วันที่ 19 ตุลาคม ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพ โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) จัดงานแถลงข่าวโครงการ “ทำดีให้คนมองเห็น” ระดมทุนสร้างโรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้ว โรงพยาบาลเฉพาะทางตา และจัดหาเครื่องมือแพทย์สำหรับการรักษาผู้ป่วยโรคตา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานนอกจากเปิดตัวภาพยนตร์สั้น “ช่วยคุณหมอ” ฝีมือกำกับโดย ธนญชัย ศรศรีวิชัย ถ่ายทอดความมุ่งมั่นของทีมแพทย์ในการรักษาผู้ป่วยโรคตาแล้ว ได้เชิญตัวแทนผู้ป่วยและแพทย์ผู้รักษาเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวบนเวทีอีกด้วย
วันศิริ สีดา ผู้ป่วยด้วยโรคกระจกตาติดเชื้ออะมีบา เล่าถึงความทุกข์ทรมานจากโรคนี้ว่า ปวดเหมือนมีของแหลมทิ่มแทงดวงตาตลอดเวลา ชั่วระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์ กระจกตาที่เป็นเคยเป็นสีดำกลายเป็นสีขาวและเป็นหนองเต็มไปหมด คิดว่าต้องสูญเสียตาแน่แล้ว
กรณีนี้ พญ.พรรณสมร ชำนาญกิจ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกตา โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) บอกว่า ความยากอยู่ตรงที่เราไม่รู้เป็นอะไรแน่ จึงนำเชื้อไปเพาะ พบว่าเป็นเชื้ออะมีบา เป็นโปรโตซัวชนิดหนึ่งมักอยู่ในน้ำสกปรก
“ต้องขอกระจกตาจากสภากาชาดมาเปลี่ยนกระจกตา ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย และการผ่าตัดก็ต้องจองคิว 1-2 เดือน เพราะมีห้องผ่าตัดแค่ 2 ห้อง ขณะเดียวกันเราก็ไม่ทราบว่าจะได้กระจกตาเมื่อไหร่ กระทั่งได้รับแจ้งจากสภากาชาด วันนั้นก็ต้องรอคิวผ่าตัดกว่าจะได้ผ่าก็ 6 โมงเย็นไปแล้ว แต่ก็ต้องเร่งทำงานเพราะต้องผ่าตัดด่วนมาก รอเวลาไม่ได้”

น.ส.จิรารัตน์ ใจเพียร หรือน้องเอ๋ย ผู้ป่วยจอประสาทตาหลุดลอก เล่าอาการเมื่อเริ่มเป็นว่า เริ่มจากการเห็นภาพจากสีดำเป็นน้ำตาล การมองเห็นเหมือนมีฟ้าแลบตลอดเวลา และมีจุดดำลอยไปมา เป็นแค่วันเดียวก็มองไม่เห็น คุณพ่อแม่พามาโรงพยาบาลบ้านแพ้ว
กรณีนี้ นพ.พรเทพ พงศ์ทวิกร ผู้อำนวยการและจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจอประสาทตา โรงพยาบาลบ้านแพ้ว อธิบายว่า น้องเอ๋ยเป็นตัวอย่างคนไข้ที่สูญเสียดวงตาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เป็นอาการจอประสาทตาฉีกขาดและหลุดลอก ประสาทตาจะทำงานไม่ได้ ทำให้มองไม่เห็น เข้าสู่ภาวะตาบอด
คุณหมอพรเทพเล่าว่า พบน้องเอ๋ยเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว น้องได้รับการผ่านตัดที่อีสานแต่ล้มเหลว
“ตอนมาหาต้องจูงมา เพราะมองไม่เห็นทั้งสองข้าง ตาข้างซ้ายหมดสิทธิรักษาแล้ว ผมจึงมาดูอีกข้าง เพราะถ้าปล่อยให้เด็กคนหนึ่งต้องหมดสิทธิมองเห็นเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย จึงเร่งผ่า ตอนนั้นอายุ 12 ปี ต้องใช้วิธีเอาแก๊สรักษาก่อนจึงผ่าตัดได้ แต่ไม่สำเร็จถึงสองครั้ง
