หน้าแรก ในประเทศ มาแน่! วาฟเตื...

มาแน่! วาฟเตือน 20-21 ต.ค.นี้ กลาง-ใต้ ระวังฝนหนัก

20.10.18 | 12:19 น.

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม แบบจำลองสภาพอากาศ (วาฟ-รอม) สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) รายงานว่า สรุปพื้นที่เฝ้าระวังพายุดีเปรสชั่นเข้าเคลื่อนตัวผ่านอ่าวไทยและภาคใต้ตอนบน ในช่วงวันที่ 20-21 ต.ค. ส่งผลให้ภาคกลางตอนล่างและภาคใต้ตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะจังหวัดอุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 

เฝ้าระวังคลื่นลมในทะเลอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีความสูงคลื่นประมาณ 2 เมตร  เขื่อนแก่งกระจาน กลับมารองรับน้ำได้อีก 76 ล้าน ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) และยังคงมีน้ำระบายออกจากเขื่อนรวม 26 ลบ.ม./วินาที แต่จะมีปริมาณฝนตกในพื้นที่ท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้น กลุ่มเมฆฝนหนาแน่นจากพายุดีเปรสชั่นในอ่าวไทย ได้เข้าปกคลุมบริเวณภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ตอนบนแล้ว ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีฝนตกปานกลางถึงตกหนักบางแห่งในจังหวัดน่าน 48 มิลลิเมตร และเชียงราย 47 มิลลิเมตร ส่วนภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ มีฝนเพิ่มมากขึ้นและเริ่มมีฝนตกหนักบริเวณจังหวัดชุมพร 61 มิลลิเมตร ประจวบคีรีขันธ์ 46 มิลลิเมตร เพชรบุรี 45 มิลลิเมตร สุพรรณบุรี 42 มิลลิเมตร สุราษฎร์ธานี 40 มิลลิเมตร ตราด 39 มิลลิเมตร ระนอง 38 มิลลิเมตร และกรุงเทพมหานคร 35 มิลลิเมตร

ระดับน้ำในลำน้ำสายหลักบริเวณภาคเหนือมีระดับน้ำปานกลางถึงน้ำน้อย และเริ่มมีระดับน้ำน้อยวิกฤตในลำน้ำสาขาแล้ว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยส่วนใหญ่มีระดับน้ำปานกลางถึงน้ำน้อย ภาคตะวันออกมีระดับน้ำปานกลาง ส่วนภาคกลางมีระดับปานกลางถึงน้ำมากโดยมีน้ำล้นตลิ่งบริเวณที่ลุ่มริมปากแม่น้ำในช่วงน้ำทะเลหนุน และภาคใต้มีระดับปานกลางถึงน้ำมาก วันที่ 20 ต.ค. ปริมาณน้ำกักเก็บรวมทั้งประเทศอยู่ร้อยละ 80 เขื่อนที่มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนมากกว่าค่าเฉลี่ย และยังอยู่ในพื้นที่เฝ้าระวังฝนตกหนัก

เขื่อนแก่งกระจาน มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 89 เป็นน้ำใช้การได้จริง 567 ล้าน ลบ.ม. สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำมาก เมื่อวานนี้มีน้ำไหลลงอ่าง 1.81 ล้าน ลบ.ม. และระบายน้ำ 2.61 ล้าน ลบ.ม. กลับมารับน้ำได้อีก 76 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนรัชชประภา มีปริมาณน้ำกักเก็บร้อยละ 86 เป็นน้ำใช้การได้จริง 3,494 ล้าน ลบ.ม. สถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำมาก เมื่อวานนี้มีน้ำไหลลงอ่าง 7.13 ล้าน ลบ.ม. และระบายน้ำ 10.04 ล้าน ลบ.ม. ยังรับน้ำได้อีก 793 ล้าน ลบ.ม.

ช่วงวันที่ 20-22 ต.ค. บริเวณความกดอากาศสูงยังคงปกคลุมทะเลจีนใต้แต่ยังคงแผ่เป็นลิ่มลงมาปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน ทำให้ยังมีกระแสลมตะวันออกจากทะเลจีนใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น ส่วนพายุดีเปรสชั่นบริเวณปลายแหลมญวนจะเคลื่อนตัวผ่านอ่าวไทยและภาคใต้ตอนบน ในช่วงวันที่ 20-21 ต.ค. ส่งผลให้ภาคกลางตอนล่างและภาคใต้ตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะจังหวัดอุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่วนช่วงวันที่ 23-26 ต.ค. บริเวณความกดอากาศสูงอีกระลอกจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง ส่วนลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ภาคใต้ฝั่งตะวันออกจะยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง  ช่วงวันที่ 20-22 ต.ค. หย่อมความกดอากาศต่ำเข้าปกคลุมอ่าวไทยตอนบน ส่งผลให้คลื่นลมในทะเลอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีความสูงคลื่นประมาณ 2 เมตร แผนที่ปริมาณฝนสะสมย้อนหลัง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา จากสถานีโทรมาตรอัตโนมัติ แผนที่ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักของประเทศไทย จากสถานีโทรมาตรวัดระดับน้ำอัตโนมัติ

Advertisement