เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึง ที่มีการรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ประเวศ จับกุม นายพีรวิชญ์ ปุตตะจินารักษ์ หรือ ตง อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันกับพวกอีก 2คน ปล้นทรัพย์และทำร้ายร่างกายหนุ่มวิศวกรยานยนต์ ซึ่งมีรายงานข่าวว่า นายพีรวิชญ์ นั้นเคยถูกเสนอบัญชีรายชื่อเป็นพยานในชั้นศาลคดีนายธนิต ทัฬหสุนทร หรือเต้ นักศึกษาสถาบันอุเทนถวายถูกแทงเสียชีวิต ในคดีดังกล่าว นายพีรวิชญ์ ไม่สามารถเข้าเบิกความในศาลได้เนื่องจากญาติของนายพีรวิชญ์ได้ใช้ใบรับรองแพทย์ ยื่นต่อศาลว่าพยานอยู่ระหว่างรักษาอาการป่วยทางจิตที่โรงพยาบาลจึงทำให้คดีดังกล่าวไม่มีประจักษ์พยาน เเละภายหลังศาลยกฟ้องจนบิดาของนายธนิต กระโดดตึกศาลอาญาเสียชีวิต
ว่าตามที่ปรากฎข่าวว่ามีบุคคลชื่อตรงกันกับพยานในคดีดังกล่าวทางสำนักงานอัยการสูงสุดทราบข่าวเเล้ว โดยขั้นตอนต่อไปจะประสานเรื่องไปยังอัยการ สำนักงานคดีศาลสูง และอัยการสำนักงานคดีอาญาให้รับทราบข้อเท็จจริง ตามที่ปรากฏเป็นข่าว ซึ่งก็จะมีอัยการที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องจะทำการตรวจสอบหาข้อมูลเพื่อนำไปสู่การพิจารณาในคดีว่า อัยการจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไปเพื่อประโยชน์เเห่งความยุติธรรม
“คดีนี้สำนวนหลักอยู่ที่อัยการศาลสูงเเล้วเเต่ผมก็จะประสานให้อัยการคดีศาลสูงกับอัยการสำนักงานคดีอาญารับทราบเพื่อให้ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องทราบข้อมูลเเละดำเนินการตามกฎหมายต่อไป สำนักงานอัยการสูงสุดจะรักษาความยุติธรรมถึงที่สุด ขั้นเเรกก็จะนำชื่อนามสกุลไปตรวจสอบกับ สน.ประเวศ ที่ผู้ต้องหา คนดังกล่าวถูกจับกุมก่อน หลังจากตรวจสอบเเล้วหากพบว่าเป็นคนเดียวกัน ก็จะพิจารณากระบวนการที่จะต้องดำเนินการต่อไปจะมีพยานหลักฐานใดเพิ่มเติมที่ต้องยื่นเเถลงต่อศาล ขั้นตอนนี้ต้องผ่านอัยการศาลสูง” นายโกศลวัฒน์ ระบุ
ด้านนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความโจทก์ร่วมคดีฆ่านายธนิต โพสต์เฟซบุ๊กว่า เริ่มมีความหวังแล้ว…! จากกรณีที่นายศุภชัย พ่อนายธนิต หรือน้องเต้ กระโดดตึกที่ศาลอาญา เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เพราะผิดหวังที่ศาลยกฟ้อง คดีที่พนักงานอัยการฯ โจทก์ ฟ้องนายณัฐพงษ์ เงินคีรี จำเลย ข้อหาฆ่านายธนิต เนื่องจากในชั้นสืบพยานโจทก์ ประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์คือนายพีรวิชญ์ ปุตตะจินารักษ์ หรือนายตง ป่วยทางจิต โดยบิดาของนายตง นำใบรับรองแพทย์มาอ้างต่อศาลว่า นายตงไม่สามารถเบิกความได้ เพราะป่วยทางจิต ข้อที่น่าสงสัยคือ นายตง ป่วยทางจิตถึงขั้นที่ไม่สามารถเบิกความต่อศาลได้จริงหรือ ? ความจริงก็ปรากฏ….! นายตง ไม่ได้ป่วยทางจิตถึงขั้นที่ไม่สามารถมาเบิกความเป็นพยานต่อศาลได้ เพราะเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2561 นายตงกับพวกอีก 2 คน ร่วมกันปล้นทรัพย์และทำร้ายร่างกายวิศวกรหนุ่ม จนได้รับบาดเจ็บนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล และปรากฏตามข่าวอีกว่า นายตงเคยก่อคดีมาแล้วอีก 7 คดี นี่หรือคนป่วยทางจิต…!
“ครอบครัว “ทัฬหสุนทร” โดยเฉพาะคุณเรวดี น้องต้า น้องเต้ คุณศุภชัย เริ่มจะมีความหวังที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ เพื่อให้ศาลอุทธรณ์ ใช้ดุลยพินิจสืบพยานนายตง เพิ่มเติม ตาม ป. วิ.อาญา มาตรา 208 ซึ่งเคยมีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1026-1027/2480,1000/2512,7950/2549 ที่ศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจให้ศาลชั้นต้นสืบพยานเพิ่มเติมได้ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเขียนอุทธรณ์ ผมขอขยายระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์อยู่ครับ ผม…หวังว่า ศาลอุทธรณ์คงจะเมตตาและให้ความเป็นธรรมกับครอบครัว “ทัฬหสุนทร” น่ะครับ ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด” นายอนันต์ชัย ระบุ
โดยนายอนันต์ชัย ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงขั้นตอนการนำนายพีรวิชญ์เป็นพยาน และตอบคำถามกรณีใบรับรองแพทย์ที่ว่าป่วยทางจิตเป็นของปลอมหรือไม่ ว่า ขอให้ศาลออกหมายเรียกเบิกตัวมาเป็นพยาน แล้วให้แพทย์มากำกับดูแลก็ทำได้ ซึ่งในคดีนี้ใบรับรองแพทย์ดังกล่าวนั้นได้ยื่นจริง เป็นของจริงได้สืบจากแพทย์แล้ว แต่ที่นายพีรวิชญ์ไม่สามารถเบิกความได้จริงหรือไม่ต้องให้แพทย์มาบอก หากวันนัดยังเบิกความไม่ได้ก็เลื่อนนัดได้ ปกติเวลาคนไม่อยากเบิกความก็อ้างได้ บอกว่าป่วยแต่กลับไปก่อคดีถึง 7 คดี ป่วยจริงหรือ ไม่ถึงขั้นเบิกความไม่ได้ คงวิตกจริตไปเอง ถ้าศาลอุทธรณ์อนุญาตให้สืบพยานปากนี้ได้ก็ไม่มีปัญหา
///////

