ตุลาคมนายทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ให้สัมภาษณ์ ให้สัมภาษณ์ กรณีที่มีผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวเข้าพื้นที่เกาะสิมิลัน ออกมาเรียกร้องขอให้ทบทวน มาตรการการจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติสิมิลัน จ.พังงา ว่า ยืนยันว่าจะไม่มีการทบทวนใดๆ เพราะมาตรการที่ทำอยู่นั้น เตรียมการ และประกาศให้ผู้ประกอบการทราบเป็นระยะ มาตั้งแต่ช่วงต้นปีแล้ว ผู้ประกอบการจะอ้างว่ากรมอุทยานไม่แจ้งให้ทราบไม่ได้

“เรื่องการจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิมิลันนั้น ไม่ใช่ว่าอยู่ๆนึกจะทำก็ทำ แต่มีการศึกษาเรื่องผลกระทบโดยทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาแล้วก็นำมาประชุมกับผู้ประกอบการในพื้นที่ มีการประชุม เพื่อให้ทุกฝ่ายรับทราบรวมกันไม่ต่ำกว่า 3 รอบ ภายในปีนี้ ผู้ประกอบการทุกฝ่ายก็เห็นด้วย ไม่มีใครออกมาคัดค้านหรือมีปัญหาอะไรเลย ส่วนเรื่องโควต้าปริมาณเรือ และนักท่องเที่ยวนั้น กรมอุทยานฯไม่ได้เป็นผู้จัดโควต้า แต่เป็นเรื่องของท้องถิ่นที่ดำเนินการเรื่องนี้กันเอง”นายทรงธรรม กล่าว

ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า ทะเลอันดามันนั้น ไม่ได้มีแหล่งท่องเที่ยวเฉพาะเกาะสิมิลันเพียงที่เดียว แต่มีสถานที่ท่องเที่ยว เกาะแก่งต่างๆอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหมู่เกาะสุรินทร์ ธารโบกขรณี ฯลฯ อย่างเช่น ที่อ่าวมาหยา ซึ่งเวลานี้ ประกาศปิดพื้นที่จนกว่าสิ่งแวดล้อมบริเวณดังกล่าวจะฟื้นฟูขึ้นมาได้ โดยกรมอุทยานเตรียมกำหนดแนวเขตทุ่นไข่ปลากั้นเขตห้ามเข้าบริเวณด้านหน้าอ่าวมาหยาใหม่ จากแนวเดิมที่อยู่ห่างจากชายหาด 300 ม. ขยับเข้ามาเป็น 250 ม. เพื่อให้เรือนำเที่ยวสามารถพานักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมถ่ายภาพอ่าวมาหยาได้ใกล้ขึ้น ซึ่งนักท่องเที่ยวยังจะได้เห็นความสวยงามของอ่าวมาหยาเช่นเดิม เพียงแต่ขอว่าไม่ให้ลงไปเหยียบย่ำชายหาด เพื่อให้ชายหาดที่ทรุดตัวได้ฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติ หรือจอดเรือในบริเวณที่กำลังมีการฟื้นฟูปะการังเท่านั้น

