เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม นพ.ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงออกพรรษานี้ นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้กำชับให้สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคทุกเขต และขอความร่วมมือจากพนักงานเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนให้ดำเนินการเฝ้าระวัง และบังคับใช้กฎหมายในวันออกพรรษาที่จะถึงนี้ เนื่องจากเป็นวันที่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 กำหนดให้ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยให้สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จัดทำแผนเพื่อลงพื้นที่ในการประชาสัมพันธ์และสนับสนุนประเพณีออกพรรษาปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
นพ.ขจรศักดิ์กล่าวว่า ในอดีตค่านิยมของประชาชนชาวไทยที่เชื่อว่าเมื่อถึงวันออกพรรษาจะต้องมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยยึดถือเป็นวันแห่งการมึนเมาหรือดื่มอย่างหนัก เพื่อแสดงถึงการสิ้นสุดระยะเวลาในการงดเหล้าเข้าพรรษานั้นเป็นสิ่งที่ผิด กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จึงมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมค่านิยมให้เปลี่ยนมุมมองวันออกพรรษาให้เป็นเทศกาลแห่งการเข้าวัดทำบุญ หรือ “ออกพรรษาไม่หาน้ำเมา” และจากกระแสความตื่นตัวในหลายๆ พื้นที่ที่มีการจัดกิจกรรมในช่วงเข้าพรรษาที่ผ่านมานั้น หลายจังหวัดได้มีการจัดกิจกรรมและประเพณีท้องถิ่นส่งเสริมให้มีการปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในงาน ซึ่งเป็นนิมิตหมายอันดีที่ประชาชนมีความตระหนักในโทษ พิษภัยและผลกระทบที่เกี่ยวข้องจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมและค่านิยมอันดีให้เกิดความต่อเนื่องและมีความยั่งยืนต่อไป
ด้าน นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้จัดเตรียมชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจเพื่อลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ เฝ้าระวัง และบังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันออกพรรษา โดยจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้สถานประกอบการ ร้านค้าต่างๆ ปฏิบัติตามกฎหมาย ทั้งนี้ วันออกพรรษาเป็นวันที่ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตลอด 24 ชั่วโมง ตามมาตรา 28 พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ที่ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
“เชิญชวนประชาชนชาวไทยทุกคนร่วมเข้าวัดทำบุญในวันออกพรรษา เพื่อเป็นการส่งเสริมประเพณีอันดีงามของไทย และขอความร่วมมือผู้ประกอบการและห้างสรรพสินค้าทุกแห่งปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบการกระทำผิดกฎหมายสามารถร้องเรียนได้ที่โปรแกรม TAS ซึ่งเป็นระบบแจ้งร้องเรียนการกระทำผิดเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ โดยประชาชนและพนักงานเจ้าหน้าที่สาธารณสุขสามารถใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนได้ทางเว็บไซต์ http://TAS.go.th หรือโทร 0-2590-3342 หรือสายด่วน 1422” นพ.นิพนธ์กล่าว

