เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม นายวิวัฒน์ ตังหงส์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยทิศทางการดำเนินงานของ กสร. ในปีงบประมาณ 2562 ว่า กสร.จะขับเคลื่อนงานที่มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานบังคับ การค้ามนุษย์ด้านแรงงาน และการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยได้รับประเมินจากกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา ในรายงานทิป รีพอร์ต (TIP Report) ในระดับเทียร์ 2 (Tier 2) หรือเลื่อนขึ้นเป็นระดับเทียร์ 1 (Tier 1) และได้รับการประเมินจากกระทรวงแรงงานสหรัฐ ในรายงานสถานการณ์การใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย ปี 2561 อยู่ในระดับความสำเร็จสูงสุด (Significant Advancement) เท่ากับปี 2560 และการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายหมดสิ้นไปจากประเทศไทยภายในปี 2563

“จะพัฒนากฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น และตรวจคุ้มครองแรงงานโดยเฉพาะกิจการกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ แรงงานประมงทะเล แรงงานเด็กในทุกกิจการ และแรงงานนอกระบบ นอกจากนี้ ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ สำรวจสถานการณ์เด็กทำงานในประเทศไทย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ดำเนินการอย่างเป็นมาตรฐาน โดยจะแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 จากนั้นจะนำข้อมูลที่ได้ไปจัดทำแผนปฏิบัติการคุ้มครองแรงงานเด็กต่อไป” นายวิวัฒน์ กล่าว
นายวิวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับนโยบายแรงงานมีความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยดี ตามนโยบาย Safety Thailand จะเน้นย้ำการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนตามกลไกประชารัฐสร้างการรับรู้แก่นายจ้าง ลูกจ้าง และผู้เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ อัตราการประสบอันตรายจากการทำงานลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 เทียบกับปีที่ผ่านมา
นายวิวัฒน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ กสร.สนับสนุนให้ผู้สูงอายุมีงานทำ กำกับดูแลให้นายจ้างปฏิบัติต่อแรงงานกลุ่มนี้ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงส่งเสริมการจัดสวัสดิการนอกเหนือกฎหมายด้วย อีกทั้งส่งเสริมการบริหารจัดการด้านแรงงานในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ส่งเสริมการจัดสวัสดิการแรงงานแบบยืดหยุ่นให้สถานประกอบกิจการนำไปใช้เป็นแนวทางในการจัดสวัสดิการที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกจ้าง เฝ้าระวังและป้องกันปัญหาแรงงานสัมพันธ์ในกิจการกลุ่มเสี่ยง อีกทั้งจะพัฒนา และปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันเชื่อมโยงทั้งหน่วยงานภายในและภายนอกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และจัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาวิจัยด้านแรงงานทั้งในและนอกระบบเพื่อนำมาใช้เป็นฐานข้อมูล