นายทรงธรรม กล่าวว่า ที่สำคัญพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรี ทส.ได้มอบนโยบายให้กรมอุทยานฯ พิจารณาหาแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวโดยเฉพาะเรือนำเที่ยวของชุมชนชาวบ้านในพื้นที่ โดยกรมอุทยานฯ ได้พิจารณาแหล่งท่องเที่ยวที่จะเรียกว่าเป็น อ่าวมาหยา 2 ไว้ทั้งหมด 3 แห่ง ซึ่งมีลักษณะทางกายภาพใกล้เคียงอ่าวมาหยาและมีความสวยงามโดดเด่นไม่แพ้กัน แห่งแรก คือ บริเวณอ่าวปิเละ ซึ่งมีลักษณะคล้ายอ่าวมาหยา คือถูกโอบล้อมด้วยเขาหินปูน มีทางเข้าออกเพียงทางเดียว ภายในมีน้ำทะเลใส และมีแหล่งปะการังที่ยังอุดมสมบูรณ์พอสมควร เพราะนักท่องเที่ยวยังเข้าไปไม่มาก แห่งที่สองคือบริเวณอ่าวโละมุดี ซึ่งมีชายหาดที่สวยงามไม่แพ้อ่าวมาหยา โดยสองแห่งนี้อยู่ในบริเวณเกาะพีพี และแห่งที่สาม คือเกาะห้อง อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี แต่อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานหาดนพรัตน์ธาราฯ เพียง 20 นาทีโดยทางเรือ โดยชายหาดเกาะห้องนั้นมีความโดดเด่นสวยงามเทียบเท่าได้กับอ่าวมาหยา ซึ่งกรมอุทยานฯ จะเร่งประชาสัมพันธ์และกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวที่เหมาะสมเพื่อหมุนเวียนให้เข้าไปท่องเที่ยวในบริเวณ 3 จุดนี้

Advertisement

แหล่งข่าวผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยว พื้นที่เกาะสิมิลัน กล่าวว่า ยืนยันว่า กลุ่มผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวเกาะสิมิลันในพื้นที่มุกคนเห็นด้วยกับสิ่งที่กรมกรมยานประกาศออกมาเรื่องจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยว โดยได้คุยเรื่องนี้กันมาตลอด แต่ตนอยากจะบอกว่า กลุ่มที่มีปัญหาเรื่องนี้คือ บริษัทเรือจากประเทศจีนที่มีนอมินีคนไทยเข้ามาตั้งบริษัทท่องเที่ยว ขายทริปท่องเที่ยวราคาถูกให้นักท่องเที่ยวจีน ซึ่งขายทัวร์เอาไว้ล่วงหน้า และไม่แสดงการรับรู้ในสิ่งที่ทุกคนได้ตกลงร่วมกันเลย

“เวลานี้เราทราบมาว่า มีบริษัทท่องเที่ยวจากจีนที่มาว่าจ้างคนไทยเป็นนอมินีมากกว่า 22 บริษัท รับนักท่องเที่ยวจากจีนมาโดยเฉพาะ โดยเวลานี้ มีนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนที่เข้ามาเที่ยวในพื้นที่เกาะสิมิลันประมาณ 80% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด รายได้ตรงนี้จะถูกโอนออกนอกประเทศทั้งหมด มีคนไทยได้รับผลประโยชน์น้อยมาก มีคนถามว่า นักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาเที่ยวบนเกาะนั้นเป็นผู้ที่สร้างความเสียหายให้กับสิ่งแวดล้อมบนเกาะมากกว่าประเทศอื่นใช่หรือไม่ เราขอตอบตามความเป็นจริงเลยว่า นักท่องเที่ยวจากประเทศจีนนั้นพูดค่อนข้างง่ายกว่านักท่องเที่ยวจากหลายประเทศมาก เพียงแต่อธิบายให้พวกเขาเข้าใจเท่านั้น ปัญหาคือ บริษัททัวร์ที่มีคนไทยเป็นนอมินีนั้น ไม่ใส่ใจที่จะอธิบายเรื่องเหล่านี้ให้ลูกทัวร์ตัวเองทราบ พวกเขาเลยไม่รู้จะปฏิบัติตัวอย่างไร ทำให้หลายๆคนมองว่า นักท่องเที่ยวจีนประพฤติตัวไม่เหมาะ”แหล่งข่าวผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยว กล่าว

แหล่งข่าวคนเดิม กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาเรื้อรังที่แม้กระทั่งภาครัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่เคยเข้ามาตรวจสอบ และจัดการขั้นเด็ดขาด ซึ่งหากจะตรวจสอบเรื่องนี้กันจริงๆ ตรวจสอบกันไม่ยากเลย โดยเฉพาะเรื่องของเส้นทาง ทางการเงิน