ผู้ช่วยเลขาป.ป.ช.ปืนดุ เบี้ยวนัดตำรวจ ยื้อเวลาส่งปืนของกลาง ตร.ขอตรวจสอบหลักฐานก่อนแจ้งข้อหาพยายามฆ่า!!

18.10.18 | 17:38 น.

จากกรณีนายพิเศษ นาคะพันธ์ อายุ52ปี ตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชักอาวุธปืนขู่รถที่ขับตามมาภายในศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ปรากฎเป็นคลิปนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์และดำเนินคดี เหตุเกิดท้องที่สน.ทุ่งสองห้อง

เมื่อเวลา15.00 น.วันที่18 ตุลาคม ที่สน.ทุ่งสองห้อง พ.ต.ท.สุบรรณ อธิเศรษฐ์ รองผกก.(สอบสวน) สน.ทุ่งสองห้อง เปิดเผยว่า โดยวันนี้นัดหมายให้นายพิเศษ นำปืนของกลางมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ แต่ทางนายพิเศษขอเลื่อนการนัดเข้าพบกับตำรวจ โดยให้เหตุผลว่าจะใช้เวลาเตรียมตัวเอกสารสักพักก่อนจะนำปืนที่ใช้ก่อเหตุมามอบให้เจ้าหน้าที่ในวันอื่น

ขณะที่พ.ต.อ.ปริญญา เหลืองอุทัย ผกก.สน.ทุ่งสองห้องกล่าวว่า ตนสั่งการไปแล้วว่าทางพนักงานสอบสวนในคดีนี้ ต้องดำเนินการขั้นตอนอย่างไรบ้าง ก็ให้ทางพนักงานสอบสวนเรียกสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ครบถ้วนเพื่อหาข้อเท็จจริง ส่วนที่มีกระแสว่าการกระทำของนายพิเศษชักปืนขู่นั้น เข้าข่ายข้อหาพยายามฆ่านั้น ตนขอชี้แจงว่าเป็นการแสดงความเห็นที่สามารถพูดได้ แต่ตำรวจจะต้องสอบปากคำทุกฝ่ายก่อนเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อนายพิเศษนำปืนที่ใช้ขู่วันเกิดเหตุมามอบให้ ทางเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบอาวุธปืนว่ามีใบอนุญาตครอบครองหรือไม่ และจะนำปืนที่ยึดไว้เป็นของกลางส่งไปให้ทางกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบว่าปืนนั้นมีทะเบียนตรงกับชื่อผู้ครอบครองหรือไม่ และเป็นปืนกระบอกเดียวกับที่ใช้ขู่ในวันเกิดเหตุจริงหรือไม่ หากไม่มีการเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ แต่ยังสามารถติดต่อได้ ก็จะยังไม่มีการออกหมายเรียก แต่จะสอบถามสาเหตุการไม่เดินทางมาและนัดหมายวันใหม่อีกครั้ง แต่หากนายพิเศษขาดการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ไปเลย ก็จะทำการออกหมายเรียกต่อไป ทั้งนี้ทางนายพิเศษถือเป็นผู้ต้องหาต้องมาสอบปากคำที่สน. ไม่ใช่พยานที่จะไปสอบปากคำที่ไหนได้ และต้องนำปืนมามอบให้เอง จะให้ทนายนำมาให้ก็ไม่ได้เพราะผิดกฎหมาย

รายงานข่าวยังแจ้งว่า ทางตำรวจต้องสอบปากคำคนขับแท็กซี่ เพราะเป็นคู่กรณี จำต้องเรียกมาสอบเพื่อหาข้อเท็จจริง เนื่องจากต้องทำให้สำนวนคดีดำเนินต่อไปได้  เจ้าหน้าที่มีอำนาจในการเรียกมาสอบตามกฎหมาย อย่างไรก็ดีหากคนขับแท็กซี่กลัวที่จะเดินทางมาพบตร. ก็สามารถติดต่อนัดหมายให้ตร.ไปสอบปากคำที่อื่นได้ ในส่วนของการแจ้งข้อหาพยายามฆ่านั้น ในสำนวนคดีต้องระบุให้ชัดเจนว่าพยายามฆ่าใคร ต้องมีเจ้าทุกข์แจ้งความ จึงต้องเรียกแท็กซี่มาสอบปากคำด้วย ตอนนี้ก็ได้ติดต่อไปทางบริษัทลิสซิ่งซึ่งยึดรถแท็กซี่จากเจ้าของเดิมที่เสียชีวิตไป เพื่อขอข้อมูลว่ารถแท็กซี่คันนี้นำไปให้ใครขับต่อในวันเกิดเหตุหรือไม่ ส่วนเรื่องที่ว่านายพิเศษควักปืนแล้วเอานิ้วเข้าไปในโกร่งไกปืนทำให้เข้าข่ายสามารถตั้งข้อหาพยายามฆ่าได้ ตำรวจต้องประสานดูวงจรปิดเพิ่มเติมรอบจุดเกิดเหตุ เนื่องจากภาพในคลิปปรากฏไม่ชัดเจน

Advertisement