เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2561 ที่ห้องประชุมโรงละคร องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช บริเวณสนามหน้าเมือง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้สมัครหัวหน้าพรรค ปชป.หมายเลข 1 พร้อมคณะได้เดินทางมาถึงห้องประชุมโรงละคร องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมี นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ นายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค และ อดีต สส. ปชป.ทั้งจังหวัดพัทลุง และ นครศรีธรรมราช
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากิจกรรมการหยั่งเสียงหัวหน้าพรรคปชป. ครั้งนี้นายวิทยา แก้วภราดัย และ นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธ์ ไม่ได้มาร่วมในแต่อย่างใด
โดยภายหลังนายอภิสิทธิ์ และคณะได้เดินทางมาถึง มีสมาชิกพรรค ปชป.เข้าร่วมแสดงพลังกว่า 2,000 คน ร่วมให้การต้อนรับ โดยนายอภิสิทธิ์ได้ทักทายสมาชิกพรรค ปชป. ที่อยู่ชั้น 1 และ เดินขึ้นไปปราศรัยหยั่งเสียงเลือกตั้งหัวหน้าพรรค ปชป. บริเวณชั้น 3 อาคารโรงละครฯ จากนั้นนายอภิสิทธิ์ได้รับดอกไม้จากตัวแทนกลุ่มองค์กรต่างๆ อาทิ ตัวแทนกลุ่ม YEC นครศรีธรรมราช, ตัวแทนกลุ่มมุสลิมต่างๆ ตัวแทนกลุ่มสตรีจังหวัดนครศรีธรรมราช และตัวแทนกลุ่ม สส.ปชป นครศรีธรรมราชที่สนับสนุน นายอภิสิทธิ์เป็น หน.พรรค
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า กราบขอบพระคุณสำหรับทุกรอยยิ้มทุกกำลังใจที่ได้มอบดอกไม้มาลัย จับไม้ จับมือกัน ส่งรอยยิ้มให้กัน นี่คือความผูกพันที่เรามีนัดกัน วันนี้ที่มากับเพื่อนๆร่วมอุดมการณ์ทุกท่านเพื่อที่จะพูดถึงเรื่องของการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่กำลังจะมีขึ้นในต้นเดือนหน้า ก่อนพูดถึงการหยั่งเสียง ขอพูดถึงความผูกพันที่พี่น้องชาวนครศรีธรรมราชมีต่อพรรค วันที่ คสช.คลายล็อก นครศรีธรรมราชเป็นจังหวัดเดียวที่มีสมาชิกยืนยันกว่า 5,000 คน มีเงินทุนกว่า 1,000,000 บาท เท่านี้ก็แสดงให้เห็นชัดว่า นครศรีธรรมราชมีความผู้พันกับ ปชป.มากเพียงใด แม้กระทั่ง สส.ในพื้นที่ ก็เป็น ปชป.รุ่น 2 รุ่น 3

“ ปชป.เป็นพรรคเดียวที่เป็น ประชาธิปไตย การเลือก หน.พรรค และ กก.พรรค ตนต้องการให้เป็นแบบอย่างของผู้นำทางการเมือง มีหลายคนว่าตนคิดผิด อยู่เฉยๆก็ได้เป็น หน.พรรคเหมือนเดิม การเลือก หน.พรรคในครั้งนี้เป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ เป็นการสร้างพรรค ยกระดับการเมืองของประเทศ เพื่อให้เจ้าของพรรคที่แท้จริงเป็นผู้กำหนดพรรค ตนมีหน้าที่ทำตามที่เจ้าของพรรคต้องการ”
นายอภิสิทธิ์ กล่าว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในการบริหารประเทศ มีหลายสิ่งที่ตนเองอยากทำ แต่ไม่ได้ทำ พอคิดจะทำเรื่องใหญ่ก็มีคนมากระซิบว่าอย่าทำเดี๋ยวเกิดปัญหา ต้องทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ อันนั้นก็ทำไม่ได้ อันนี้ก็ทำไม่ดี หมดเวลาที่จะมีการกระซิบกันอีกแล้ว ผมจะให้เจ้าของพรรคสั่งผม และผมจะทำตามเท่านั้น เลยไม่ได้ทำอะไรที่เป็นรูปร่างที่ชัดเจน 99 วัน ที่เป็น รบ. ผมจับมือกับคุณชินวรณ์ บุญยเกียรติ ปฎิรูปการศึกษาเรียนฟรี ให้เงินเดือนผู้สูงอายุ เงินเดือน อสม. ประกันรายได้เกษตร ทั้งหมดนี้คือเรื่องดีที่ทำให้ประชาชน มีทั้งม็อบในสภา นอกสภา เร่งแก้ปัญหา
ผมออกมาหยั่งเสียงเลือกตั้ง หน.พรรค ฝ่ายตรงข้ามก็หาว่าผมมาหาเสียงเลือกตั้ง หากคิดว่าอยากทำอย่างผมก็ต้องหยั่งเสียงเลือกตั้ง หน.พรรค แบบผม เพื่อยกระดับการเมืองของประเทศ ไม่ใช่วิ่งเต้นตีตั๋วไปฮ่องกง ยอมรับว่า 4 ปี ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน มาไม่เคยหยุด ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ไม่ปิดเทอม ไม่เคยได้เว้นวรรคพักผ่อน เพราะผมและ สส.เป็นนักการเมืองอาชีพ และไม่ต้องมาหยั่งเสียงกับผม ว่าผมจะจับมือกับพรรคนั้นพรรคนี้
“ยืนยันว่าหากผมได้รับการเลือกเป็นหัวหน้าพรรค ปชป. จะเลือกคณะกรรมการพรรค เพื่อมาสานต่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปฎิรูปตำรวจ การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง หรือการแก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ และจะนำพาพรรคไปสู่ความยั่งยืน ตลอดเวลาที่ผ่านมาในการทำหน้าที่ มี 2 ข้อที่ สามารถยืนยันได้ คือ 1) ผมไม่ทุจริต ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน และ 2) ผมไม่ขึ้เกียจ ต้นเดือน พ.ย.นี้ จะเป็นโอกาส พลิกประวัติสาสตร์ของการเลือกตั้งในประเทศไทยในการเลือกหัวหน้าพรรค ที่มีประชาชนเป็นเจ้าของพรรค เพราะนี่คือกระบวนการงดงามในการเลือกตั้งผมเป็นหัวหน้าพรรค ยืนยันจะนำพาพรรคไปสู่ความยั่งยืนในการพัฒนาประเทศต่อไป”

