วันที่ 17 ตุลาคม นายทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุืพืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) กล่าวถึงกรณีที่ทางบริษัททัวร์ พื้นที่ จ.พังงา อ้างว่าจะรวมตัวกันเพื่อร้องศาลปกครอง กรณีที่กรมอุทยานฯประกาศจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยว ที่จะเข้าไปเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิมิลัน ว่า หากมีการไปฟ้องจริงแล้วศาลมีคำสั่งออกมาอย่างไร กรมอุทยานก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม
ผู้อำนวยการสำนักอุทยานฯกล่าวว่า อยากให้ทุกคนเข้าใจสภาพเกาะสิมิลัน เวลานี้ ทรายที่เคยขาวละเอียดเนียนนุ่ม เดินไปก็นิ่มเท้า กลับแน่นแข็ง เพราะโดนเหยียบย่ำจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ห้องน้ำสกปรก ไม่เพียงพอต่อการใช้ของนักท่องเที่ยว ถามว่า ทำไมอุทยานฯไม่สร้างห้องน้ำเพิ่ม ตอบว่า ไม่มีที่สร้างแล้ว พื้นที่จำกัดอยู่แค่นั้น ปริมาณนักท่องเที่ยว ที่กำหนดเอาไว้ เหมาะสำหรับปริมาณห้องน้ำ การจัดการสิ่งปฏิกูล ตลอดจนการดูแลสิ่งแวดล้อมในพื้นที่แล้ว หากเกินไปกว่านี้พื้นที่บริเวณนั้นก็มีแต่จะเสื่อมลงไปเรื่อยๆ

“แต่ถามว่ากลับไปยังกลุ่มผู้ประกอบการบริษัททัวร์เหล่านั้นว่า กรมอุทยานฯไปห้ามไม่ให้เรือวิ่งหรือเปล่า กรมอุทยานฯห้ามเข้าพื้นที่เกาะสิมิลันหรือเปล่า ขอเรียนว่า กรมอุทยานฯไม่ได้ห้ามเลย เพียงแต่เราจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเที่ยวเท่านั้น จากเดิมที่เข้าไปแบบไม่มีขีดจำกัด ให้เหลือไม่เกินวันละ 3,000 คน ซึ่งปริมาณนี้ก็มีการเก็บข้อมูลศึกษากันมาแล้วเป็นปีๆว่าเหมาะสมหรือไม่เพียงใด ที่สำคัญคือ ช่วงเดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคมนั้น มีนักท่องเที่ยวไปเที่ยวเกาะสิมิลันไม่เคยเกิน 3,000 คนอยู่แล้ว อย่างเช่นวันนี้ (17 ตุลาคม) อุทยานขายตั๋วล่วงหน้าก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาแค่ 1,200 คนเท่านั้น และก็มีปริมาณประมาณนี้เป็นประจำอยู่แล้วในช่วงเวลานี้ ซึ่งผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่เขาก็รู้และเข้าใจเรื่องนี้ดี ถามว่า จะไปฟ้องเอาอะไรกับกรมอุทยานฯ”นายทรงธรรม กล่าว และว่า กรมอุทยานฯทำตามหน้าที่ ที่ต้องเป็นหน่วยงานดูแลปกป้องทรัพยากร เป็นนโยบาย และเป็นยุทธศาสตร์ชาติที่รัฐบาลวางเอาไว้ หากเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติก็ถือว่าละเลยการปฏิบัติหน้าที่

ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า กลุ่มคนที่ออกมาบอกว่า การจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติสิมิลัน นั้นทำให้คนเหล่านั้นไม่มีงานทำ ไม่ได้ขับเรือ โดยเฉพาะกลุ่มชาวมอแกน เกาะสุรินทร์ ตนอยากให้พิจารณาข้อมูลที่ว่า การวิ่งเรือในพื้นที่อันดามันสมัยนี้บริษัทท่องเที่ยวใช่ว่าจะวิ่งกันอยู่พื้นที่เดียว คือแค่สิมิลันก็สิมิลันที่เดียว แต่ด้วยศักยภาพของเรือนั้นวิ่งที่ไหนก็ได้ หากจดทะเบียนขออนุญาตถูกต้อง วิ่งไปประเทศเพื่อนบ้านยังได้เลย ที่สำคัญหากไปดูสถิติการเข้ามาเที่ยวของนักท่องเที่ยวช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม ไม่เคยมีวันไหนที่มีนักท่องเที่ยวเกิน 3,000 คน ต่อวันเลย ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลน้อยมากว่า อุทยานฯจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยวแล้วทำให้ชาวมอแกนทั้งหมู่บ้านตกงาน
นายทรงธรรม กล่าวถึงพื้นที่มาหยา 2 ในพื้นที่เกาะห้อง อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ที่จะเป็นพื้นที่อีกแห่งหนึ่งที่กรมอุทยานฯอยากจะชักชวนนักท่องเที่ยวให้ไปเที่ยวแทนที่อ่าวมาหยา ที่ต้องปิดพื้นที่อย่างไม่มีกำหนดเพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัว ว่า เกาะห้อง นั้นห่างจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติหากนพรัตน์-หมู่เกาะพีพี โดยเรือ แค่ 40 นาทีเท่านั้น พื้นที่แห่งนี้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 3,000 คน ต่อวัน มีหาดทรายยาวมากกว่า 500 เมตร และ สามารถนั่งเรือวนชมธรรมชาติได้รอบเกาะ เพราะ พื้นที่ทะเลด้านใน เหมาะสำหรับการนั่งเรือชมความงดงาม หากจะเล่นน้ำก็เป็นพื้นที่ด้านนอกเกาะ ที่มีหาดทรายขาวเป็นแนวยาว มีท่าจอดเรือด้านนอก ไม่ใช่มาจอเกยชายหาด

“พื้นที่เกาะห้อง เรามีการจัดการพื้นที่เอาไว้ค่อนข้างดี เป็นอุทยานฯสีเขียว ไม่มีการนำโฟม หรือถุงพลาสติกเข้าไป นักท่องเที่ยวที่จะเข้าไปกินอาหารในที่นั้นต้องเอาอาหารใส่ปิ่นโต หรือกล่องใส่อาหารเท่านั้น การเข้าไปพื้นที่เกาะห้อง มีการจำหน่ายตั๋วล่วงหน้า ซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานฯที่อยู่ในพื้นที่สามารถวางแผนรับมือและจัดการกับปริมาณนักท่องเที่ยวที่จะเข้าไปเที่ยวได้”ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติกล่าว