“ครั้งที่ 2 ที่บอกน้องเอ๋ยว่าล้มเหลว น้องเอ๋ยร้องไห้ในห้องตรวจของผม แต่ผมไม่อยากให้คนไข้ของผมต้องตาบอด แม้จะมีโอกาส 1-2% ก็ต้องลอง หลังผ่าตัดครั้ง 3 คืนนั้นผมก็นอนไม่ค่อยหลับ เพราะถ้าไม่รอดก็หมดสิทธิน้องต้องกลับไปใช้ชีวิตในโลกมืดตลอดชีวิต พอเปิดตาปรากฏว่าประสาทตาติด เป็นความดีใจมากๆ เราพยายามสู้แบบนี้เพื่อให้คนไข้ทุกวันได้มองเห็น”
สำหรับสถานการณ์ผู้ป่วยโรคตาที่ต้องทนทุกข์ด้วยภาวะตาบอดในปัจจุบัน นพ.พรเทพบอกว่า มีแสนกว่าราย สาเหตุหลักจากต้อกระจก แต่ระยะหลังยังมีต้อหิน และเบาหวานขึ้นจอตา อาการทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากหลายปัจจัย รวมถึงการใช้ชีวิตในปัจจุบันที่ช่วยเร่งให้คนไทยมีปัญหาสุขภาพตาได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตชนบท หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีอาจเสี่ยงต่อภาวะตาบอดได้
ปัจจุบันโรงพยาบาลบ้านแพ้วมีผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาด้านตาเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 500 คนต่อวัน แม้จะมีจักษุแพทย์เฉพาะทาง 14 คน แต่ด้วยมีห้องตรวจเพียง 7 ห้อง และห้องผ่าตัดเพียง 2 ห้อง ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างเต็มศักยภาพ ทางโรงพยาบาลฯ โดยมูลนิธิโรงพยาบาลบ้านแพ้วและภาคประชาชนจึงได้ร่วมกันจัดสร้าง “โรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้ว” โรงพยาบาลเฉพาะตาแห่งแรกที่สร้างขึ้นจากพลังของภาคประชาชนตั้งแต่ปี 2558 เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคตาที่มีความซับซ้อนให้มีโอกาสได้เข้าถึงบริการโดยผู้เชี่ยวชาญทางจักษุโดยเฉพาะ
“ต้องบอกว่าอาคารนี้เกิดขึ้นแล้ว แต่ปัจจุบันมีแต่โครง เป็นเหตุผลที่เราต้องระดมทุนเพื่อให้สามารถสร้างต่อได้ รวมทั้งจัดซื้อในส่วนของเครื่องมือแพทย์ด้วย โดยจะมีห้องตรวจถึง 23 ห้อง ห้องผ่าตัด 9 ห้อง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาเร็วขึ้น ไม่ต้องรอคิวผ่าตัดนานเป็นปี เพราะการรอคอยทุกครั้งหมายถึงความรุนแรงของโรคก็เปลี่ยนไปด้วย”
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถสมทบทุนเพื่อสร้างโรงพยาบาลจักษุบ้านแผ้ว ผ่านโครงการ “ทำดีให้คนมองเห็น” 2 ช่องทาง โดย บริจาคครั้งละ 100 บาท ผ่านมือถือทุกเครือข่าย พิมพ์ *948*888*100# กดโทรออก วิธีนี้ไม่สามารถออกใบเสร็จได้ หรือบริจาคผ่านบัญชี ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)สาขาบ้านแพ้ว ชื่อบัญชีโรงพยาบาลบ้านแพ้ว กองทุนเพื่อสร้างโรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้ว เลขที่บัญชี 745-0-33317-1 ใบเสร็จสามารถลดหย่อนภาษีสองเท่า


